มือใหม่อยากปลูกผักไว้ทานเอง ควรปลูกอะไรดี

ปลูกผักกินเอง
ปลูกผักกินเอง

บ้านและสวนตอบกระทู้สัปดาห์นี้ เรามีข้อสงสัย จากกระทู้พันทิปที่หลายคนยังข้องใจเกี่ยวกับเรื่องบ้าน เรื่องสวน กับคำถามยอดนิยมที่ว่า มือใหม่อยาก ปลูกผักกินเอง ควรปลูกอะไรดี

ปลูกผัก

จากคำถาม : ปลูกผักกินเอง จะปลูกอะไรดีเริ่มของง่ายๆ ที่ใช้ประจำก็ได้ค่ะและดูแลยังไง หาได้จากไหน ขยายพันธุ์ยังไง

ที่มา : มือใหม่อยากปลูกผักไว้ทานเอง

คลายข้อสงสัย : อยากจะเริ่มปลูกผักไว้ทานเองเป็นครั้งแรก ควรปลูกอะไรดี บ้านและสวนจึงได้รวบรวมผักสวนครัวปลูกง่ายทั้ง 6 ชนิด มาให้เจ้าของกระทู้ได้นำไปทดลองปลูกกันนะครับ

กะเพรา

ผักคู่ครัวไทย เมนูยอดฮิตสำหรับคุณแม่แทบทุกบ้าน แถมยังเติบโตง่ายในสภาพอากาศร้อนชื้นแบบบ้านเรา การปลูกกะเพราไม่ยากเลย สามารถปลูกโดยใช้เมล็ดและปักชำจากก้านที่เหลือจากการซื้อมาทำกับข้าวก็ได้ พอต้นโตออกดอก เมล็ดที่หล่นก็งอกต้นใหม่อีกหลายต้น หลังเพาะประมาณ 7 – 10 วัน เมล็ดเริ่มงอกให้รดน้ำอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอทุกวัน หลังปลูกไปประมาณ 30 – 35 วันก็เก็บรับประทานได้แล้วค่ะ ส่วนเคล็ดลับที่จะทำให้ต้นกะเพราเก็บรับประทานใบได้นานๆ ก็คือ อย่าให้ออกดอก พอออกดอกแล้วต้นจะโทรม อายุสั้น ถ้าออกดอกก็ให้หมั่นตัดทิ้ง

พริกขี้หนู

ผักสวนครัวที่มีสรรพคุณความเผ็ดร้อนของเจ้าพริกขี้หนูเม็ดจ้อย พริกขี้หนูสามารถปลูกได้ดีในดินแทบทุกชนิด  แต่ดินที่เหมาะสมที่สุดคือดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำได้ดี พริกขี้หนูเป็นพืชที่มีอายุเก็บเกี่ยวได้หลังย้ายกล้าลงปลูก 60 – 90 วัน  การเก็บเกี่ยวควรเก็บทุก 5 – 7 วันโดยใช้วิธีเด็ดทีละผล อย่าเก็บทั้งช่อ เพราะผลแต่ละช่อแก่ไม่พร้อมกัน  พริกขี้หนูสามารถเก็บได้ยาวนานถึง 6 เดือน

ต้นหอม

ต้นหอมที่เรารับประทานกันคือผลผลิตจาก “หอมแบ่ง” ซึ่งเป็นคนละสายพันธุ์กับหอมแดง วิธีการปลูกต้นหอมสามารถเพาะจากเมล็ดได้ แต่อาจเติบโตไม่ทันใจ และผลผลิตไม่ค่อยสวยงาม วิธีการที่ง่ายที่สุดคือเปิดตู้เย็น และตัดเอารากของต้นหอมมาปักลงดิน ซึ่งตามธรรมชาติของหอมแบ่งนั้นสามารถขึ้นในดินแทบทุกประเภท แต่ชอบดินร่วน ชอบอากาศชุ่มชื้น ได้แสงแดดเต็มที่ตลอดวันชอบอากาศเย็น หอมแบ่งเก็บเกี่ยวเมื่ออายุประมาณ 40-50 วัน หรือถ้าจะให้ง่ายกว่านั้นนำหอมแดงที่ใช้ทำอาหารมาฝังลงดินรดน้ำไม่กี่วันก็ได้ต้นหอมให้ตัดไปใส่ไข่เจียวแบบง่ายๆแล้ว

มะเขือเทศ

ผักสวนครัวผลสีแดงอาจเป็นเมนูโปรดของหลายครอบครัว มะเขือเทศเป็นพืชที่เจริญได้ดีในดินทั่วไป  แต่ที่เหมาะสมที่สุดคือดินร่วนปนทราย  มีอินทรียวัตถุสูง ระบายน้ำและอากาศดี แต่ในสภาพที่ชื้นแฉะ จะทำให้รากขาดออกซิเจน ทำให้ชะงักการเจริญเติบโต ดังนั้นหากมีน้ำขังหลายวัน จะต้องระบายน้ำออก ที่สำคัญคือต้องไม่ปลูกซ้ำในแปลงเดียวกันนานหลายปี เพราะจะเกิดการสะสมของโรค ซึ่งยากต่อการป้องกันกำจัด และด้วยคุณสมบัติของการเป็นไม้เลื้อย การปลูกมะเขือเทศยังทำให้ได้สังเกตการเติบโต และการเคลื่อนไหวของต้นไม้จากการขดเลื้อยไปมาบนราง หรือไม้ค้ำที่นำมาปักเป็นทางให้มะเขือเทศอีกด้วย

ผักบุ้ง

ขอบคุณภาพจาก : http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cartoonthai&date=13-05-2016&group=265&gblog=196

หนึ่งในเมนูคู่ครัวทุกบ้านจะต้องมีผักบุ้งไฟแดงอยู่ในนั้นด้วยอย่างแน่นอน ผักบุ้งเป็นไม้ล้มลุกที่ปลูกง่าย และยังมีสรรพคุณช่วยบำรุงสายตา บรรเทาอาการระคายเคืองจากโรคกระเพาะอาหารอักเสบได้ด้วย ผักบุ้งที่นิยมปลูกในดินคือผักบุ้งจีน โดยใช้วิธีหว่านเมล็ดลงแปลงได้โดยตรง กระซิบนิดหนึ่งว่า ผักบุ้งจีนนี้เพียง 48 ชั่วโมงหลังจากหว่านเมล็ด เราก็จะได้ตื่นเต้นกับเมล็ดเล็กๆ ที่เริ่มงอกให้เห็นใบอ่อนอย่างรวดเร็ว

ถั่วงอก

ขอบคุณภาพจาก : https://www.maangchi.com/recipe/kongnamul-muchim

ผักสวนครัวที่เราคุ้นชินตั้งแต่เด็กมักเริ่มต้นขึ้นที่ถั่วเขียว ซึ่งจะเจริญเติบโตเป็นถั่วงอก สามารถนำมาประกอบอาหารได้ด้วย ทั้งนี้เมล็ดถั่วเขียวที่เลือกใช้จะต้องสะอาด ไม่มีเชื้อจุลินทรีย์ และนำเมล็ดมาทำความสะอาดก่อนเพาะ โดยการแช่เมล็ดถั่วในน้ำอุ่น อุณหภูมิประมาณ 50 – 60 องศาเซลเซียส หรือผสมน้ำเดือดจัด 1 ส่วน กับน้ำเย็น 1 ส่วน ตักเมล็ดที่ลอยทิ้งไปแช่ทิ้งไว้จนน้ำเย็น แล้วแช่ต่อไปนาน 6 – 8 ชั่วโมง วิธีนี้นอกจากจะฆ่าเชื้อโรคแล้ว ยังกระตุ้นให้ถั่วงอกงอกได้เร็วขึ้นด้วย ส่วนภาชนะที่ใช้เพาะควรมีสีทึบเพื่อป้องกันแสงสว่าง มีรูระบายน้ำทั้งด้านล่างและด้านข้าง ขนาดของรูจะต้องเล็กกว่าเมล็ดถั่ว และภาชนะเพาะจะต้องสะอาดเสมอ

 

เรียบเรียง : Gott


ผักสวนครัวปลูกง่าย 9 ชนิด

ติดตามข้อมูลดีๆจากบ้านและสวนที่นี่


 

keyboard_arrow_up