Shigeru Ban พ่อมดสถาปัตย์ ที่มีอาวุธเป็นกระดาษและไม้

room ชวนคุณวกกลับมารู้จักสถาปนิกเอเชียอีกครั้ง คราวนี้ยังคงอยู่ที่เพื่อนร่วมชาติของสองนักออกแบบชื่อดัง Tadao Ando และ Nendo ที่เราเคยนำเสนอไปแล้วก่อนหน้า

สถาปนิกผู้นี้คือผู้อุทิศความคิดทางสถาปัตยกรรมให้เป็นเครื่องมือช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขทัดเทียมกับผู้คนทั่วไป ใครจะคิดว่าแค่โครงสร้างกระดาษและไม้ จะทำให้เขาได้รับรางวัล Pritzker รางวัลสูงสุดของวงการสถาปัตยกรรมเมื่อปี 2014 และนิตยสาร TIME ได้ขนานนามว่าเป็นเจ้าพ่อแห่งนวัตกรรมด้านสถาปัตยกรรม และงานออกแบบแห่งศตวรรษที่ 21 เพื่อมนุษยชาติและความยั่งยืน และเขาผู้นั้นคือ Shigeru Ban

Shigeru Ban
ภาพจาก baunetz.de

Shigeru Ban เกิดในครอบครัวรสนิยมดี พ่อของเขารักดนตรีคลาสสิก และทำงานเป็นนักธุรกิจอยู่ในบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Toyota ส่วนแม่เป็นดีไซเนอร์เสื้อผ้าระดับ Haute Couture เขาจึงได้ติดสอยห้อยตามครอบครัวไปเยี่ยมชมโลกฝั่งตะวันตกทุกครั้งที่แม่ไปร่วมงานแฟชั่นวีคที่ปารีส และมิลาน ประกอบกับที่บ้านมักจะได้เปิดต้อนรับให้ช่างไม้เข้ามารีโนเวตบ้านเป็นประจำ การได้เล่นหยิบเศษไม้มาต่อนั่นเติมนี่ ทำให้เขาในวัยเด็กตกหลุมรักงานไม้แบบโบราณของญี่ปุ่นมากเสียจนอยากเป็นช่างไม้ แต่ความฝันก็ผันเปลี่ยนมาเป็นสถาปนิกแทน เมื่อได้ลงมือทำโมเดลบ้านเป็นครั้งแรกเพื่อส่งครูในช่วงฤดูร้อนตอนมัธยม 3

Shigeru Ban บนสะพานที่ทำจากกระดาษลัง (ภาพจาก inhabitat.com)

นอกจากจะเรียนดี กีฬาก็เด่นด้วย เขาเป็นนักรักบี้ระดับทีมภูมิภาคโตเกียว เขาทำทั้งสองสิ่งอย่างดีเยี่ยมควบคู่กันไปตลอดการเรียนชั้นมัธยมปลาย บวกกับไปเรียนพิเศษเพิ่มเติมวิชาพื้นฐานด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม และได้ลงมือทำโมเดลโครงสร้างอาคารด้วยการใช้กระดาษ ไม้ และไม้ไผ่ และนั่นมีส่วนทำให้เขาสอบเข้าได้ที่ Tokyo University ในสาขาสถาปัตยกรรมได้สำเร็จ

แต่โชคชะตาก็นำพาเขาให้โกอินเตอร์ไปยิ่งกว่าเดิม เมื่อไปค้นเจอบทความของ John Hejduk ผู้ได้ชื่อว่าเป็นสถาปนิกกระดาษ ซึ่ง ณ ตอนนั้นเป็นคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่ Cooper Union’s School of Architecture ในนิวยอร์ค นั่นทำให้ Shigeru Ban ต้องการโอนย้ายไปเรียนที่นั่นในทันที  แต่ด้วยข้อกำหนดที่สถาบันนี้ไม่รับนักศึกษาจากนอกสหรัฐอเมริกา ซึ่งประจวบเหมาะกับความประทับใจในตัวอาคารเรียนที่รีโนเวตจากโรงงานเก่าของ Southern California Institute of Architecture เขาจึงโอนย้ายไปเรียนปี 3 – 4 ที่นี่แทน จนพอถึงปี 5 จึงได้กลับมาสานต่อความฝันที่ Cooper Union’s สมใจ จนจบปริญญา

Shigeru Ban (ภาพจาก http://www.soi.wide.ad.jp)
ภาพจาก architectuul.com

หลังจากเรียนจบ เขาได้ร่วมเดินทางทริปยุโรปกับ Yukio Fukagawa มิตรสหายที่เป็นช่างภาพ ที่นั่นเขาตกหลุมรักเข้าอย่างจังกับงานของ Alvar Aalto ในฟินแลนด์ ทั้งในแง่มุมของงานสถาปัตยกรรม และการเลือกใช้วัสดุที่เข้ากับบริบทของถิ่น เขากลับมาเปิดออฟฟิศของตัวเองในโตเกียว ผลงานของเขาเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นการผสมผสานงานสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมเข้ากับกลิ่นอายความโมเดิร์น นอกจากนี้เขายังได้เป็นคิวเรเตอร์จัดนิทรรศการของ Alvar Aalto ในญี่ปุ่นด้วย ซึ่งระหว่างนั้นเอง เขาได้พัฒนาผลงานจากโครงสร้างท่อกระดาษเป็นครั้งแรกเพื่อใช้เป็นกรณีศึกษา ได้แก่ PC Pile House, House of Double-Roof, Furniture House, Curtain Wall House, 2/5 House, Wall-Less House และ Naked House

House of Double-Roof (ภาพจาก archdaily,com)
PC Pile House (ภาพจาก http://cdnassets.hw.net)

ในปี 1994 Shigeru Ban ได้รับทราบข่าวเรื่องผู้ลี้ภัยจากสงครามกลางเมืองของรวันดา เขาจึงตัดสินใจเสนอบ้านจากโครงสร้างท่อกระดาษที่คิดไว้ก่อนหน้าให้กับองค์การสหประชาชาติเพื่อผู้ลี้ภัย และเมื่อเขาได้เข้าร่วมเป็นที่ปรึกษาในองค์กร เขาจึงได้สานต่องานสถาปัตยกรรมสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินทั้งจากภัยธรรมชาติ และสงคราม

อย่างเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่โกเบ ในญี่ปุ่น เขาใช้ Paper dome เข้าไปติดตั้งแทนที่โบสถ์คาทอลิกซึ่งถูกทำลายลง กระดาษรีไซเคิลที่ทั้งทนทาน แข็งแรง ก่อสร้างง่าย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมถูกใช้เป็นโครงสร้างชั่วคราวของโดม โปรเจ็คต์นี้ได้รับคำชื่นชมมากมาย และในปี 1995 เขาได้ออกแบบ Paper Log House บ้านชั่วคราวสำหรับผู้อพยพชาวเวียดนามจากรัฐบาลญี่ปุ่น จนก่อเกิดเป็นองค์กรอิสระเครือข่ายสถาปนิกอาสา หรือ VAN เพื่อดำเนินกิจกรรมเพื่อบรรเทาความทุกข์จากภัยพิบัติในเรื่องที่อยู่อาศัย อันเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ของมนุษย์

Shigeru Ban ช่วยเหลือก่อสร้างบ้านให้กับผู้ประสบภัยเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเอวาดอร์ (ภาพจาก archdaily.com)
Paper Dome (ภาพจาก shigerubanarchitects.com)
Paper Log House (ภาพจาก archdaily.com)
keyboard_arrow_up