Welcome to My World สร้าง…โลกส่วนตัว

             “พื้นที่เล็ก หน้าบ้านแคบ วิวไม่สวย” เป็นข้อจำกัดที่ดูเป็นไปได้ยากสำหรับการเริ่มต้นสร้างบ้านน่าอยู่สักหลังในกรุงเทพฯ ทว่าบ้านหลังนี้ก็แปลงข้อจำกัดยากๆให้กลายเป็นบ้านสวยที่ใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าทุกตารางเมตร แม้ภายนอกดูเหมือนบ้านมีขนาดไม่ใหญ่เท่าไร แต่พอก้าวเข้าสู่ภายใน กลับรู้สึกได้ถึงความโอ่โถง  อบอุ่น และเป็นส่วนตัว ทิ้งบรรยากาศความพลุกพล่านวุ่นวายไว้ภายนอก 
              “ข้อจำกัดของที่นี่คือมีพื้นที่ขนาดเล็ก รอบบ้านก็ไม่ได้มีสิ่งแวดล้อมสวยงาม และบ้านก็อยู่ติดกับบ้านข้างๆด้วย เราจึงออกแบบให้บ้านติดพื้นที่ด้านหน้าและด้านหลังให้มากที่สุด เพื่อให้มีพื้นที่ตรงกลางเยอะที่สุด สร้างวิวขึ้นมาใหม่เป็นวิวส่วนตัว ให้ภาพที่ออกมาเป็นคอร์ตกลางที่สามารถมองเห็นสีเขียวได้ไกล และเห็นทุกอย่างได้ครบในหน้ากว้างเท่านี้ ซึ่งในความเป็นจริงมีพื้นที่นิดเดียว”
              คุณโจ-วรพจน์ ลิ้นกนกรัตน์ และคุณเก่ง-วีรวุฒิ นนทเวชช์ สถาปนิกและมัณฑนากรจาก Workspace Architecture Studio ช่วยกันเล่าถึงไอเดียการแก้ปัญหาเรื่องพื้นที่ของบ้านนี้ให้ฟัง
              บ้านแบ่งเป็นสามชั้น ชั้นล่างเป็นพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ห้องรับแขก ห้องรับประทานอาหาร และ    แพนทรี่ ชั้นสองและสามเป็นส่วนพักผ่อน หากมองโดยรวมอาจรู้สึกว่าบ้านนี้ก็เหมือนบ้านโมเดิร์นธรรมดา แต่ถ้าลงในรายละเอียดจะเห็นการผสมผสานระหว่างงานคลาสสิกกับงานสมัยใหม่เข้าด้วยกันในสไตล์อิตาเลียนโมเดิร์น คล้ายกับงานปรับปรุงอาคารหรือพิพิธภัณฑ์ทางฝั่งยุโรป ซึ่งมัณฑนากรพยายามดึงความต้องการของเจ้าของบ้านที่ชื่นชอบสไตล์ทัสกานีมาปรับให้ดูโมเดิร์นเหมาะกับชีวิตสมัยใหม่มากขึ้น เพื่อให้อยู่สบายแต่ยังแฝงอารมณ์คลาสสิกเอาไว้
              ภายในบ้านแบ่งพื้นที่ใช้งานตามแนวแคบและยาวของบ้านไว้อย่างเรียบง่ายและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของครอบครัว รวมถึงดึงคอนเซ็ปต์ของบ้านคลาสสิกมาแก้ปัญหาเรื่องโครงสร้าง โดยเก็บงานโครงสร้างให้เป็นส่วนเดียวกับงานตกแต่งภายใน จนไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของเสาและคาน
              “อย่างโถงกลางจะเห็นว่าตั้งใจโชว์คานโครงสร้างจริง และทำหลอกขึ้นมาบางส่วน เพื่อให้ดูกลืนไปกับงานตกแต่งภายใน ถ้าไปดูชาโตว์ (Chateaux) ในแถบยุโรป จะเห็นว่าห้องสำคัญจะเป็นห้องรับประทานอาหาร และโชว์โครงสร้างคานไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งก็เป็นการแก้ปัญหาของโครงสร้างจริง และยังใช้ซ่อนงานระบบเครื่องปรับอากาศด้วย”
               หากสังเกตดีๆจะเห็นว่าบ้านหลังนี้ตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติและโชว์ให้เห็นผิวสัมผัสแท้ๆทั้งหมด เช่น หินและไม้ ซึ่งเป็นความชอบส่วนตัวของเจ้าของบ้าน และให้อารมณ์ของผนังคลาสสิกแบบบ้านยุโรปโบราณที่ยิ่งปล่อยให้เก่าก็ยิ่งสวย เมื่อเดินชมจนทั่วแล้ว แทบไม่นึกเลยว่าบ้านหลังนี้สร้างบนข้อจำกัดมากมายที่เป็นไปได้ยาก เพราะเรียกได้ว่าทุกอย่างตอบโจทย์และแก้ปัญหาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เป็นการออกแบบที่ดูน้อยแต่ซ่อนฟังก์ชันการใช้งานไว้มากมายในทุกจุด ซึ่งรวมถึงเฟอร์นิเจอร์ทั้งลอยตัวและบิลท์อินที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับบ้านหลังนี้ เพื่อให้ภาพรวมดูกลมกลืนและเป็นบ้านที่น่าอยู่ที่สุดหลังหนึ่งในกรุงเทพฯ

รนภา นิตย์
ศุภกร ศรีสกุล

keyboard_arrow_up