10 ไม้ยอดฮิต…ปลูกริมถนน – บ้านและสวน

คุณเคยสงสัยหรือไม่? ไม้ริมถนน ที่คุณเห็นตามข้างทางในยามขับรถผ่านนั้นคือพรรณไม้ชนิดใด โดยเฉพาะบริเวณถนนใหญ่ในเมือง พรรณไม้แต่ละชนิดมีความคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก วันนี้บ้านและสวนจะพาไปชมพรรณ ไม้ริมถนน ยอดฮิตที่นิยมปลูกริมถนน ไปดูกันเลยว่ามีชนิดใดบ้าง

ตะแบก

ไม้ริมถนนไม้ต้นผลัดใบ สูง 15 – 20 เมตร ทรงพุ่มรูปไข่ เปลือกต้นเรียบเป็นมันสีเทา มีรอยเป็นวงสีขาวรอบต้น ปลายใบมน มีติ่งแหลมเล็ก โคนใบสอบ ใบอ่อนสีแดงและมีขนปกคลุม ดอกบานวันแรกสีม่วงอมชมพู ต่อมาเปลี่ยนเป็นสีขาว ออกดอกเดือนกรกฎาคม – กันยายน เจริญเติบโตช้า

เครดิต: Facebook-Supoj Fhangnok

นิยมปลูกริมถนน ทางเดิน ริมบ่อน้ำ ลักษณะดอกทำให้จำสับสนกับต้นอินทนิลน้ำ ซึ่งมีต้นแตกต่างจากตะแบกคือ เปลือกต้นของอินทนิลน้ำจะดำและขรุขระ ออกดอกเป็นช่อตั้งที่ปลายกิ่ง


พญาสัตบรรณ

ไม้ต้น สูง 15 – 25 เมตร ทรงพุ่มแผ่เป็นชั้น ๆ เนื้อไม้อ่อนและกิ่งเปราะ ทุกส่วนของต้นมีน้ำยางสีขาว ใบเดี่ยวออกเป็นวงรอบกิ่ง โคนใบมน แผ่นใบหนา ด้านบนสีเขียวเข้ม ด้านล่างสีขาวนวล ออกเป็นช่อกระจุกตามปลายกิ่ง ช่อใหญ่ กลม สีขาวหรือขาวอมเขียว บานพร้อมกันทั้งช่อและนานหลายวัน ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ในช่วงเย็น ออกดอกเดือนมกราคม – พฤษภาคม

เครดิต: http://puechkaset.com/

ต้นที่ปลูกอยู่ในที่ชื้นแฉะดอกจะบานช้ากว่าต้นที่ปลูกอยู่ในที่แล้ง ควรปลูกลงแปลงกลางแจ้งเป็นต้นเดี่ยวให้ห่างจากต้นไม้อื่นอย่างน้อย 8 เมตร ทรงพุ่มจะแผ่ได้สวยงาม สารสกัดจากเปลือกต้นมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด รักษาแผลเรื้อรัง และต้านเชื้อแบคทีเรียบางชนิดได้


อินทนิลน้ำ

เครดิต: https://medthai.com/

ไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงประมาณ 5-20 เมตร ลำต้นเล็กและมักคดงอ แต่พอใหญ่ขึ้นจะเปลา ตรง มีเรือนยอดแผ่กว้าง เป็นพุ่มลักษณะคล้ายรูปร่ม เปลือกต้นสีเทาหรือสีน้ำตาลอ่อน มักจะมีรอยด่าง ๆ เป็นดวงขาว ๆ อยู่ทั่วไป ผิวเปลือกค่อนข้างเรียบ ไม่แตกเป็นร่องหรือเป็นรอยแผลเป็น เปลือกในจะออกสีม่วง

เครดิต: https://sites.google.com/site/tnxinthnilna/home/khxmul-thawpi

มักพบขึ้นตามที่ราบลุ่มที่ชื้นแฉะทั่วไป รวมไปถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำลำห้วย หรือในป่าเบญจพรรณชื้นและป่าดงดิบ พบได้มากสุดทางภาคใต้ นอกจากนี้ยังเป็นพันธุ์ไม้ประจำจังหวัดระนองและจังหวัดสกลนครอีกด้วย


อินทนิลบก

เครดิต: http://www.fca16mr.com/webblog/blog.php?id=471

ไม้ต้น สูง 8-15 ม. ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเป็นคู่หรือเยื้องกันเล็กน้อย รูปไข่แกมขอบขนาน ปลายใบมนหรือแหลม แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ผิวใบเกลี้ยง ดอกสีชมพูถึงม่วงแดง หรือซีดขาว ดอกตูมเป็นรูปลูกข่าง ส่วนบนมีรอยบุ๋มตามยาว กลีบรองดอกรูปถ้วย

เครดิต: http://www.royalparkrajapruek.org/

ลักษณะคล้ายอินทนิลน้ำมาก แต่ ใบ ดอก และผลมีขนาดใหญ่กว่า ใบป้อมและกว้างกว่าใบอินทนิลน้ำ ปลายใบมนกว้างหรือแหลมเป็นติ่งสั้นๆ ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ช่อดอกไม่ชูตั้งขึ้นเหนือเรือนยอด ขนาดของดอกบานกว้าง 10-12 เซนติเมตร แต่ละดอกจะชิดกันเป็นกลุ่ม ดอกสีม่วงอมชมพู และสีจะจางซีดลงเป็นสีขาวอมชมพู ออกดอกช่วงฤดูร้อน


เสลา 

ไม้ต้นขนาดกลาง ผลัดใบ สูง10 – 20 เมตร ทรงพุ่มกลมหรือทรงกระบอก หนาทึบ เปลือกต้นสีเทาเข้มเกือบดำ ผิวขรุขระ มีรอยแตกเป็นทางยาว กิ่งโน้มลงต่ำ ปลายใบเรียวแหลมเป็นติ่ง โคนใบมน แผ่นใบค่อนข้างหนา มีขนนุ่มทั้งสองด้าน กลีบดอกทรงกลม โคนคอดเป็นก้านสั้นๆ มีหลายสี เช่น สีม่วง ม่วงอมแดง ขาว หรืออาจมีทั้งสีขาวและม่วง กลีบดอกบาง ยับย่น ขอบกลีบย้วย ออกดอกเดือนธันวาคม – มีนาคม ชอบแสงแดดตลอดวัน

เครดิต: https://www.matichon.co.th/

นิยมปลูกในสวน ริมถนน ริมทางเดิน ระยะปลูกที่เหมาะสม 4 – 8 เมตร ทนแล้งและทนดินเค็ม นิยมนำเนื้อไม้มาแกะสลัก เป็นพรรณไม้ประจำจังหวัดนครสวรรค์

อ่านต่อ หน้าถัดไป คลิกเลย

keyboard_arrow_up