ไอแดด สายลม และแสงดาว

               นาฬิกาชีวิตที่หมุนเร็วขึ้นในทุกวันอาจพรากเราไปจากความทรงจำดีๆที่เคยมีต่อธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นไอแดดที่คอยให้ความอบอุ่นในยามเช้า สายลมที่พัดโชยคลายร้อนในยามบ่าย หรือแสงดาวระยิบระยับที่ส่งเราเข้านอนในยามค่ำ คงดีไม่น้อยหากในแต่ละวันเราจะหยิบยืมความสุขเหล่านี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในบ้านได้บ้าง 
              ครั้งนี้ผมจะพาไปเยี่ยมชมบ้านหลังหนึ่งซึ่งออกแบบให้ผู้อยู่อาศัยรับรู้ได้ถึงความเป็นไปของธรรมชาติตลอดทั้งวัน เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ภายในกับภายนอกบ้าน เราเดินทางมายังเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า บ้านหลังนี้เป็นของ Mr.U Maung Gyi นักธุรกิจชาวพม่าซึ่งอาศัยอยู่กับครอบครัวรวมทั้งหมด 4 คน Mr.Sai Zayar Myo Thant สถาปนิกจาก Spine Architects Co., Ltd. เล่าว่า
              “ที่นี่มีแสงแดดแรงในตอนบ่าย แต่เพราะอยู่ในพื้นที่โล่งจึงมีลมพัดตลอดทั้งวัน ผมได้แรงบันดาลใจจากลักษณะหลังคาจั่วขนาดใหญ่และการออกแบบช่องเปิดบนผนังของสถาปัตยกรรมพม่าซึ่งสร้างสภาวะน่าสบายในการอยู่อาศัยให้ผู้คนที่นี่มานับร้อยปี แต่ผมนำมาปรับใช้ด้วยภาษาที่ร่วมสมัยขึ้น”
               บ้านสองชั้นหลังนี้มีพื้นที่ใช้สอยทั้งหมดประมาณ 600 ตารางเมตร เป็นอาคารสองหลังซึ่งเว้นระยะระหว่างอาคารไว้ 4 เมตร สถาปนิกตั้งใจให้กระแสลมธรรมชาติไหลผ่านตัวบ้านได้อย่างทั่วถึงโดยอาศัยช่องว่างนี้ อาคารหลังใหญ่ออกแบบเป็นส่วนพักอาศัยและส่วนบริการของสมาชิกภายในบ้าน ส่วนหลังเล็กเป็นห้องพระและห้องแม่บ้านซึ่งอยู่ถัดไปด้านหลัง อาคารทั้งสองหลังเชื่อมถึงกันด้วยสะพานทางเดินเล็กๆบนชั้นสอง
              จุดเด่นของบ้านนี้คือการออกแบบรูปทรงหลังคาและตำแหน่งช่องเปิดที่สัมพันธ์กับทิศทางของแสงแดดและสายลมตามธรรมชาติได้อย่างพอดี สถาปนิกวางตัวอาคารขนานไปในแนวทิศเหนือ-ใต้ ผนังด้านทิศเหนือและตะวันออกส่วนใหญ่ใช้บานกระจกอะลูมิเนียมซึ่งมีบานกระทุ้งที่เปิดรับไอแดดและสายลมเบาๆระหว่างวันได้ แต่เพื่อมิให้ความร้อนเข้าสู่ภายในบ้านมากเกินไป สถาปนิกจึงออกแบบแผ่นหลังคาขนาดใหญ่พับไปมาปกคลุมตัวบ้านเอาไว้ โดยเน้นเฉพาะทิศทางที่แสงแดดช่วงบ่ายจะเข้าถึงได้ แสงแดดอ่อนๆในยามเช้าจึงเข้ามาทักทายผู้อยู่อาศัยถึงภายในห้องนอนผ่านผนังกระจกขนาดใหญ่ซึ่งออกแบบเตรียมไว้ตั้งแต่ต้น
              ภายในตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยกลุ่มสีขาว เหลืองอ่อน สลับกับสีน้ำตาลจากวัสดุไม้ที่นำมากรุตกแต่งผนังในบางจุด โดยตั้งใจให้ผนังส่วนรับแขกทั้งสองด้านเป็นบานกระจกอะลูมิเนียมเพื่อดึงบรรยากาศสวนสวยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของภายใน เสมือนนั่งอยู่กลางสวนจริงๆ ชั้นล่างเกือบทั้งหมดออกแบบให้มีเพดานสูง 4 เมตร เพื่อช่วยให้เกิดความโอ่โถง สบายตา บ้านไม่มืดอับ ผนังภายในบ้านก็หลีกเลี่ยงจุดอับ ช่วยให้กระแสลมเกิดการไหลเวียนได้สะดวก ผู้อยู่อาศัยจึงรับรู้ได้ถึงทิศทางของแสงแดดและสายลมที่เปลี่ยนไปตลอดวัน
ความน่ารักอีกอย่างหนึ่งของบ้านนี้คือ สะพานที่เชื่อมระหว่างอาคารทั้งสองหลังออกแบบให้มีที่นั่งสำหรับให้สมาชิกในบ้านได้มานั่งพักผ่อน พูดคุย รับลมเย็นๆระหว่างวัน แถมยังเอาไว้ชมแสงดาวยามค่ำคืนของเมืองมัณฑะเลย์ได้อีกด้วย
              นับเป็นการนำภูมิปัญญาของสถาปัตยกรรมท้องถิ่นมาต่อยอดได้อย่างร่วมสมัย ผนวกเข้ากับการออกแบบรายละเอียดของตัวบ้านอย่างเข้าใจธรรมชาติ บ้านสไตล์โมเดิร์นหลังนี้จึงไม่ธรรมดา เป็นบ้านที่รักไอแดด สายลม และแสงดาวเสียจริงๆ

ศุภชาติ บุญแต่ง
ฤทธิรงค์ จันทองสุข

keyboard_arrow_up