Line and Space จากเส้นสู่สวน

Line and Space จากเส้นสู่สวน
              การออกแบบภูมิทัศน์นับว่าเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่มาช่วยเติมเต็มสถานที่ให้มีความสมบูรณ์และสวยงาม นอกเหนือไปจากการหน้าตาของตึกหรืออาคารเพียงอย่างเดียว ดังเช่นอาคาร SCG 100 ปี รูปทรงสวยทันสมัยและดูแปลกตาซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลนักจากสถานีรถไฟใต้ดินบางซื่อแห่งนี้  

 

              เป็นเวลาร่วมร้อยปีที่ SCG อยู่คู่กับวงการก่อสร้างของไทย การพัฒนาทั้งนวัตกรรมและวัสดุก่อสร้างอย่างไม่หยุดนิ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาปรากฏคำตอบและผลสำเร็จให้เห็นจากอาคารหลังนี้ที่ไม่เพียงแค่สร้างขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบร้อยปีดังชื่อเท่านั้น แต่ความพยายามสร้างอาคารให้เอื้อเฟื้อต่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงาน ตลอดจนการจัดสวนที่คำนึงถึงการใช้น้ำอย่างคุ้มค่าและความสัมพันธ์ของระบบนิเวศในเมือง จนผ่านการรับรองระบบประเมินมาตรฐานอาคารประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (LEED-Leadership in Energy and Environmental Design) ก็เป็นสิ่งการันตีความมุ่งมั่นไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีต่อไปในอนาคตของที่นี่ได้เป็นอย่างดี คุณภาณุพันธ์ ผาพันธุ์ Green Portfolio Management Manager จาก SCG ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการออกแบบอาคารตลอดจนการปรับภูมิทัศน์ให้สอดคล้องกันว่า
             “เอสซีจีมีโครงการจะสร้างอาคารใหม่ตั้งแต่ช่วงก่อนปี 2540 มีการตอกเสาเข็มเรียบร้อย พอเศรษฐกิจล้มจึงระงับโครงการ ปรับเป็นสนามฟุตบอลและสนามเทนนิส ซึ่งต้องบอกว่าแข็งแรงที่สุดในโลกเพราะมีเสาเข็มเยอะมาก ในภายหลังจึงนำโครงการนี้กลับมาอีกครั้ง โดยรูปแบบของอาคารคล้ายกับตัวอาคารเก่าที่อยู่ใกล้กัน แต่จะมีการเพิ่มเท็กซ์เจอร์ให้ดูยืดหยุ่นและเคลื่อนไหวมากกว่า
             “อาคารนี้ได้รับการรับรองมาตรฐาน ซึ่งข้อกำหนดหนึ่งในนั้นคือต้องมีพื้นที่สีเขียวมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของโปรเจ็คบาวเดอรี เราจึงรักษาพื้นที่ด้านหน้าให้เป็นสีเขียวเกือบทั้งหมด รวมทั้งสวนดาดฟ้าด้านหลังของอาคารจอดรถเพื่อลดปรากฏการณ์เกาะความร้อน มีการนำน้ำมาหมุนเวียนใช้ในส่วนต่างๆ ปรับพื้นที่บริเวณอาคารให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันน้ำท่วม และบังคับให้น้ำไหลลงไปยังบ่อด้านหน้าเพื่อนำน้ำมาใช้หมุนเวียน โดยคำนวณพื้นที่บ่อให้เก็บกักน้ำได้เพียงพอในระบบ”
             สเปซภายในสวนออกแบบให้เปิดโล่งมีลมพัดผ่านเย็นสบาย บ่อน้ำที่อยู่ด้านหน้าอาคารคือคลองเดิมในที่ดินซึ่งเชื่อมต่อกับคลองเปรมประชากรสำหรับขนส่งปูนในอดีต แต่ปัจจุบันทำประตูน้ำกั้นระหว่างคลองด้านนอกกับบ่อน้ำด้านใน พื้นที่ทั้งหมดมีการทำคอนทัวร์ไล่ระดับสร้างความรู้สึกลื่นไหลต่อเนื่องกันระหว่างอาคารหลังเก่ากับหลังใหม่ และใช้วิธีปูทางเดินโค้งรับกันไปมาให้วัสดุและพืชพรรณสอดแทรกต่อเนื่องกันไป ไม้ยืนต้นหลายชนิดยังคงแผ่ร่มเงาบ่งบอกอายุที่ยาวนาน การออกแบบสวนที่เต็มไปด้วยเส้นสายอันทันสมัยสไตล์โมเดิร์นนี้เป็นผลงานของบริษัทภูมิสถาปนิกกรุงเทพ จำกัด โดย คุณธัชพล สุนทราจารย์ Principal อธิบายถึงรายละเอียดต่าง ๆในการออกแบบสวนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศภายในสวนที่สร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันและกันได้เป็นอย่างดี
            “สภาพพื้นที่เดิมมีต้นไม้ค่อนข้างเยอะ ความตั้งใจของเราคือเก็บต้นไม้เดิมให้มากที่สุด ขณะเดียวกันเราอ้างอิงข้อมูลน้ำท่วมในอดีตเพื่อปรับระดับที่ดินป้องกันน้ำท่วมด้วย ตัวอาคารจึงต่างจากระดับดินเดิมประมาณ 2.20 เมตร โจทย์ก็คือทำอย่างไรให้เก็บต้นไม้เดิมไว้ได้ ระดับที่มันแตกต่างเวลาปรับระดับ ถมดิน หรือทำถนนทับไปบนราก ต้นไม้จะไม่สามารถอยู่ได้แน่นอน
             “ต้นไม้ทั้งหมดแทบไม่ได้ขุดล้อมออกเลย ระดับดินเดิมส่วนที่เป็นไม้ยืนต้นก็ไม่เปลี่ยน เป็นที่มาของเทคนิคการออกแบบให้ไม่กระทบกับต้นไม้ เราใช้เส้นเป็นเครื่องมือสร้างคอนทัวร์ใหม่ให้หลบต้นไม้เดิม บางจุดทำกำแพงกันดินล้อมต้นไม้และยกพื้นเดคไม้ขึ้นมาคลุมโคนต้น จะมีย้ายต้นไม้บ้างแค่บางต้นเท่านั้นตามความจำเป็น เรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการออกแบบ เช่น การก่อสร้างถนนเข้าไปใกล้จนไม่สามารถรักษาไว้ได้ก็จำเป็นต้องย้าย แต่มีน้อยมากครับ แค่ต้นหรือสองต้นเท่านั้น”
             การเก็บต้นไม้ทั้งหมดไว้ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก การทำฮาร์ดสเคปภายในสวนจึงต้องออกแบบให้โค้งไปมา มีทั้งส่วนที่เป็นทางเดินและคันกันดิน จุดที่เป็นทางเดินปลูกไม้คลุมดินสลับ เช่น หลิวไต้หวัน ถั่วบราซิล  ส่วนจุดที่เป็นคันกำแพงเตี้ยปลูกไม้พุ่มระดับสูงขึ้นมาอีกเล็กน้อยรับกัน เช่น หนวดปลาหมึกแคระ เอื้องหมายนาด่าง และพุดศุภโชค ทางเดินเหล่านี้ทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างอาคารและไม่ใช้เส้นโค้งที่ซับซ้อนเพื่อกำหนดระยะทางเดินให้สั้นที่สุด
              “แนวคิดก็คือแทนที่จะมีฮาร์ดสเคปผืนใหญ่เพื่อรีบระบายน้ำออกไปเร็ว ๆ แต่ระบายเร็วแล้วไปไหน ก็ไปลงท่อออกสู่คลอง ทำให้น้ำไม่ได้ซึมลงดินตามธรรรมชาติ อันนี้เป็นปัญหาของเมืองคือว่าน้ำมันระบายเร็วจึงเกิดปัญหาน้ำระบายไม่ทันเกิดน้ำท่วมได้ง่าย จึงมีแนวคิดว่าพยายามทำให้น้ำซึมลงดินได้เพื่อช่วยลดภาระการระบายน้ำโดยรวมของเมืองและเติมความชุ่มชื้นกลับไปในดิน จึงเป็นที่มาของเทคนิคดีไซน์ฮาร์ด สเคป เราใช้พรีแคสคอนกรีต (Precast Concrete) ขึ้นรูปสองแบบเป็นเส้นโค้งและแบบตรง ในส่วนที่มีกิจกรรมเยอะ ๆ ฮาร์ดสเคปจะมารวมกันเป็นผืนใหญ่ ส่วนที่เป็นทางเดินมีการกระจายกิจกรรมน้อยลงก็จะเปิดออกให้สีเขียวแทรกเข้ามา เกิดช่องว่างให้พื้นที่ฮาร์ดสเคปสามารถมีน้ำซึมผ่านได้ ประกอบกับประสบการณ์ของคนที่ใช้จะรู้สึกว่าสีเขียวแทรกเข้ามาโดยตลอด เป็นการอยู่ร่วมกันของกิจกรรมและธรรมชาติ”
                สภาพพื้นที่เดิมนั้นคุณธัชพลอธิบายว่ามีกลุ่มอาคารหลายหลังปลูกคร่อมและหันหลังเข้าคลอง ทำให้เดิมนั้นคลองเป็นเหมือนพื้นที่ปิด คนจึงไม่รู้สึกว่ามีส่วนร่วม เมื่อเคลียร์พื้นที่ใหม่จึงเปิดสเปซส่วนนี้ทำให้ริมน้ำกลายเป็นพื้นที่สำคัญและสามารถใช้งานเป็นมุมพักผ่อนได้ นอกจากนี้ยังปลูกไม้น้ำบริเวณขอบบ่อเป็นชั้นไล่ระดับลงไป ซึ่งช่วยทำหน้าที่กรองน้ำที่ไหลลงบ่อได้เป็นอย่างดี
               “เราต้องปรับสโลปบริเวณขอบบ่อน้ำใหม่เพื่อให้เกิดสังคมนิเวศของสัตว์น้ำและใช้สโลปหนึ่งต่อสี่ ซึ่งไม่ชันเกินไป ปลูกไม้น้ำหลากหลายตั้งแต่พืชกึ่งบกกึ่งน้ำ พืชลอยน้ำ และพืชจมน้ำ ได้แก่ ว่านน้ำ แว่นแก้ว ลานไพลิน คล้าน้ำช่อตั้ง รวมทั้งพุทธรักษาตามริมคลองเดิม ทำหน้าที่เป็นระบบกรองธรรมชาติทดแทนฟิลเตอร์ ระบบรากที่ขยายในวัสดุปลูกจะทำหน้าที่กรองและเป็นตัวจับอินทรียสารเข้าไปใช้ในการเจริญเติบโต สังเกตว่าไม้น้ำเจริญงอกงามมาก คลองหรือบ่อน้ำแห่งนี้ยังเป็นเหมือนแก้มลิงที่สามารถรับน้ำได้เป็นหมื่นคิว เมื่อฝนตกลงมาจะรับน้ำฝนก่อนระบายลงคลอง จึงลดปัญหาเรื่องน้ำท่วมในพื้นที่และชุมชนโดยรอบ”
              ไม่เพียงแค่ความสวยงามของเส้นสายที่ประกอบกันเป็นสวนที่ทันสมัยเท่านั้น แต่การออกแบบที่คิดคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศครบรอบด้านก็เป็นอีกมิติของงานออกแบบภูมิทัศน์ที่แสดงให้เห็นถึงจุดเล็ก ๆที่นำไปสู่การพัฒนาเมืองก้าวต่อไปในอนาคต

เรื่องโดย : วรัปศร
ภาพโดย : ศุภกร ศรีสกุล, รุ่งกิจ เจริญวัฒน์

keyboard_arrow_up