Buckminster Fuller – ผู้อุทิศประสบการณ์ทั้งหมดเพื่อเพื่อนมนุษย์

หลังจากเราพาไปทำความรู้จัก TADAO ANDO สถาปนิกผู้เป็นหน้าตาของเอเชีย วันนี้เราจะขอพาไปทำความรู้จัก Buckminster Fuller กันบ้าง

เมื่อโดมทรงกลมขนาดยักษ์ Geodesic Dome ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะเป็นรูปแบบของอาคารที่มี “พื้นที่ใช้งานมากที่สุด” เนื่องจากไม่มีเสารับน้ำหนักที่ขวางอยู่กลางพื้นที่ อีกทั้งโครงสร้างเหล็กซึ่งประกอบขึ้นจากหน่วยรูปทรงสามเหลี่ยมก็ดูล้ำสมัย สิ่งนี้คือผลลัพธ์ของความมุ่งมั่นค้นคว้านวัตกรรมบนพื้นฐานขององค์ความรู้ด้านคณิตศาสตร์และวิศวกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ มาตลอดระยะเวลาการทำงานกว่า 50 ปีของ Buckminster Fuller

Fuller และนักศึกษาของเขาที่ Black Mountain College ขณะทำการเรียนเรื่อง Geodesic Dome (ภาพจาก theredlist.com)
ปกนิตยสาร TIME ฉบับ 10 มกราคม 1964 เชิดชู Buckminster Fuller ในฐานะผู้คิดค้น Geodesic Dome

Fuller เกิดที่แมสซาชูเซ็ตต์ ในครอบครัวสายนักรณรงค์และบริการสังคม ระหว่างเดินทางท่องเที่ยวกับครอบครัวไปอยู่ที่เกาะ Bear ที่รัฐ Maine เขาได้รู้จักกับงานโครงสร้างและงานซ่อมแซมเรือเป็นครั้งแรก

แม้จะได้เข้าเรียนใน Harvard University แต่ก็โดนให้ออกเนื่องจากทำงานเพื่อสังคมเยอะเกินไปจนพลาดสอบมิดเทอม เขาจึงต้องย้ายไปทำงานในโรงสีในแคนาดาแทน ซึ่งที่นี่ยิ่งทำให้เขาสนใจเรื่องเครื่องจักรหนักเข้าไปอีกพร้อมๆ กับได้ฝึกหัดประกอบ ซ่อมแซมและพัฒนาเครื่องจักรอย่างเต็มที่  หลังจากนั้น เขาได้กลับไปเรียนที่ Harvard อีกครั้ง แต่ในช่วงที่ยังเรียนไม่จบ เขากลับต้องไปรับใช้ชาติในฐานะทหารเรืออเมริกัน ในโอกาสนี้เอง Fuller ได้ฉายแสงความสามารถด้านวิศวกรรมด้วยการประดิษฐ์เรือช่วยชีวิตที่สามารถโยนลงจากเครื่องบินมาที่น้ำอย่างทันเวลา และช่วยนักบินชีวิตไว้ได้หลายชีวิตด้วยกัน

จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตของเขาคือ หลังจากเขาได้ช่วยกิจการรับเหมาก่อสร้างของพ่อตา แต่บริษัทกลับปิดตัวลง เขาตกงานและเคยคิดฆ่าตัวตาย แต่หลังจากฉุกคิดได้ เขาจึงอุทิศความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ทั้งหมดเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เขาใช้เวลาถึง 2 ปีปลีกตัวออกจากสังคม เพื่อค้นหาวิถีทางที่จะทำให้มนุษย์ใช้ชีวิตได้ดีขึ้น

Buckminster Fuller และครอบครัว (ภาพจาก bfl.org)

สิ่งที่เขาสนใจมาตลอดทั้งชีวิตคือการใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนารูปแบบงานก่อสร้าง เริ่มต้นจากอาคารอพาร์ทเมนท์แบบโมดูล่าร์ที่ขนส่งได้ทางอากาศ ที่มีชื่อว่า Dymaxion™House มีข้อดีคือราคาไม่แพง และผลิตได้ทีละมากๆ  ซึ่งคำว่า Dynamic (พลวัต) และ Maximum (สูงสุด) ได้กลายเป็นคำที่บอกเล่าถึงปรัชญางานดีไซน์ของ Fuller ที่ว่า “(คิดและ)ทำให้เยอะเพื่อให้ใช้งานง่าย และอยู่ในกระแสโลกเพื่อจะพัฒนาเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพต่อความเป็นอยู่ของมหาชน “ ซึ่งภายใต้ชื่อ Dymaxion™ไม่ใช่เป็นแค่ตัวอาคาร แต่ยังมีทั้งรถบ้าน Streamline และยูนิตที่อยู่อาศัย DDU ที่ใช้สำหรับเคลื่อนพลในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

Dymaxion House (ภาพจาก inverse.com)
โฆษณา Dymaxion House บ้านแห่งอนาคต (จาก myipamm.net)
DDU หรือ Dymaxion Deployment Unit ในอเมริกาเหนือ (ภาพจาก bubblemania.fr)
Fuller และ Dymaxion Car รถบ้านเพื่ออนาคตของ Streamline (ภาพจาก bubblemania.fr)
keyboard_arrow_up