เติบโตไปตามเวลา

เติบโตไปตามเวลา
               ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่มีสายลมพัดผ่านให้เย็นสบายและพัดโชยไปกระทบกับกระดิ่ง ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊ง เคล้าคลอเบาๆอยู่ภายในสวน ทั้งหมดที่กล่าวมาคือบรรยากาศแรกเริ่มที่เราสัมผัสได้เมื่อมาเยือนสวนแห่งนี้ จนอยากทราบที่มาที่ไปของสวนสวนสวยที่อยู่ตรงหน้าให้มากขึ้น คุณอุทัยและคุณลดาวัลย์ สุนทรชัย เจ้าของสวนก็ใจดีเล่าให้เราได้ฟังกัน 
              “ดิฉันและครอบครัวอยู่บ้านหลังนี้มานานกว่ายี่สิบปีแล้ว ตอนที่ซื้อบ้านบริเวณสวนก็ไม่มีอะไรเลยเราต้องทำใหม่หมด ในตอนนั้นไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ก็เลยจ้างนักจัดสวนมาจัด เขาก็เอาดินมาเทปรับสภาพพื้นให้มีความลาดเอียงลง เพื่อสวนจะได้ดูกว้างขึ้นและน้ำจะได้ไม่ท่วมขังด้วย แล้วเราก็บอกเขาไปว่าอยากได้ปีบมาลงไว้หน้าบ้าน เพราะกลัวว่าจะร้อนเลยอยากมีไม้ใหญ่ให้ร่มเงาในบริเวณนี้ พอผ่านไปไม่นานสวนก็โทรมไปตามสภาพ ประกอบกับช่วงนั้นเรามีเวลาว่างในวัยเกษียณมากขึ้น เลยชอบไปเดินเล่นที่ตลาดนัดสวนจตุจักรและตลาดต้นไม้เส้นถนนกาญจนาภิเษก เมื่อไปทีไรก็จะได้ของแต่งสวนที่ชอบและต้นไม้ที่ถูกใจติดไม้ติดมือกลับบ้านมาเรื่อยๆ เลยรู้สึกสนุกและมีความสุขที่จะจัดสวนของเราด้วยตัวเอง ซึ่งศึกษาจากการอ่านหนังสือหรือถามวิธีปลูกเลี้ยงจากคนขายและการสังเกต จนทราบว่าต้นไหนชอบอะไรต้องปลูกแบบไหนถึงจะสวย”
               จากพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 200 ตารางวา มีส่วนที่เป็นสวนอยู่บริเวณด้านหน้าบ้าน ขนาบข้างทั้งด้านซ้ายและขวา แบ่งกั้นด้วยทางเดินจากรั้วประตูเข้าสู่ตัวบ้าน ฝั่งซ้ายยกสเต็ปให้มีความสูงระดับเดียวกับตัวบ้าน คุณลดาวัลย์เล่าว่า
               “สวนด้านนี้เคยปลูกหญ้ามาก่อน แต่พอปีบใหญ่ขึ้นแผ่กิ่งก้านหนาแน่น ตรงนี้ก็ร่มหญ้าเลยตายต้องเปลี่ยนใหม่อยู่เรื่อยๆ จะตัดต้นปีบทิ้งก็เสียดาย เพราะอยู่กับเรามานาน จนสุดท้ายก็เลยแก้ปัญหาโดยปูพื้นแผ่นศิลาแลงก็หมดปัญหาตรงจุดนี้ไป”
               พรรณไม้ที่เลือกใช้ก็ปลูกไม้ทนร่มหรือชอบแดดรำไร เช่น เฟิน บีโกเนีย หน้าวัว ฯลฯ ส่วนพื้นที่ด้านขวามีระเบียงไม้ไว้นั่งเล่นพักผ่อน ตรงกลางเปิดโล่งเป็นสนามหญ้าและปลูกต้นไม้รอบๆ มีพรรณไม้ใหญ่อยู่หลายชนิด เช่น จำปี จิกป่า จิกน้ำ ลำดวน ชงโค ลั่นทม ฯลฯ
เราจะเห็นว่าตามต้นไม้ใหญ่แต่ละต้นมีไม้สายแขวนห้อยหรือเกาะประดับอยู่ ล้วนแต่เป็นกอขนาดใหญ่ จึงกระซิบถามคุณลดาวัลย์ว่าซื้อมาราคาเท่าไรถึงมีกอใหญ่ขนาดนี้ คงแพงน่าดู คุณลดาวัลย์ก็อมยิ้มเล็กๆและบอกกับเราว่า
                “ซื้อมาแค่ 120 บาทเองค่ะ เลี้ยงตั้งแต่ต้นยังเล็กๆจนเป็นกอใหญ่ต้องใช้เวลา อย่างที่เห็นนี้ก็ปลูกมาสิบกว่าปีแล้ว อีกอย่างเราชอบเฟินด้วย เพราะเลี้ยงง่าย พอนำมาแขวนก็ดูสวยร่มรื่นดี ส่วนหม้อข้าวหม้อแกงลิงยาวกว่า 5 เมตรก็ปลูกนานแล้วเหมือนกัน ตอนแรกรดน้ำใส่ปุ๋ยดูแลอย่างดี ก็สงสัยว่าทำไมไม่ออกดอกเลย พอถามคนขายเขาก็บอกว่าแค่รดน้ำให้ชุ่มๆพอแล้ว เพราะใส่ปุ๋ยมากไปต้นจะไม่ออกดอก จะมีแต่ใบ ก็เลยทำให้เราได้เรียนรู้ จนตอนนี้ออกทั้งดอกออกทั้งใบเป็นต้นใหญ่อย่างที่เห็น สวนนี้ดิฉันก็จะปรับเปลี่ยนอยู่บ่อยๆ ซื้อต้นไม้มาเติมเรื่อยๆ จนตอนนี้แถบไม่มีที่ให้ปลูกเพิ่มแล้วค่ะ”
                 คุณลดาวัลย์กล่าวพร้อมหัวเราะอย่างมีความสุข ผู้มาเยือนอย่างเราก็พลอยมีความสุขจากการได้มาสัมผัสสวนสวยแสนร่มรื่นของเธอด้วยเช่นกัน รู้สึกเลยว่าสวนแห่งนี้ได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีจนมีต้นไม้เติบโตงอกงามน่าชื่นชม

อาภาศรี มีมานะ
สิทธิศักดิ์ น้ำคำ

keyboard_arrow_up