รวมกันเราอยู่…

การรวมบ้านสองหลังให้กลายเป็นบ้านหลังเดียว ต้องอาศัยการวางผังภายในที่ดี และการวางกลุ่มก้อนของตัวอาคารที่ลงตัว ซึ่งผมคิดว่ายากกว่าการออกแบบบ้านใหม่เสียอีก นอกจากนี้เรายังต้องคำนึงถึงการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมเก่าอีกด้วย

ด้านหน้าบ้าน ดูเหมือนบ้านแฝด แต่จริงๆคือบ้านเดี่ยว นี่คือสถาปัตยกรรมเก่าของซิดนีย์ (Ferderation Style)ซึ่งภาครัฐให้ความคุ้มครอง ประชาชนก็เข้าใจและพร้อมใจกันปฏิบัติตาม ไม่มี “อะไร” ใต้โต๊ะเหมือนบางประเทศ (ภาพโดย Brett Boardman)

ผืนน้ำและเส้นขอบฟ้าของเมืองซิดนีย์คือสิ่งที่เจ้าของบ้านหลังนี้มองเห็นทุกเช้าจากหน้าต่างภายในห้องนอน สามีเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ใช้เวลาขับรถไปทำงานในย่านดาวน์ทาวน์เพียงวันละไม่กี่นาที ส่วนภรรยาเป็นทนายความอิสระ มีห้องทำงานอยู่ในบ้านติดกับห้องของเล่นของลูกๆ  ทุกอย่างที่พวกเขาต้องการอยู่ไม่ไกลจากบ้าน ความสะดวกสบายคือเสน่ห์ของชีวิตในเมือง ซึ่งทำให้พวกเขาเลือกที่จะอยู่ในบ้านหลังนี้

ผนังสีขาวกลางบ้านคือกำแพงของบ้านหลังเดิมที่ทำสีใหม่ ช่องเปิดบนเพดานนอกจากจะเชื่อมต่อกับชั้นบนแล้ว ยังย้ำเตือนว่าที่นี่เคยเป็นบ้านสองหลัง
ห้องรับแขกง่ายๆ ใสๆ เพิ่มสีสันด้วยเฟอร์นิเจอร์และงานศิลปะแต่พองาม

วิวสวย สะดวกสบาย แต่คับแคบอาจเป็นลักษณะของบ้านในเมืองใหญ่ที่เราคิดกัน สองข้อแรกตรงกับบ้านนี้อย่างที่ผมเล่าไปแล้ว จริงๆบ้านหลังนี้ก็เคยคับแคบ (ดูจากรูปแล้ว คุณผู้อ่านคงสงสัยว่าไม่เห็นจะแคบเลย ออกจะใหญ่ปานนี้) พื้นที่ใช้สอยในบ้านหลังนี้เคยมีขนาดหนึ่งในสามของที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ก่อนที่จะมีลูกๆ พวกเขาอาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยวชั้นเดียวหลังเล็กได้อย่างสบายๆ แต่เมื่อลูกๆ(สามคน)เริ่มโตขึ้น ความต้องการพื้นที่ก็มีมากขึ้น เจ้าของบ้านจึงบอกกับสถาปนิกว่า จะให้ขายแล้วย้ายออกไปอยู่บ้านใหญ่นอกเมือง คงทำไม่ลง  เราอยากต่อชั้นสอง เรื่องราวหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร  กว่าจะมาเป็นบ้านหลังนี้ พวกเขาต้องทำอะไรกันบ้าง คุณแอนดรูว์ นิมโม่ สถาปนิกที่เราเคยนำเสนอผลงานมาแล้วกำลังจะเล่าให้เราฟังเป็นฉากๆครับ

ห้องรับประทานอาหารตกแต่งอย่างเบาๆเช่นกัน โดยใช้เฟอร์นิเจอร์แบบโมเดิร์นและป็อปอาร์ต

                “ที่ไม่พอก็ต้องต่อเติม ฟังดูเหมือนเป็นการแก้ปัญหาบ้านคับแคบที่ง่ายที่สุด คุณแอนดรูว์เท้าความถึงจุดเริ่มต้นของโปรเจ็คท์นี้ว่า ลูกค้าโทรศัพท์มาปรึกษาเรื่องการต่อเติมชั้นสองของบ้านชั้นเดียวที่ทั้งแคบทั้งเก่า ผมได้ยินแล้วรู้สึกสนใจ และคิดว่าน่าจะเป็นโอกาสทำให้บ้านเก่าหลังนี้กลับมากระชุ่มกระชวยอีกครั้ง

เมื่อออกแบบคอนเซ็ปต์เสร็จเรียบร้อย ผมก็นำแปลนไปขออนุญาตที่สำนักงานเขตเทศบาล แต่น่าเสียดายที่คณะกรรมการตรวจสอบไม่อนุมัติการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของบ้าน เพราะบ้านหลังนี้อยู่ในเขตอนุรักษ์สถาปัตยกรรมเก่า เราก็เลยคอตก อกหัก แต่ก็เข้าใจ
แอบมองเข้าไปในห้องของเล่นของเด็กๆ บานประตูเลื่อนทำจากแผ่นพอลิคาร์บอเนตสีขาวขุ่น ช่วยปิดบังความไม่เป็นระเบียบ ทั้งยังเข้ากับสีของผนังแต่ให้แสงสว่างส่องผ่านได้

                “ปรับปรุงได้ แต่ห้ามเปลี่ยนแปลง แม้จะถูกปฏิเสธกลับมาด้วยคำพูดนี้ แต่ทั้งสถาปนิกและลูกค้าก็ยังไม่ยอมแพ้  กลับมานั่งประชุมโต๊ะกลม (ผมจินตนาการเอาเอง) เพื่อร่วมกันตีความของคำว่า “อนุรักษ์” ก่อนตัดสินใจรักษาส่วนหน้าของบ้านให้เป็นชั้นเดียวเหมือนเดิม แต่ต่อเติมชั้นสองบนครึ่งหลังของบ้านที่มองไม่เห็นจากด้านหน้า ไอเดียนี้ได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการของเทศบาลเป็นอย่างดี เท่านั้นยังไม่พอเจ้าของบ้านยังได้ขอซื้อบ้านข้างๆด้วย  เขาอยากให้เชื่อมบ้านทั้งสองหลังเข้าด้วยกัน สถาปนิกเล่าให้เราฟังด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น การแก้ปัญหาบ้านแคบจึงเป็นเรื่องรองทันที โจทย์ใหม่ของเราก็คือ จะรวมบ้านสองหลังบนที่ดินสองผืนให้กลมกลือนเหมือนเป็นบ้านเดียว และยังต้องอนุรักษ์สถาปัตยกรรมเก่าไว้ด้วยได้อย่างไร

มุมมองจากระเบียงหลังบ้านไปยังประตูหน้าบ้าน ห้องนี้แสดงให้เห็นถึงความแคบและลึกของบ้านเดิมได้เป็นอย่างดี สังเกตมีครัวเปิดอยู่กลางบ้านเหมือนเวทีแสดงฝีมือ(ทำอาหาร)

                “รวมกันเราอยู่ (ไม่ต้องย้าย)คือคอนเซ็ปต์ของบ้านหลังนี้ การซื้อบ้านข้างๆอาจไม่ใช่ทางออกของทุกครอบครัวในการแก้ปัญหาเรื่องบ้านแคบ แต่ในกรณีนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะโดยมากครอบครัวในเมือง

ซิดนีย์ที่ต้องการขยับขยาย มักจบด้วยการต่อเติม(เท่าไหร่ก็ไม่พอ)หรือไปสร้างบ้านใหม่นอกเมือง งานออกแบบบ้านใหม่อาจเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่โจทย์แปลกๆอย่างนี้สถาปนิกที่ไหนจะปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆ ผมตื่นเต้นกับโจทย์ชิ้นนี้มาก  การรวมบ้านสองหลังให้กลายเป็นบ้านหลังเดียว ต้องอาศัยการวางผังภายใน (Interior Planning)ที่ดี และการวางกลุ่มก้อนของตัวอาคาร (External Massing)ที่ลงตัว ซึ่งผมคิดว่ายากกว่าการออกแบบบ้านใหม่เสียอีก

                หน้าไหว้หลัง…หยอก คือคำพูดที่วิ่งเข้ามาในหัวผมเมื่อได้เห็นสถานที่จริง หลังจากพูดคุยกันที่สำนักงานของคุณแอนดรูว์จนผมพลอยรู้สึกตื่นเต้นไปกับเขาด้วย วันต่อมา เราก็มีโอกาสไปดูของจริง เมื่อเดินทางไปถึงเราเห็นบ้านชั้นเดียวสองหลังที่ไม่ใหญ่ไม่โต ยังดูไม่ออกว่าบ้านสองหลังนี้เชื่อมกันได้อย่างไร เพราะเรายังเห็นประตูทางเข้าสองทาง (หลังละบาน) ประตูของบ้านด้านซ้ายไม่ได้ใช้งาน แต่เราเก็บไว้เพื่อรักษาลวดลายทางสถาปัตยกรรม และความทรงจำเก่าๆเกี่ยวกับบ้านทั้งสองหลัง คุณแอนดรูว์อธิบายก่อนพาเราเข้าไปในบ้าน

ประตูทางเข้าเดิมได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ลวดลายบนเพดานทาสีขาวเพื่อให้เข้ากับความโมเดิร์นในส่วนอื่นๆของบ้าน

ถ้าไม่ได้มาดูด้วยตัวเอง ผมคงไม่เชื่อว่านี่คือบ้านหลังเดียวกัน ภายในไม่ถึงกับโอ่อ่า แต่ห่างไกลจากคำว่า “คับแคบ” ลิบลับ หน้าบ้านดูเก่าแก่คลาสสิก แต่ข้างในกลับดูโมเดิร์นโก้เก๋… สถาปนิกเดินยิ้มก้มหน้า (มองออกว่าภูมิใจมาก) พาเดินดูบ้านต่อไป

ห้องนอนลูกชายคนโตที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่น เหตุผลหลักของการต่อเติมบ้าน
ประตูเลื่อนในห้องนอนใหญ่เปิดออกสู่ระเบียง ผนังหินสังเคราะห์สีขาวทำให้ภายนอกและภายในสัมพันธ์กัน

                “บ้านแฝดสยาม ตัวติดกันที่สะโพก (Joined at the Hips)น่าจะเป็นคำอธิบายบ้านนี้ได้ดีกว่า “หน้าไหว้หลัง…หยอก” ส่วนหน้าของบ้านทั้งสองหลังมีหน้าตาละม้ายคล้ายกันเหมือนฝาแฝด ส่วนด้านหลังเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นสไตล์โมเดิร์นที่ดูกว้างขวาง มีรูปทรงไม่สมมาตรต่างจากด้านหน้าอย่างสิ้นเชิง มีการซ้อนทับของรูปทรงต่างๆจนได้เป็นเรขาคณิตที่ลงตัว และการใช้วัสดุอย่างผนังสังกะสีเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ  ด้านหน้าแสดงออกถึงความเป็นทางการ ความเคารพต่อเอกลักษณ์ของชุมชนเก่า ความสำรวม และความมั่นคง คุณแอนดรูว์อธิบาย แต่ด้านหลังแสดงถึงความทันสมัย สัจจะของวัสดุ ความเป็นกันเอง และความอบอุ่นในครอบครัว

มุมมองจากระเบียงห้องนอนลูกสาวที่อยู่ด้านหลังบ้าน มองเห็นหอเอเอ็มพีทาวเวอร์ สะพานฮาร์เบอร์ และสะพานแอนแซ็ก สัญลักษณ์สำคัญของเมืองซิดนีย์ที่อยู่ไม่ไกลนัก ใกล้เข้ามาจะเห็นหลังคาลักษณะแคบและยาวของบ้านในชุมชนนี้ ข้างใต้สนามหญ้าเป็นโรงจอดรถ ซึ่งมีทางเข้าตรงตรอกเล็กๆหลังบ้าน มีบันไดขึ้นมาจากโรงรถอยู่ระหว่างกำแพงสีม่วง

ความเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองต้องการของเจ้าของบ้าน (ไม่ย้ายเด็ดขาด) ความฉลาดหลักแหลมในการแก้ปัญหาของสถาปนิก (บ้านแฝดสยาม) และโชค(ใช่ว่าใครจะซื้อบ้านข้างๆได้ง่ายๆ) เป็นสูตรสำคัญที่ทำให้บ้านนี้ออกมาสวยงาม พื้นที่ภายในลงตัว รูปทรงภายนอกก็ลงตัว และที่สำคัญบ้านหลังนี้ลงตัวกับเอกลักษณ์ของชุมชนตามที่เทศบาลต้องการ เจ้าของบ้านพอใจ คนออกแบบก็(แสนจะ)ภูมิใจ ส่วนเรา..ก็ดีใจที่ได้นำเสนอบ้านหลังนี้ครับ

 

เรื่อง : เจรมัย พิทักษ์วงศ์

ภาพ : ฤทธิรงค์ จันทองสุข , สิทธิศักดิ์ น้ำคำ

ออกแบบ : Lahz Nimmo Architects