พรรณไม้คู่เหมือน

0
985

คุณเคยสับสนไหม… กับพรรณไม้ที่มีลักษณะใกล้เคียงกันไม่ว่าจะเป็นลักษณะภายนอกอย่างลำต้น ใบ ดอก หรือแม้กระทั่งผล เช่น ผลไม้บางชนิดนอกจากจะมีชื่อเรียกใกล้เคียงกันแล้ว รูปลักษณ์ภายนอกและรสชาติยังคล้ายกันจนแทบแยกไม่ออกเลย สร้างความสับสนในการเรียกชื่อ…บ้านและสวน ขอนำเสนอ “พรรณไม้คู่เหมือน” ที่หลายคนก็อาจสงสัยว่าพรรณไม้เหล่านี้มีความเหมือนหรือต่างกันตรงไหน ไปดูกันเลย…

ระกำ VS สละ

เครดิต: http://ez2plant.com/product/__template=iphone/lid=31928273

ระกำ เป็นพืชในตระกูลปาล์ม ต้นเตี้ย ลำต้นมีหนามแหลมยาวประมาน 1 นิ้ว ส่วนผลที่นิยมรับประทานนั้นจะออกเป็นทะลาย ซึ่งจะมีผลประมาณ 2-5 ลูก เปลือกของระกำจะมีหนามแข็งขนาดเล็ก ส่วนลักษณะของผลจะออกสั้นๆ ป้อมๆ เนื้อระกำออกสีส้ม พร้อมน้ำฉ่ำๆ  มีกลิ่นหอม รสชาติออกเปรี้ยวอมหวาน

สละ จัดเป็นพืชตระกูลปาล์มเช่นเดียวกับระกำ มีต้นเป็นทรงพุ่มพร้อมหนามแหลมแข็งอยู่บริเวณก้านใบ ลักษณะผลรียาว ส่วนเปลือกจะมีลักษณะเป็นเกล็ดซ้อนกัน และมีขนสั้นๆคล้ายกับหนาม มีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน

http://book.baanlaesuan.com/plant-library/salacca/

ความแตกต่าง

เครดิต: https://th.wikipedia.org/wiki/

ผลระกำ จะออกเป็นทะลาย ลูกจะป้อมๆ กลมๆ อ้วนๆ เปลือกหุ้มผลเป็นเกล็ดสีน้ำตาลหรือดำ ถ้าแก่ผลจะเป็นสีแดง   หนึ่งผลจะมี 2-3 กลีบ เนื้อน้อย มีสีเหลืองอมส้ม รสชาติเปรี้ยวกว่าสละ มีหนามเยอะและยาวกว่าสละ

เครดิต: https://th.wikipedia.org/wiki/

ส่วนสละ ผลจะสีคล้ำออกน้ำตาล หนามแข็งน้อยกว่าระกำ ผลยาวและเรียวกว่า มีเนื้อเยอะกว่า เนื้อสีเหลืองอ่อน      ผลหนึ่งจะมี 1-2 กลีบ รสชาติหวานกว่าระกำ ทางใบสั้นและลำต้นเตี้ยกว่ากว่าระกำ


ลางสาด VS ลองกอง

เครดิต: https://medthai.com/%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%94/

ลางสาด ไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ใบบางและหยักเป็นคลื่นน้อยกว่าลองกอง ดอกออกเป็นพวงสีเหลือง ผลสีเหลืองอ่อนรูปทรงกลมหรือรูปไข่ ผลออกตามลำต้นหรือกิ่งแก่ เปลือกบางมีขนนิ่ม มียางสีขาว เนื้อหุ้มเมล็ดมีลักษณะใส ในหนึ่งผลมีประมาณ 5 เมล็ด

เครดิต: http://www.bansuanporpeang.com/node/13751

ลองกอง ไม้ยืนต้นสูงประมาณ 20-30 ฟุต ต้นสีน้ำตาล ต้นลองกองไม่มีลักษณะเป็นลายขาวแบบต้นลางสาด ผิวของลำต้นจะดูขรุขระ ใบมีลักษณะเป็นมันใหญ่นูนเป็นคลื่นตรงเส้นใบย่อยเห็นได้ชัดกว่าใบลางสาด ผลขนาดใหญ่กว่าลางสาด ผลค่อนข้างกลมเมื่อสุกมีสีจางกว่าสีของผลลางสาด

ความแตกต่าง

เครดิต: https://kaijeaw.com/

ลางสาด มีผลกลมรี ไม่มีจุก เปลือกบางผิวละเอียด เปลือกสีเหลืองสดใสมียางสีขาวขุ่น แกะรับประทานยาก เพราะเปลือกติดเนื้อ มีเมล็ดประมาณ 5 เมล็ด และมีรสขม เนื้อมีรสชาติหวานอมเปรี้ยว เมื่อสุกเนื้อจะฉ่ำน้ำ ลักษณะช่อจะค่อนข้างสั้นใบเรียบ

เครดิต: https://sappec.org/author/prblog/page/7/

ส่วน ลองกอง จะค่อนข้างกลมมีจุกและเปลือกหนากว่า ผิวหยาบเปลือกสีเหลืองซีด ไม่มียาง แกะรับประทานง่ายเปลือกหลุดจากเนื้อได้ดี มีเมล็ดน้อย รสชาติไม่ขม เนื้อมีรสชาติหวานแห้งและขาวใสเป็นแก้ว ลักษณะช่อจะยาวกว่าลางสาดใบของลองกองจะเป็นคลื่นใหญ่ร่องลึก


เสลา VS ตะแบก VS และอินทนิล

เสลา เปลือกลำต้นสีน้ำตาลดำหรือสีคล้ำแตกเป็นร่องตื้น ๆ ตามยาว ปลายกิ่งย้อยลู่ลงสู่พื้น ใบมีขนปกคลุมประปราย ช่อดอกออกตามกิ่งตามง่ามใบและปลายกิ่ง แต่ช่อไม่ชูตั้งขึ้น เมื่อดอกในช่อบานจะชิดกัน ดอกสีชมพูอมม่วง ออกดอกช่วงฤดูร้อน ผลมีผิวเรียบเป็นมันสีน้ำตาลไหม้ มีชื่ออื่น ๆว่า เสลาใบใหญ่อินทรชิต

http://book.baanlaesuan.com/plant-library/thai-bungor/

ตะแบก เปลือกลำต้นสีเทาเรียบลื่นเป็นมัน มักมีรอยแผลเป็นหลุมตื้นคล้ายเปลือกต้นฝรั่ง ใบอ่อนมีขนปกคลุม ใบแก่เกลี้ยง ช่อดอกออกตามปลายกิ่งโค้งชูเหนือเรือนยอด มีดอกจำนวนมาก ดอกขนาดเล็กบานเต็มที่ กว้าง 4-5 เซนติเมตร ดอกในช่อเรียงกันห่าง ๆ ทำให้ช่อดอกโปร่ง ดอกสีม่วงอมชมพู สีจะจางซีดลงเกือบเป็นสีขาวเมื่อดอกโรยผลผิวเรียบเป็นมันสีน้ำตาลเข้ม มีขนปกคลุมบาง ๆที่ส่วนปลาย ออกดอกในช่วงฤดูฝน (มิถุนายน-กันยายน)

http://book.baanlaesuan.com/plant-library/thai-crape-myrtle/

เครดิต: https://th.wikipedia.org/wiki/
เครดิต: https://th.wikipedia.org/wiki/

อินทนิลบก ลักษณะคล้ายอินทนิลน้ำมาก แต่ใบ ดอก และผลมีขนาดใหญ่กว่า ใบป้อมและกว้างกว่าใบอินทนิลน้ำปลายใบมนกว้างหรือแหลมเป็นติ่งสั้น ๆ ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ช่อดอกไม่ชูตั้งขึ้นเหนือเรือนยอด ขนาดของดอกบาน กว้าง 10-13 เซนติเมตร แต่ละดอกจะชิดกันเป็นกลุ่มดอกสีม่วงอมชมพูและสีจะจางซีดลงเป็นสีขาวอมชมพูออกดอกช่วงฤดูร้อน มีชื่ออื่น ๆ ว่ากาเสลาจ้อล่อจะล่อ

เครดิต: https://medthai.com/
เครดิต: https://medthai.com/

อินทนิลน้ำ เปลือกลำต้นสีเทาหรือน้ำตาลอ่อนค่อนข้างเรียบอาจตกสะเก็ดเป็นแผ่นบาง ๆ บ้างเล็กน้อย ใบเกลี้ยง ปลายใบเรียวแหลม ผลิใบอ่อนเต็มต้นพร้อมช่อดอก สังเกตได้ง่ายที่ตำแหน่งช่อดอกเป็นพุ่มทรงเจดีย์ชูตั้งขึ้นเหนือเรือนยอดโดยรอบ ขนาดของดอกบาน กว้าง 5-8 เซนติเมตร ออกชิดกันเป็นกลุ่มสีม่วงสดม่วงอมชมพูจนถึงชมพู และสีจะซีดจางลงเล็กน้อยเมื่อดอกโรย ผลมีผิวขรุขระสีคล้ายเนื้อไม้ ออกดอกช่วงฤดูร้อน (มีนาคม-พฤษภาคม)

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.royin.go.th/


กัลปพฤกษ์ VS ชัยพฤกษ์

ไม้ใหญ่ดอกสีชมพูสะพรั่งที่คนส่วนใหญ่มักสับสน มีความคล้ายกันทั้งลักษณะลำต้น ดอก และชื่อที่ใกล้เคียงกัน

กัลปพฤกษ์ ไม้ต้นผลัดใบ ทรงพุ่มกลม เปลือกต้นสีเทา ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงสลับ ปลายใบมนหรือมีติ่งสั้น ดอกเป็นช่อกระจะออกตามกิ่ง ยาว 5 – 10 เซนติเมตร มีกลีบดอก 5 กลีบ สีชมพู และเปลี่ยนเป็นสีขาวเมื่อใกล้โรย เกสรเพศผู้สีเหลือง ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน ผลฝักกลม ยาว 15 – 30 เซนติเมตร เมื่อแก่สีดำ เนื้อในสีขาว ชอบแสงแดดตลอดวัน

http://book.baanlaesuan.com/plant-library/pink-cassia/

เครดิต: https://medthai.com/ชัยพฤกษ์
เครดิต: https://medthai.com/ชัยพฤกษ์

ชัยพฤกษ์ ไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดใหญ่ ทรงพุ่มเป็นรูปร่ม แผ่กว้าง เปลือกต้นค่อนข้างเรียบเป็นสีน้ำตาล ต้นเล็กจะมีหนาม ส่วนต้นใหญ่จะมีรอยแผลปนหนามตามแนวขวาง ชอบดินทรายและแสงแดดจัด มีถิ่นกำเนิดในอินโดนีเซีย และแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบขึ้นตามป่าทุ่ง ป่าโปร่ง และปลูกเลี้ยงอยู่ทั่วไป

ความแตกต่าง

ดูที่ใบ

กัลปพฤกษ์: ใบค่อนข้างมนกลมและมีขนนุ่ม

ชัยพฤกษ์: ใบสอบกว่าและไม่มีขน

ลักษณะของดอกที่ต่างกัน โดยเฉพาะสี

กัลปพฤกษ์: ขาวถึงชมพูโดยจะไม่เปลี่ยนสี จนเมื่อแก่ใกล้โรยเปลี่ยนเป็นสีขาว

ชัยพฤกษ์: ขาวเปลี่ยนเป็นชมพูและเข้มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อใกล้โรยกลับมาขาวอีก

การออกดอก

กัลปพฤกษ์: ออกดอกตามกิ่งใหญ่ กิ่งแขนงของลำต้น และตามข้อของลำต้น

ชัยพฤกษ์: แทงช่อดอกที่ปลายยอดเป็นช่อยาว

ทิ้งใบเมื่อออกดอก

กัลปพฤกษ์: จะผลัดใบหมดต้น แล้วออกดอกพราวทั้งต้น

ชัยพฤกษ์: จะออกดอกขณะที่ยังมีใบอยู่


เรื่อง: Bundaree D.