บ้านดิน…เหนือปุยหมอก

บ้านดิน…เหนือปุยหมอก

 

แม้จะเป็นช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์แล้ว แต่บรรยากาศยามเช้าของบ้านดินดอยเมฆ ยังคงปกคลุมด้วยหมอกหนา มองเห็นภูเขาที่อยู่ถัดออกไปไม่ใกล้ไม่ไกลได้แบบลางๆ นี่เป็นเพียงสิ่งแรกที่ทำให้บ้านดินหลังนี้ดูน่าตื่นตาตื่นใจ
               บนดอยสูงของจังหวัดเชียงรายคือที่ตั้งของบ้านหลังนี้ ถนนจากตัวเมืองที่ค่อยๆไต่ระดับขึ้นไปทำให้แทบไม่รู้สึกว่าขึ้นมาสูงเพียงไร ทว่าเมื่อมองจากตัวบ้านลงไปเห็นเขาที่เรียงซ้อนกันและหุบเขาในระดับที่ลึกต่ำลงไป ก็พอบอกถึงสภาพภูมิประเทศของพื้นที่นี้ได้ชัดเจนขึ้น
               หากดูเฉพาะขอบเขตของบ้านดินจะมีที่ราบแบนเป็นผืนไม่ใหญ่นัก ซึ่งก็คือสนามระหว่างตัวบ้าน วางผังบริเวณบ้านเป็นรูปตัวยู (U) โดยแยกออกเป็น 2 หลัง เนื่องจากพื้นที่นี้มีระดับที่ดินต่างกัน จากประตูรั้วจะมองเห็นตัวบ้านเฉพาะส่วนที่อยู่เหนือระดับสนามหญ้า เป็นบ้านดินชั้นเดียวซึ่งสร้างเป็นรูปตัวแอล (L) หลังคาแบนราบ บ้านนี้สร้างด้วยเทคนิคการทำบ้านดิน สีภายนอกที่เห็นทั้งหมดเป็นสีส้มจางๆหรือสีดินเผาของดินที่ใช้ทำบ้านดินนั่นเอง ส่วนแรกนี้ประกอบด้วยห้องนอนแขก 2 ห้อง ห้องนอนใหญ่ ส่วนนั่งเล่นและทำงานที่ออกแบบเป็นห้องแบบเปิดโล่ง ปล่อยให้อากาศไหลเวียนเข้า-ออกเองตามธรรมชาติ
              อีกหลังตั้งอยู่ในระดับต่ำลงไปจากสนามหญ้า มองเห็นเพียงส่วนหลังคาซึ่งออกแบบเป็นสแล็บแบนเรียบ พร้อมใช้เป็นชานระเบียงด้วยในตัว โดยอยู่เหนือระดับสนามขึ้นไปเล็กน้อย มีสวนน้ำตกและสวนไม้ดอกไม้ประดับน้อยใหญ่พรางอยู่ บ้านหลังนี้สร้างเป็นเรือนยาว แบ่งพื้นที่ภายในเป็น 4 ส่วน ได้แก่ แพนทรี่ต่อกับครัว กลางบ้านจัดเป็นส่วนรับประทานอาหารชุดเล็ก พื้นที่ส่วนที่เหลือค่อนข้างกว้างใช้เป็นส่วนรับประทานอาหารชุดใหญ่ และสุดท้ายเป็นส่วนรับแขกในลักษณะเหมือนเฉลียงข้างห้อง ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นห้องกึ่งเปิดโล่ง มีผนังบางส่วน แต่ไม่มีประตูหน้าต่าง ยกเว้นด้านหลังถัดจากครัวออกไปเป็นห้องนอนอีกห้องที่มีขนาดกว้างใหญ่และกั้นพื้นที่เป็นสัดส่วน
              รูปแบบของบ้าน การตกแต่งภายใน และการจัดสวนล้วนเป็นฝีมือของ ม.ล.สุดาวดี เกรียงไกร    เจ้าของบ้านดินหลังนี้และนักออกแบบผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการตกแต่งบ้านมานานกว่าสี่สิบปี การทำบ้านให้ตัวเองจึงพรั่งพรูออกมาจากจิตวิญญาณและประสบการณ์ที่สั่งสมมา จึงดูเหมือนกับเป็นบ้านที่ผ่านการอยู่อาศัยมาเนิ่นนาน ทั้งที่เพิ่งสร้างเสร็จสมบูรณ์ได้ประมาณปีเดียว ข้าวของเครื่องใช้ตลอดจนของตกแต่งล้วนสะท้อนตัวตนของเจ้าของ มีการจัดวางได้อย่างลงตัวและดูมีชีวิตชีวาไปหมด เรียกว่าเป็นบ้านที่ทำเพื่อตอบสนองการอยู่อาศัยได้อย่างสบาย คุณสุดาวดีพูดถึงบ้านดินหลังนี้ว่า
              “บ้านดินนี้เป็นบ้านธรรมชาติที่สุด อยู่กับธรรมชาติจริงๆ พื้นที่ส่วนรวมทั้งหมดเปิด ไม่ต้องมีประตู หน้าต่าง ไม่มีมุ้งลวด ไม่มียุงแมลง ไม่มีฝุ่น ตัวบ้านก็ไม่ทาสี เพราะเป็นสีดินธรรมชาติ ใฝ่ฝันมานานแล้วที่จะมีบ้านดิน หลังจากที่เคยไปเที่ยวแอฟฟริกาเมื่อนานมาแล้ว โชคดีที่ได้เรียนรู้เทคนิคการทำบ้านดินแบบนี้จาก อาจารย์สมลักษณ์ ปันติบุญ เจ้าของดอยดินแดงเซรามิกในจังหวัดเชียงราย ตั้งใจจะทำบ้านหลังนี้เป็นหลังสุดท้ายแล้วค่ะ ไม่รับทำบ้านให้ใครอีก ต้องการให้เป็นบ้านสำหรับการใช้ชีวิตในปั้นปลาย ซึ่งที่นี่ก็อยู่สบายจริงๆนะคะ”
               ขอยืนยันว่าบ้านหลังนี้…สบายจริงๆ
Things to know about..
              ม.ล.สุดาวดี เกรียงไกร ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ในนาม “ชูจักร” และคลุกคลีอยู่ในวงการตกแต่งบ้านไม่ต่ำกว่าสี่สิบปี รวมถึงเป็นเจ้าของภูใจใส เมาน์เทน รีสอร์ต แอนด์ สปา จังหวัดเชียงราย เล่าถึงการก่อสร้างบ้านดินหลังนี้ให้ฟังว่า
             “การก่อสร้างบ้านดินนี้ต่างจากบ้านดินที่เขาปั้นดินเหนียวกับมูลวัว เป็นการนำน้ำดินซึ่งเป็นดินแดงมาผสมปูนฉาบ พอแห้งสีของดินแดงก็เด่นชัด ไม่ต้องทาสีอีก อาจารย์สมลักษณ์ ปันติบุญ เป็นผู้ให้สูตรนี้มา
             “บ้านนี้ก่อสร้างต่างจากบ้านทั่วไปคือไม่ต้องมีเสา เราก่อผนังอิฐหนาประมาณ 40 เซนติเมตร โดยให้ความหนาของผนังคอยรับน้ำหนักของตัวบ้าน วางผนังทุก 4 เมตรต่อกัน ส่วนพื้นและหลังคาใช้แผ่นพื้นสำเร็จรูป ขนาดยาว 4 เมตร ซึ่งวางบนผนังได้พอดี ฐานรากทำเป็นฐานแบบแผ่ ไม่ลงเสาเข็ม แต่ก็ให้วิศวกรมาดูโครงสร้างว่าแข็งแรงไหม ก็ผ่านด้วยดีค่ะ ใช้เวลาก่อสร้างประมาณแปดเดือน ความหนาของผนังและการใช้ดินเป็นวัสดุฉาบทำให้บ้านหลังนี้อยู่ได้สบายตลอดทั้งปี ฤดูร้อนก็ไม่ร้อน ฤดูหนาวก็ไม่หนาวค่ะ
              “เดิมตั้งใจว่าจะสร้างบ้านหลังเล็กๆ แต่ที่ใหญ่ขนาดนี้ก็เพราะว่าใช้เป็นที่เก็บของที่ซื้อสะสมไว้มากมาย เป็นคนซื้อของเยอะค่ะ บ้านหลังนี้ไม่ต้องซื้ออะไรใหม่เลย เรารู้ได้ทันทีว่าของที่มีชิ้นไหนจะต้องวางส่วนไหนของบ้าน คงเพราะทำงานมานานแล้ว จึงจับวางได้ทันที
              “สร้างบ้านนี้ไม่ยากอย่างที่คิด สิ่งที่ยากที่สุดคือดึงให้สามี (คุณอำนวย เกรียงไกร) มาอยู่บ้านหลังนี้ เพราะเขาชอบอยู่ที่ภูใจใสมากกว่า แต่ตอนนี้เขายอมมาแล้วค่ะ” (หัวเราะชอบใจ)

 

เรื่องโดย : Otto
ภาพโดย : สังวาล พระเทพ

keyboard_arrow_up