ปล่อยให้ความรัก อุ้มชูวัฒนธรรม บ้านแสนรักของ Mr. Nithakong Somsanit

ปล่อยให้ความรัก อุ้มชูวัฒนธรรม  บ้านแสนรักของ Mr. Nithakong Somsanit

 

ตอนนี้ฉันกำลังยืนอยู่ที่สนามบินหลวงพระบาง อากาศเย็นสบายอย่างนี้ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังนั่งไทม์แมชีนย้อนเวลากลับไปอยู่ในยุคที่บ้านเมืองของเราสงบงามและมีวิถีชีวิตสอดคล้องกับวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมอย่างไรอย่างนั้น

หลวงพระบางได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลก บรรยากาศภายในเมืองแห่งนี้จึงให้กลิ่นอายของความเป็นพื้นถิ่นอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิตของผู้คน ซึ่งเราจะเห็นภาพคนหนุ่มคนสาวคนเฒ่าคนแก่ตื่นแต่เช้าหุงข้าวเหนียวร้อนๆเพื่อตักบาตรถวายแด่พระสงฆ์ หรือแม้แต่งานสถาปัตยกรรมอย่างบ้านแสนรักที่ฉันดั้นด้นมาถึงนี้ก็เช่นกัน

“อ้ายนิด”  Mr. Nithakong Somsanitศิลปินและครูสอนวิชาการเรือน ดนตรี และงานศิลปะแบบดั้งเดิมของชาวหลวงพระบางเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ แม้จะไม่ได้รู้จักกันมาก่อน แต่ไมตรีจิตที่แสดงออกมานั้นก็ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนมาเยี่ยมบ้านญาติผู้ใหญ่ที่นับถือ

“เชิญดื่มน้ำลาลากันก่อนเลย” อ้ายนิดเชิญชวนฉันดื่มน้ำเปล่าเย็นๆ อย่างอารมณ์ดี ระหว่างที่นั่งอยู่ตรงลานใต้ถุนของเรือนไม้เก่าสไตล์หลวงพระบาง ชมบรรยากาศรอบๆ บ้านแบบเพลินๆ อ้ายนิดก็เปรยถึงบ้านหลังนี้ให้ฟังว่า

“หลายคนมาที่นี่แล้วบอกว่าเหมือนบ้านไทยล้านนา หรือเหมือนบ้านที่อยุธยาเลย แต่ผมบอกได้ว่าไม่ใช่ เพราะที่นี่คือหลวงพระบางดังนั้นก็ต้องเป็นสไตล์หลวงพระบาง เรามีเอกลักษณ์ในแบบของเรา เรามีความเชื่อในแบบของเรา”

เรือนไม้สักหลังนี้สร้างมาตั้งแต่ปี 2475ต่อมาตัวเรือนทรุดตัวลง เจ้าของบ้านจึงหาไม้เก่ามาปรับปรุงให้คงตามแบบเดิมให้มากที่สุดโดยใช้โครงสร้างเดิม ตามกฎขององค์การยูเนสโกที่ห้ามรื้อถอนตัวบ้าน การซ่อมแซมจึงมีแค่ยกเรือนให้สูงขึ้น เพื่อแก้ปัญหาเรื่องดินทรุดเท่านั้น ชั้นล่างของเรือนเป็นใต้ถุนเปิดโล่ง ใช้เป็นลานกิจกรรม ส่วนชั้นบนแบ่งพื้นที่ด้านหน้าเป็นส่วนทำงาน ด้านหลังเป็นห้องนอนและครัวขนาดเล็กเชื่อมต่อลงสู่ชั้นล่างได้

ด้วยความที่ตระกูลของอ้ายนิดเป็นชาววังมาแต่ดั้งเดิม ทำให้เขาต้องการสืบทอดศิลป-วัฒนธรรมอันล้ำค่าของบ้านเมืองนี้ให้เป็นมรดกแก่ลูกหลานสืบไป

เรือนไม้เก่ายกใต้ถุนสูง หน้าจั่วกรุไม้ฉลุลวดลายสวยงามบริเวณใต้ถุนใช้เป็นลานอเนกประสงค์สำหรับให้นักศึกษามาเรียนดนตรีพื้นบ้าน และไว้เป็นที่นั่งคุยกันยามเย็นย่ำ ส่วนระเบียงชั้นบนจัดเป็นมุมนั่งเล่นรับลมยามเช้า

จากมุมระเบียงจะเห็นประตูบานใหญ่ซึ่งไม่ได้ใช้เป็นทางออก แต่ใช้แทนหน้าต่างบานสูงแบบบ้านสมัยใหม่ เพราะความเชื่อของชาวลาวที่ว่าประตูนี้เป็นประตูผี มีไว้สำหรับยามต้องขนสัมภาระหรือยามมีคนเจ็บหรือคนในบ้านเสียชีวิตเพื่อนำออกจากบ้านไปยังวัด

“งานศิลปะแบบลาวทุกอย่างอยู่ในสายเลือด แม้จะไปอยู่ต่างประเทศนานกว่า 50 ปีแต่ก็อยากกลับมาสืบทอดมรดกของบ้านเมืองเช่น การทำหัวโขน การจัดดอกไม้ งานฝีมือดนตรี ซึ่งถือเป็นการศึกษาที่ครอบครัวให้ไว้”

อ้ายนิดจึงได้จัดหลักสูตรการเรียนดนตรีพื้นบ้านสำหรับเด็กลาวรุ่นใหม่ที่สนใจให้มาเรียนฟรี โดยใช้พื้นที่ลานกิจกรรมใต้ถุนบ้านนั่นเอง

“งานศิลปะแบบนี้มีเงินก็ซื้อไม่ได้นะ เราจึงมีสิทธิ์ที่จะปกป้องวัฒนธรรมของเราเองเหมือนกับเด็กกลุ่มนี้ เป็นเด็กมหาวิทยาลัย เลิกเรียนก็มากัน เด็กส่วนใหญ่จะเคยฝึกดนตรีมาตั้งแต่เด็กแล้ว มาอยู่ที่นี่ก็เหมือนได้พักผ่อนไปกับเสียงดนตรี ดีกว่าไปมั่วสุมกัน ทั้งยังทำให้พวกเขาเกิดความภูมิใจในบ้านเกิด เพราะบทเพลงและเครื่องดนตรีนั้นแสดงถึงตัวตนของเราได้เป็นอย่างดี ผมอยากให้เด็กๆ รักรากเหง้าที่เรามี ผมไม่หวังให้เปลี่ยนได้ทั้งหมดเอาแค่ส่วนหนึ่งก็ยังดี เท่านี้ผมก็ภูมิใจแล้ว”  อีกมุมหนึ่งของโถงทำงาน อ้ายนิดกำลังซ่อมแซมหัวโขนและทอผ้าค้างไว้ สังเกตได้ว่าผนังด้านบนออกแบบเป็นช่องลมไม้ลวดลายเรียบง่าย ช่วยให้การระบายอากาศภายในห้องดีขึ้น

เสียงเพลงพื้นเมืองแสนไพเราะที่บรรเลงอยู่ช่างเข้ากับบรรยากาศรอบตัวฉันจริงๆ ตอนนี้ฉันนั่งพับเพียบอยู่ในส่วนทำงานชั้นบนของอ้ายนิดซึ่งเต็มไปด้วยเครื่องทอผ้าและอุปกรณ์ประดิษฐ์งานฝีมือ ตาเหลือบไปเห็นผ้าเบี่ยงที่แม่หญิงลาวมักใช้พาดไหล่ยามจะออกไปนอกบ้าน รู้สึกชื่นชมในความงามของลวดลายปักอันอ่อนช้อย อ้ายนิดเล่าว่า หลายคนมาเยือนที่นี่แล้วมักคิดว่านี่คือแกลเลอรี่หรือพิพิธภัณฑ์

“ที่นี่ไม่ใช่แกลเลอรี่ ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ แต่เป็น ‘บ้าน’ ดังนั้นเราก็อยากให้คนที่มาเยี่ยมหลวงพระบางรู้สึกว่ามาเที่ยวบ้านของชาวลาวสำคัญที่ว่ามาแล้วก็ควรเคารพซึ่งกันและกันไม่ไปทำลายวิถีชีวิตเดิมๆ ของเขา”

การมาเยี่ยมบ้านแสนรักหลังนี้ทำให้ฉันเกิดความรู้สึกรักบ้านเกิดขึ้นมาอย่างท่วมท้น เสียดายวัฒนธรรมที่เคยมีอยู่และหายไปของคนไทย แต่คงยังไม่สายเกินไปหรอก หากเราจะช่วยกันรักษาและหวงแหนวัฒนธรรมอันดีงามและน่าภูมิใจ เพราะสิ่งเหล่านี้แหละที่บ่งบอกถึงตัวตนของเราได้ดีที่สุด

การจัดดอกไม้ในพานบายศรี มรดกที่ตกทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น หนึ่งในงานที่อ้ายนิดหวงแหนงานฝีมือเย็บตุ๊กตารูปสัตว์ด้วยผ้าทอพื้นเมืองซึ่งประดับอยู่ตามมุมต่างๆ ของบ้าน งานปักดิ้นลายทองเป็นงานฝีมือที่มีลวดลายเฉพาะตัว บางลายก็เป็นลายประจำตระกูลซึ่งยังมีให้เห็นอยู่ในเรือนหลังนี้

เรื่องโดย : Ajchara_Jeen
ภาพโดย : ราสิเกติ์ สุขกาล

keyboard_arrow_up