ปลูกป่าล้อมบ้านอาณาจักรสีเขียวของครอบครัวลิมปพัทธ์

ปลูกป่าล้อมบ้านอาณาจักรสีเขียวของครอบครัวลิมปพัทธ์

 

คุณไตรภพข้างเรือนโฮมเธียเตอร์และห้องสมุด กับแบ๊กกราวนด์สีเขียวชอุ่มที่เกิดจากการปลูกตีนตุ๊กแกขึ้นเกาะผนังบ้าน

“แรกๆ ที่นี่มีบ้านผมกับเพื่อน  เวลาได้ต้นไม้มา  ผมก็ปลูกเผื่อเพื่อนด้วย  เดี๋ยวเป็นป่าแค่บ้านเราก็ไม่สวย   ต่อมามีเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้น  ผมก็ถือเป็นธรรมเนียมที่จะปลูกให้ทุกหลัง”

ในเมืองไทยไม่มีใครไม่รู้จัก คุณไตรภพ ลิมปพัทธ์ นักกฎหมายผู้หันเหเส้นทางชีวิตเข้าสู่วงการโทรทัศน์เมื่อหลายสิบปีก่อน และยังคงความโด่งดังมีชื่อเสียงมาจนถึงทุกวันนี้ในฐานะพิธีกรและเจ้าของรายการโทรทัศน์ยอดนิยมมากมาย

ด้วยบุคลิกที่มีสีสันตื่นเต้นเร้าใจเมื่อยามโลดแล่นผ่านหน้าจอทีวี ใครจะคิดว่า ชีวิตเบื้องหลังสปอตไลท์ของผู้ชายคนนี้กลับกลายเป็นเรื่องเรียบง่ายสงบงาม หากมีสีสันบ้างก็คงเน้นหนักที่สีเขียวของต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ตามฤดูกาลที่คอยสร้างความสดชื่น พร้อมด้วยความไพเราะจากเสียงลำธารผสานกับเสียงร้องของนกนานาพรรณ

เรากำลังพูดถึงบ้านแสนรักของคุณไตรภพในจังหวัดเชียงราย ซึ่งครอบครัวลิมปพัทธ์ต้องแวะเวียนขึ้นไปสม่ำเสมอ เฉลี่ยประมาณเดือนละ 2 ครั้ง

“ผมเคยมาเชียงรายแล้วชอบที่อากาศเย็นสบายและเงียบสงบ มีความเป็นธรรมชาติดั้งเดิมเยอะ บ้านหลังแรกที่ซื้อในโครงการนี้เป็นบ้านไม้ซุงจากมอนแทนา สหรัฐอเมริกา เขาส่งไม้สนมาทั้งหลังเลย พร้อมช่างก่อสร้างชาวต่างประเทศ พื้นที่เป็นเนินสูง ทำให้บ้านดูเด่นมาก เจ้าของโครงการ (คุณชูฤกษ์ – คุณจิตราพรรณ เกิดไพโรจน์) ปลูกต้นสนสามใบประมาณ30 – 40 ต้นไว้รอบๆ เพื่อให้เข้ากับบ้านไม้ซุง และก็มีไม้ดอกสีสดใส แต่ผมขอปลูกไม้ป่าแบบไทยๆ แทน โดยให้เหตุผลว่า ถ้าต้องการต้นไม้ขนาดสองคนโอบ ผมใช้เวลา 20 ปี แต่ถ้าไม่ชอบ  ผมตัดทิ้งให้ได้ใน 5 นาที”

สิบปีก่อน เมื่อซื้อบ้านไม้ซุงที่นี่แล้วคุณไตรภพก็เริ่มเสาะหาไม้ป่าไทยๆจากเกือบทั่วทุกภาคของประเทศ ประมาณกันว่าป่าที่เกิดโดยคุณไตรภพแห่งนี้มีพรรณไม้ราวๆ 3,000 ชนิดแล้ว และจำนวนต้นย่อมมากกว่าจำนวนพรรณเพราะไม่ได้ปลูกชนิดละต้นเดียว หากแต่มีการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติจากเมล็ด หน่อใหม่ ฯลฯ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

“แรกๆ ที่นี่มีบ้านผมกับเพื่อน เวลาได้ต้นไม้มา ผมก็ปลูกเผื่อเพื่อนด้วย เดี๋ยวเป็นป่าแค่บ้านเราก็ไม่สวย ต่อมามีเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นในโครงการซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 55 ไร่ ผมก็ถือเป็นธรรมเนียมที่จะปลูกให้ทุกหลัง”

นอกจากพื้นที่ในโครงการนี้ คุณไตรภพยังมีที่ดินใกล้เคียงอีกประมาณ100 ไร่เพื่อปลูกป่าส่วนตัว และในอนาคตก็ตั้งใจจะทำไว้ให้ลูกๆ ด้วย

“ไม้ที่ปลูกเป็นไม้เล็กๆ สูงสักหนึ่งเมตรบ้าง สูงเท่าตัวเราบ้าง ต้นละไม่กี่ร้อย แต่รวมๆ แล้วก็ลงเงินไปเยอะ แรกๆ เริ่มด้วยไม้มงคล 9 ชนิดที่ควรปลูกในบ้านก่อน ต่อมาเห็นอะไรสวยก็เลือกมาลง เช่น ลำดวนทองกวาวดอกส้มแดง ทองกวาวเหลือง ทองกวาวอิสราเอล ไทรมีกี่ชนิดก็หามาลงไว้ ปาล์มต่างๆ จากต้นเล็กๆ แค่ 10 ปีมันโตเร็วมาก อย่างต้นรวงผึ้งจากภาคใต้ที่เขาว่าผึ้งหลวงชอบมาทำรัง ตอนปลูกต้นโตแค่หัวแม่มือ ตอนนี้ขนาดสามคนโอบยังไม่รอบเลย”

คุณไตรภพมีคนสวนช่วยดูแลป่าที่รัก โดยปลูกบ้านให้อยู่และมีเนื้อที่ทำแปลงผัก นาข้าว บ่อปลา สวนไม้ผล ให้พวกเขาเก็บกินกันเอง

“ถ้าเขาใช้เป็นก็แทบไม่มีรายจ่าย เก็บเงินเดือนสะสมไว้ได้เลย… ทุกวันนี้ผมก็ยังหาต้นไม้อยู่ ถ้าเป็นต้นที่เรายังไม่มีก็หาที่ปลูกแทรกๆ ในป่าของเรา ล่าสุดได้ต้นรักที่เขาใช้ลงรักปิดทองทำเครื่องเขิน”

คุณพิจิตรา ภรรยาคุณไตรภพก็ชื่นชอบต้นไม้เช่นกัน เวลามาเชียงรายทั้งคู่จึงมักเดินดูต้นไม้ และจะตื่นเต้นเวลาเห็นดอกไม้บาน เพราะล้วนหาดูยากต้องขึ้นอยู่กับฤดูกาลของแต่ละชนิดด้วย

“ผมไม่ค่อยชอบออกไปไหน อยู่บ้านแล้วมีความสุข ได้นั่งเล่นนอนเล่นอ่านหนังสือ ภรรยาผมก็เหมือนกัน ลูกชาย – ลูกสาว (คุณพัทธยศ – คุณไตรตรา) อาจมีเพื่อนๆ ตามมาเที่ยวบ้าง ซึ่งเราก็มีบ้านพักพอเพียง ถ้าเด็กๆมาเยอะก็แบ่งไปพักบ้านไม้ซุงของเพื่อนผมที่อยู่ข้างๆ”

ตอนแรกเนื้อที่ของบ้านแต่ละหลังในโครงการกว้าง 3 ไร่ คุณไตรภพค่อยๆ ซื้อเพิ่มเติมจนกลายเป็น 12 ไร่ ด้วยเหตุที่ชอบบรรยากาศสงบและเป็นส่วนตัว

“จากบ้านไม้ซุงก็ซื้อเพิ่มอีก 3 ไร่ เพื่อปลูกต้นไม้แล้วทำบ้านรับรอง ตกแต่งแบบชนบทอิตาลี ตั้งอยู่ติดน้ำตกและลำธาร ต่อมาเพิ่มอีก 3 ไร่ ทำบ้านกระจกสไตล์โมเดิร์น 4 ห้องนอนสำหรับลูกๆ เพราะโตกันแล้ว เดิมเขาก็อยู่กับเราที่บ้านไม้ซุงซึ่งมี 4 ห้องนอนเหมือนกัน แล้วก็มีโฮมเธียเตอร์และห้องสมุดอีกหลังหนึ่ง ใกล้กันคือศาลาใหญ่ไว้รับประทานอาหาร สังสรรค์สำหรับ 30 – 40 คนได้ มีเรือนครัวต่างหาก และเนื้อที่อีก 3 ไร่ ทางด้านล่างของบ้านกระจก ซึ่งพื้นที่ลาดเอียงมากลงสู่แนวลำธาร ต้องทำบันไดลงไป  ผมบอกคุณชูฤกษ์ซึ่งมีความสามารถในการออกแบบและสร้างบ้านทั้งที่ไม่ได้เรียนสถาปัตยกรรมมาโดยตรงว่าอยากได้บ้านตรงนี้อีกหลัง  เรียก‘บ้านนก’”

ถึง “บ้านนก” จะเป็นบ้านหลังเล็กแค่ห้องเดียว แต่ด้วยบรรยากาศที่แสนโรแมนติกกลางป่าริมลำธาร ก็ทำให้ใครๆ พากันจับจองมานอนที่นี่กัน

“จากบ้านนกมองเห็นสวนป่าของผมที่โตขึ้นเรื่อยๆ ผมชอบความรู้สึกตอนอยู่กึ่งกลางหรือระดับยอดไม้ มุมนี้เลยสร้างจุดชมวิวเหมือนระเบียงไม้ที่แยกต่างหาก แต่อยู่ใกล้บ้านนก เพื่อมานั่งเล่นกันได้หลายๆ คน”

คุณไตรภพเล่าต่อไปว่า “ผมมีจินตนาการมากมายว่าในจุดต่างๆ ของพื้นที่ควรจัดวางอย่างไร ปลูกต้นไม้อะไรบ้าง”

นอกจากคุณชูฤกษ์แล้ว คุณไตรภพยังได้สถาปนิกที่ร่ำเรียนจากนิวยอร์ก คุณอัครพล นามปิติ มาช่วยออกแบบบ้านกระจกและฟิตเนสบนเนินริมลำธาร ผนังกระจกใสของอาคารทั้งสองนี้นอกจากดูทันสมัยแล้ว ยังเปิดรับภาพธรรมชาติและสีเขียวของพรรณไม้ได้กระจ่าง เหมือนไม่มีสิ่งใดกั้นขวางระหว่างมนุษย์กับป่าครึ้ม

“ผมชอบธรรมชาติ ต้นไม้ และอากาศเย็น ที่นี่อุณหภูมิโดยเฉลี่ย25 องศาเซลเซียสตลอดปีไม่ว่าฤดูไหน อีกอย่างต้นไม้ก็เยอะและโตให้ร่มเงาเก็บความชุ่มชื้นไว้ในดินและอากาศ ลำธารที่ไหลผ่านก็มาจากน้ำตกขุนกรณ์น้ำแรงทั้งปี”

ด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์ของคุณไตรภพ ทำให้อาณาจักรสีเขียวแห่งนี้ค่อยๆ เติบโตอย่างงดงาม พร้อมๆ กับสร้างความสุขและความภาคภูมิใจให้แก่เจ้าของบ้าน

เรื่องโดย : ไม้น้ำ
ภาพโดย : ชัยพฤกษ์, ฤทธิรงค์, ไม้น้ำ

keyboard_arrow_up