The Happy Home

The Happy Home

 

              ฉันเห็นภาพบ้านหลังนี้ครั้งแรกจากในหนังสือบ้านบ้าน ฉบับที่ 4 ของสำนักพิมพ์บ้านและสวน ซึ่งตอนนั้นเปิดอ่านได้แค่เพียงบทนำ กระทั่งบรรณาธิการอำนวยการ นิตยสารบ้านและสวน มาเล่าให้ฟังว่าได้พบ 
              เจ้าของบ้านฝ่ายชายโดยบังเอิญแถวถนนอังรีดูนังต์ และพูดคุยเรื่องผลงานภาพถ่ายจากกล้องรูเข็มในประเทศอัฟกานิสถาน รวมทั้งยังได้ทราบว่าเขาและครอบครัวมีแนวคิดในการใช้ชีวิตที่น่าสนใจ และปลูกบ้านไม้ในสวนย่านบางน้ำผึ้ง จังหวัดสมุทรปราการ คำบอกเล่าอย่างออกรสนั้น ทำให้ฉันต้องกลับไปอ่านหนังสือบ้านบ้านอย่างละเอียดอีกครั้ง และตามไปดูในบล็อก  http://tangdunand.blogspot.com ของเขาและภรรยา ซึ่งทำให้ฉันได้เห็นอีกมุมมองหนึ่งของชาวต่างชาติที่ดำเนินชีวิตตามวิถีแบบไทย รู้สึกได้ถึงความเรียบง่ายและความสุขที่อยู่ใกล้ตัว จนอยากส่งต่อให้คนไทยแท้ๆได้ย้อนกลับมาคิดถึงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมอีกครั้ง
              เกริ่นมาเสียยาว เจ้าของบ้านไม้ขนาดกะทัดรัดหลังนี้คือ คุณน้ำผึ้ง อลิศา ตั้ง  บรรณาธิการข่าว มูลนิธิรอยเตอร์ ซึ่งใช้ชีวิตในประเทศสหรัฐอเมริกามาเกือบตลอดชีวิต และคุณลองดรีย์ ดูนองด์
              นักออกแบบกราฟิกชาวฝรั่งเศส ผู้มีงานอดิเรกคือการถ่ายภาพด้วยกล้องรูเข็มอัฟกัน ทั้งสองรู้จักกันที่เมืองไทย หลังจากนั้นก็ย้ายไปทำงานที่ประเทศอัฟกานิสถานนานสองปี จึงย้ายกลับมาอยู่ที่เมืองไทย และมีลูกสาวคือ เด็กหญิงลูซียอล คุณน้ำผึ้งเล่าถึงเหตุผลที่สร้างบ้านที่นี่ว่า
             “อยู่ที่อเมริกาจนอายุ 28 ปีก็ย้ายมาเมืองไทย มาแรกๆก็ยังไม่คล่องภาษาไทย แต่เราต้องการมาเรียนรู้วัฒนธรรมและสังคมของไทย เพราะตอนอยู่กับครอบครัวที่อเมริกาก็พูดภาษาไทย ไปวัดไทย เรียนรำไทย จึงอยากย้ายกลับมาเพื่อเรียนรู้ให้มากขึ้น ส่วนที่ย้ายมาอยู่บางน้ำผึ้ง นอกจากเราเองจะชื่อน้ำผึ้งแล้ว (ยิ้ม) ที่นี่อยู่ใกล้เมือง แต่มีธรรมชาติ ได้สัมผัสกับสีเขียวของต้นไม้ อากาศก็ดี รู้สึกมีความสุขที่ได้อยู่ที่นี่”
เรียบง่าย กลมกลืน มีวัฒนธรรม
              บ้านไม้ใต้ถุนสูง ชั้นบนเปิดโล่งเป็นมุมพักผ่อน ดูโปร่งและสบาย มีชั้นลอยเล็กๆสำหรับใช้เป็นห้องทำงาน ส่วนใต้ถุนกั้นเป็นครัวและด้านหลังเป็นห้องมืดสำหรับงานถ่ายภาพของคุณลองดรีย์ เจ้าของบ้านทั้งสองอยากให้บ้านหลังนี้กลมกลืนไปกับบ้านของเพื่อนบ้าน รวมถึงตั้งใจให้เป็นพื้นที่ที่ได้สัมผัสวัฒนธรรมความเป็นไทย และรบกวนโลกให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่น การใช้น้ำทิ้งจากการล้างจานต่อท่อไปรดน้ำต้นไม้ ไม่ใช้เครื่องปรับอากาศและโทรทัศน์ ทำน้ำร้อนจากแสงอาทิตย์ ทำส้วมแบบไม่ใช้น้ำ แต่ใช้ขี้เลื่อยกลบแทน ใช้ผ้าอ้อมแบบซัก ใช้พาหนะหลักคือจักรยาน และปลูกผักสวนครัวไว้รับประทานเองด้วย คุณน้ำผึ้งเล่าต่อไปว่า
              “ด้านหลังบ้านเป็นคลอง บริเวณรอบๆก็มีท้องร่อง เพื่อนบ้านแถวนี้ก็ดี หากมีมะม่วงมีกล้วยก็นำมาแบ่งปันกัน ในบ้านเรามีต้นไม้ที่เพื่อนบ้านปลูกไว้ก่อนแล้วคือมะพร้าวและกล้วยน้ำว้า เพราะเขาทำขนมต้มขาย ส่วนที่เรามาปลูกเพิ่มคือมะขาม มะกรูด กล้วยหอม และมะม่วง”
จากหัวใจและสองมือ 
              ระหว่างการปลูกบ้าน คุณลองดรีย์เข้ามาดูการก่อสร้างทุกวัน และยังทำเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นเองด้วย
              “เราซื้อที่ดินต่อจากเพื่อนบ้าน และเพื่อนบ้านก็เป็นช่างไม้ เขาช่วยเราสร้างบ้านด้วย ตอนออกแบบก็ลองทำโมเดลบ้านก่อน นอกจากนี้ยังมีเพื่อนซึ่งเป็นสถาปนิก (คุณชุตยาเวศ สินธุพันธุ์ จากบริษัท Site-Specific) เป็นที่ปรึกษาให้ด้วย เพื่อนบ้านอยู่ในพื้นที่มาก่อนก็จะรู้ว่าลมมาทางไหน ฝนมาทางทิศไหน ทั้งสองคนนี้ให้ไอเดียและคำแนะนำได้อย่างดี”
               คุณน้ำผึ้งเล่าถึงการออกแบบพื้นที่ในบ้านให้ฟังว่า “เริ่มต้นจากเราไปหาเพื่อนที่เวียดนาม เขาสะสมพัดลมโบราณ ก็เลยซื้อมาด้วยเป็นสไตล์ Dutch Antique พอจะออกแบบบ้านเราก็อยากให้พัดลมตัวนี้เป็นมาสเตอร์พีซของบ้าน เราจึงกำหนดให้พื้นที่ภายในเป็น open space ไร้ผนังกั้น แม้จะไม่ใหญ่แต่ก็โล่ง ไม่คับแคบ ช่วยให้ระบายอากาศได้ดี และอยู่สบายขึ้นด้วย”
              ฉันเชื่อในแบบที่คุณน้ำผึ้งบอกไว้ว่า หากที่ที่เราอยู่แล้วทำให้รู้สึก Lighthearted หรือเกิดความเบิกบานในหัวใจ ไร้ความกังวล พื้นที่แห่งนั้นก็คงสร้างความสุขให้ผู้อยู่อาศัยได้อย่างเต็มเปี่ยม คุณผู้อ่านเห็นด้วยไหมคะ

เรื่องโดย : อัจฉรา จีนคร้าม
ภาพโดย : อภิรักษ์ สุขสัย, ปรัชญา จันทร์คง

keyboard_arrow_up