Happy Space พื้นที่แห่งความสุข บ้านแสนรักของครอบครัวทองเอียง

สารภาพตามตรงว่า ฉันหลงรักจังหวัดชุมพรค่ะ จากที่เคยไปเที่ยวมาแล้วหลายครั้งเพราะมีญาติอยู่ที่นั่น ได้ชมความสวยงามของตลาดเรือนแถวไม้ ชุมชนเก่าแก่ และแวะชิมร้านอาหารรสจัดที่อำเภอหลังสวน ดังนั้นเมื่อมีคนแนะนำบ้านน่ารักๆ ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดนี้ ฉันจึงตกปากรับคำแบบไม่ต้องคิดมาก

แดดยามเช้าในวันนี้ไม่ร้อนจัด ฉันและทีมงาน “บ้านและสวน” เดินทางมาถึงตัวอำเภอเมืองชุมพรเพื่อแวะมาเยี่ยมบ้านของ คุณตุ้ม – สายัณห์ ทองเอียง นักจัดสวนอิสระ และ คุณตู – จรัสศรี ธารธนา-นุกร เจ้าของร้านกาแฟ “ชมสวน” ระหว่างนั่งพักเหนื่อยอยู่สักครู่ คุณตูก็ยกถ้วยกาแฟร้อนๆ พร้อมด้วยซาลาเปากล่องใหญ่มารับรองพวกเรา เมื่อท้องอิ่ม ฉันก็ขอออกเดินสำรวจอาณาบริเวณรอบๆ ซึ่งประกอบด้วยร้านกาแฟ ร้านขายต้นไม้ และบ้านหลังเล็กของครอบครัวนี้

บนพื้นที่ไร่ครึ่งริมถนนสายชุมพร – ระนอง (ฝั่งเข้าตัวเมืองชุมพร) มองจากด้านหน้าถนนจะเห็นร้านกาแฟชมสวนซึ่งเปิดมาได้เกือบปีแล้ว วันที่ฉันไปเยือนนั้นลูกค้าแน่นขนัดร้านทีเดียว เพราะนอกจากกาแฟจะหอมได้รสกลมกล่อมแล้ว บรรยากาศของที่นี่ยังให้อารมณ์เหมือนนั่งจิบกาแฟอยู่ที่บ้านอย่างไรอย่างนั้น ฉันเดินเลาะออกมาด้านข้างก็พบร้านขายต้นไม้ มีที่นั่งแบบเอ๊าต์ดอร์ให้สามารถนั่งมองไม้กระถางที่คุณตุ้มวางเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ ถัดมาด้านในใกล้กับมุมสวนและน้ำตกที่คุณตุ้มจัดเองเป็นส่วนที่พัก ลักษณะเป็นเรือนไม้หลังเล็กขนาดชั้นเดียว แต่ภายในมีการยกระดับพื้นเพื่อแบ่งแยกการใช้งาน

เมื่อบ้านเป็นทั้งร้านขายต้นไม้และร้านกาแฟ

แม้ทำเลที่ตั้งจะอยู่ติดถนน แต่บรรยากาศนั้นดูร่มรื่นมาก คงเป็นเพราะต้นไม้และสวนสวยที่เจ้าของบ้านให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ แต่กว่าจะมาเป็นพื้นที่แห่งความสุขอย่างที่เห็นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่จะนำความชอบและอาชีพมาบวกกันให้พอดี แต่ทั้งคุณตุ้มและคุณตูมีความรู้สึกตรงกัน นั่นคือ เห็นความสำคัญของครอบครัวมาเป็นอันดับแรก ทำให้การงาน ความรัก และความสุขลงตัว

“เริ่มแรกผมทำงานออกแบบตกแต่งสวนและมีร้านขายต้นไม้ในกรุงเทพฯ มีเพื่อนรักอยู่คนหนึ่ง เขาย้ายกลับมาเปิดร้านที่ชุมพร พอผมย้ายกลับมา เขาก็ย้ายไปเยอรมนีและยกร้านให้ ผมดูแลอยู่พักหนึ่งแล้วก็ย้ายร้านมาตรงนี้แทน เพราะทำเลดีและใกล้เมืองมากกว่า   “เมื่อก่อนผมต้องเดินทางบ่อยมาก ไปภูเก็ต เชียงใหม่ หรือกรุงเทพฯบ้าง พอมีลูกคนเล็กก็คิดว่าจะเดินทางให้น้อยลง อยู่กับบ้านอยู่กับร้านมากขึ้น เพราะครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ”

ส่วนร้านกาแฟ เดิมทีพี่สาวของพี่ตุ้มทำอยู่ก่อนแล้ว พอเห็นว่ามีของสะสมไว้อยู่มาก จึงชักชวนกันออกไอเดียทำร้านกาแฟเพิ่มเติม รวมถึงใช้เป็นที่เก็บของสะสมไปด้วยในตัว ถึงตอนนี้ก็ได้เวลาที่เจ้าของร้านกาแฟตัวจริงจะมาพูดคุยกันบ้าง เมื่อลูกค้าเริ่มซาลง คุณตูก็พักมือจากการชงกาแฟมานั่งพูดคุยกับฉันอย่างสบายๆ ว่า

“เมื่อก่อนเราอยู่กันในบ้านหลังเล็กที่อยู่ด้านหลังร้านกาแฟ พอมีลูกคนเล็กก็คิดว่าพื้นที่เริ่มเล็กไป จึงขยับขยาย ย้ายไปอยู่บ้านใหม่ใกล้ๆ กับร้าน แต่ส่วนใหญ่ก็อยู่ที่นี่กันจนดึก

“พี่กับพี่ตุ้มชอบสะสมของเหมือนกัน แม้จะคนละแบบ พี่ตุ้มชอบของเก่าชิ้นใหญ่หน่อย ส่วนพี่ชอบของกระจุกกระจิก ก็เลยอยู่กันได้” (ยิ้ม)

ของเก่าของใคร ของใหม่ของเรา

ตอนนี้ฉันกำลังเพลิดเพลินกับการเดินดูของสะสมต่างๆ ในร้านกาแฟ บางอย่างเป็นของเก่าเก็บ ซึ่งบ้านฉันเองก็เคยมี ที่ใช้คำว่าเคย เพราะตอนนี้เปลี่ยนสถานะเป็นของคนอื่นไปแล้ว ความเสียดายแวบเข้ามาแบบปัจจุบันทันด่วน เสียงพี่ตุ้มดังแว่วมาทางด้านหลังว่า

“ชุมพรเป็นเมืองเก่า แต่อารยธรรมเก่าของชุมพรหาดูได้ยาก เพราะน้ำท่วมบ่อย พอน้ำท่วมครั้งหนึ่งก็ต้องโละของเก่าที่เคยใช้ออกไป พอน้ำแห้งของใช้ก็เสียหาย ต้องซื้อของใหม่ ทำให้ผมอยากเก็บสะสมของที่เคยใช้และเคยมีหรือมีความทรงจำกับของเหล่านั้นไว้”

แม้กระทั่งวัสดุหลักที่ใช้สร้างบ้าน ร้านต้นไม้ และร้านกาแฟตรงนี้ก็เป็นไม้เก่า สังเกตได้จากเนื้อไม้ที่โชว์ลวดลายความเก๋าอยู่บนผนัง พี่ตุ้มเล่าที่มาของไม้ทั้งหมดให้ฟังว่า

“ไม้เก่าทั้งหมดได้จากการไปทำงานออกแบบสวนตามรีสอร์ต บางทีเจ้าของไม่สนใจ ไม่เห็นคุณค่าของไม้เก่า ผมเห็นแล้วก็เสียดาย จึงเก็บสะสมไว้ พอจะสร้างบ้านก็เริ่มดูตามความเหมาะสมว่าจะนำไปปรับทำอะไรได้บ้าง เช่น ไม้สภาพสวยหน่อยก็นำไปทำไม้พื้น หน้าต่างประตูที่ยังดีก็นำมาใช้ได้ แทบจะไม่ได้ซื้อของใหม่เลย หลังบ้านจะมีโกดังอยู่ เอาไว้สำหรับเก็บของ พอมีเวลาก็ค่อยมานั่งคิดว่าจะทำอะไรดี การมีวัตถุดิบอยู่ในมือก็จะทำให้เห็นภาพชัดขึ้น”

ฉันเชื่อว่าความสุขเป็นสิ่งที่เราสร้างได้ แม้จะเป็นสิ่งเล็กๆ ทว่าเมื่อมาอยู่รวมกันก็กลายเป็นความสุขขนาดใหญ่ได้ ไม่ต่างกับของสะสมในบ้านหลังนี้ ความสุขของการเก็บสะสมคือเรื่องราวและรอยยิ้มในหัวใจเมื่อได้คิดถึงที่มาของสิ่งเหล่านั้น อย่างน้อยแค่ได้หยิบของเก่าในตู้มาปัดฝุ่นบ้าง เท่านี้ก็สุขในหัวใจแล้ว

เชื่อเถอะค่ะ!

มุมนั่งเล่นเล็กๆ อีกมุมในร้านขายต้นไม้ ยามต้องการความเป็นส่วนตัว

มุมนั่งจิบกาแฟเล็กๆ ที่เหมือนได้นั่งไทม์แมชีนย้อนกลับไปสู่วันวานเก่าๆ กลายเป็นมุมสนุกของผู้มาอุดหนุนที่จะได้เพลิดเพลินไปกับการชื่นชมของสะสมยุคคุณพ่อคุณแม่ยังหนุ่มยังสาว

สารภาพตามตรงว่า ฉันหลงรักจังหวัดชุมพรค่ะ จากที่เคยไปเที่ยวมาแล้วหลายครั้งเพราะมีญาติอยู่ที่นั่น ได้ชมความสวยงามของตลาดเรือนแถวไม้ ชุมชนเก่าแก่ และแวะชิมร้านอาหารรสจัดที่อำเภอหลังสวน ดังนั้นเมื่อมีคนแนะนำบ้านน่ารักๆ ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดนี้ ฉันจึงตกปากรับคำแบบไม่ต้องคิดมาก

แดดยามเช้าในวันนี้ไม่ร้อนจัด ฉันและทีมงาน “บ้านและสวน”เดินทางมาถึงตัวอำเภอเมืองชุมพรเพื่อแวะมาเยี่ยมบ้านของ คุณตุ้ม – สายัณห์ ทองเอียง นักจัดสวนอิสระ และ คุณตู – จรัสศรี ธารธนา-นุกร เจ้าของร้านกาแฟ “ชมสวน” ระหว่างนั่งพักเหนื่อยอยู่สักครู่ คุณตูก็ยกถ้วยกาแฟร้อนๆ พร้อมด้วยซาลาเปากล่องใหญ่มารับรองพวกเรา เมื่อท้องอิ่ม ฉันก็ขอออกเดินสำรวจอาณาบริเวณรอบๆ ซึ่งประกอบด้วยร้านกาแฟ ร้านขายต้นไม้ และบ้านหลังเล็กของครอบครัวนี้

บนพื้นที่ไร่ครึ่งริมถนนสายชุมพร – ระนอง (ฝั่งเข้าตัวเมืองชุมพร) มองจากด้านหน้าถนนจะเห็นร้านกาแฟชมสวนซึ่งเปิดมาได้เกือบปีแล้ว วันที่ฉันไปเยือนนั้นลูกค้าแน่นขนัดร้านทีเดียว เพราะนอกจากกาแฟจะหอมได้รสกลมกล่อมแล้ว บรรยากาศของที่นี่ยังให้อารมณ์เหมือนนั่งจิบกาแฟอยู่ที่บ้านอย่างไรอย่างนั้น ฉันเดินเลาะออกมาด้านข้างก็พบร้านขายต้นไม้ มีที่นั่งแบบเอ๊าต์ดอร์ให้สามารถนั่งมองไม้กระถางที่คุณตุ้มวางเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ ถัดมาด้านในใกล้กับมุมสวนและน้ำตกที่คุณตุ้มจัดเองเป็นส่วนที่พัก ลักษณะเป็นเรือนไม้หลังเล็กขนาดชั้นเดียว แต่ภายในมีการยกระดับพื้นเพื่อแบ่งแยกการใช้งาน

เมื่อบ้านเป็นทั้งร้านขายต้นไม้และร้านกาแฟ

แม้ทำเลที่ตั้งจะอยู่ติดถนน แต่บรรยากาศนั้นดูร่มรื่นมาก คงเป็นเพราะต้นไม้และสวนสวยที่เจ้าของบ้านให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ แต่กว่าจะมาเป็นพื้นที่แห่งความสุขอย่างที่เห็นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่จะนำความชอบและอาชีพมาบวกกันให้พอดี แต่ทั้งคุณตุ้มและคุณตูมีความรู้สึกตรงกัน นั่นคือ เห็นความสำคัญของครอบครัวมาเป็นอันดับแรก ทำให้การงาน ความรัก และความสุขลงตัว

“เริ่มแรกผมทำงานออกแบบตกแต่งสวนและมีร้านขายต้นไม้ในกรุงเทพฯ มีเพื่อนรักอยู่คนหนึ่ง เขาย้ายกลับมาเปิดร้านที่ชุมพร พอผมย้ายกลับมา เขาก็ย้ายไปเยอรมนีและยกร้านให้ ผมดูแลอยู่พักหนึ่งแล้วก็ย้ายร้านมาตรงนี้แทน เพราะทำเลดีและใกล้เมืองมากกว่า

“เมื่อก่อนผมต้องเดินทางบ่อยมาก ไปภูเก็ต เชียงใหม่ หรือกรุงเทพฯบ้าง พอมีลูกคนเล็กก็คิดว่าจะเดินทางให้น้อยลง อยู่กับบ้านอยู่กับร้านมากขึ้น เพราะครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ”

ส่วนร้านกาแฟ เดิมทีพี่สาวของพี่ตุ้มทำอยู่ก่อนแล้ว พอเห็นว่ามีของสะสมไว้อยู่มาก จึงชักชวนกันออกไอเดียทำร้านกาแฟเพิ่มเติม รวมถึงใช้เป็นที่เก็บของสะสมไปด้วยในตัว ถึงตอนนี้ก็ได้เวลาที่เจ้าของร้านกาแฟตัวจริงจะมาพูดคุยกันบ้าง เมื่อลูกค้าเริ่มซาลง คุณตูก็พักมือจากการชงกาแฟมานั่งพูดคุยกับฉันอย่างสบายๆ ว่า

“เมื่อก่อนเราอยู่กันในบ้านหลังเล็กที่อยู่ด้านหลังร้านกาแฟ พอมีลูกคนเล็กก็คิดว่าพื้นที่เริ่มเล็กไป จึงขยับขยาย ย้ายไปอยู่บ้านใหม่ใกล้ๆ กับร้าน แต่ส่วนใหญ่ก็อยู่ที่นี่กันจนดึก

“พี่กับพี่ตุ้มชอบสะสมของเหมือนกัน แม้จะคนละแบบ พี่ตุ้มชอบของเก่าชิ้นใหญ่หน่อย ส่วนพี่ชอบของกระจุกกระจิก ก็เลยอยู่กันได้” (ยิ้ม)

ของเก่าของใคร ของใหม่ของเรา

ตอนนี้ฉันกำลังเพลิดเพลินกับการเดินดูของสะสมต่างๆ ในร้านกาแฟ บางอย่างเป็นของเก่าเก็บ ซึ่งบ้านฉันเองก็เคยมี ที่ใช้คำว่าเคย เพราะตอนนี้เปลี่ยนสถานะเป็นของคนอื่นไปแล้ว ความเสียดายแวบเข้ามาแบบปัจจุบันทันด่วน เสียงพี่ตุ้มดังแว่วมาทางด้านหลังว่า

“ชุมพรเป็นเมืองเก่า แต่อารยธรรมเก่าของชุมพรหาดูได้ยาก เพราะน้ำท่วมบ่อย พอน้ำท่วมครั้งหนึ่งก็ต้องโละของเก่าที่เคยใช้ออกไป พอน้ำแห้งของใช้ก็เสียหาย ต้องซื้อของใหม่ ทำให้ผมอยากเก็บสะสมของที่เคยใช้และเคยมีหรือมีความทรงจำกับของเหล่านั้นไว้”

แม้กระทั่งวัสดุหลักที่ใช้สร้างบ้าน ร้านต้นไม้ และร้านกาแฟตรงนี้ก็เป็นไม้เก่า สังเกตได้จากเนื้อไม้ที่โชว์ลวดลายความเก๋าอยู่บนผนัง พี่ตุ้มเล่าที่มาของไม้ทั้งหมดให้ฟังว่า

“ไม้เก่าทั้งหมดได้จากการไปทำงานออกแบบสวนตามรีสอร์ต บางทีเจ้าของไม่สนใจ ไม่เห็นคุณค่าของไม้เก่า ผมเห็นแล้วก็เสียดาย จึงเก็บสะสมไว้ พอจะสร้างบ้านก็เริ่มดูตามความเหมาะสมว่าจะนำไปปรับทำอะไรได้บ้าง เช่น ไม้สภาพสวยหน่อยก็นำไปทำไม้พื้น หน้าต่างประตูที่ยังดีก็นำมาใช้ได้ แทบจะไม่ได้ซื้อของใหม่เลย หลังบ้านจะมีโกดังอยู่ เอาไว้สำหรับเก็บของ พอมีเวลาก็ค่อยมานั่งคิดว่าจะทำอะไรดี การมีวัตถุดิบอยู่ในมือก็จะทำให้เห็นภาพชัดขึ้น”

ฉันเชื่อว่าความสุขเป็นสิ่งที่เราสร้างได้ แม้จะเป็นสิ่งเล็กๆ ทว่าเมื่อมาอยู่รวมกันก็กลายเป็นความสุขขนาดใหญ่ได้ ไม่ต่างกับของสะสมในบ้านหลังนี้ ความสุขของการเก็บสะสมคือเรื่องราวและรอยยิ้มในหัวใจเมื่อได้คิดถึงที่มาของสิ่งเหล่านั้น อย่างน้อยแค่ได้หยิบของเก่าในตู้มาปัดฝุ่นบ้าง เท่านี้ก็สุขในหัวใจแล้ว เชื่อเถอะค่ะ!

เรื่องโดย : Ajchara_jeab

ภาพโดย : ชัยพฤกษ์ โพธิ์แดง, สิทธิศักดิ์ น้ำคำ

keyboard_arrow_up