Small but Cool เล็กๆ แต่แจ๋วบ้านแสนรักของคุณเสาวนีย์ จีระเดชาธรรมและคุณวศิน มหาพล

 

“นกน้อยทำรังแต่พอตัว” เป็นคำพูดที่ผู้เฒ่าผู้แก่มักพูดให้ฟังจนติดหูก่อนจะเลือกซื้อบ้าน คล้ายกับเตือนใจให้ลูกหลานรู้จักประมาณตน อยู่แต่พอดีและพองาม แต่อาจมีหลายคนแย้งว่า  แล้วขนาดพอตัวนี่มันเท่าไรล่ะ ผู้ที่จะให้คำตอบได้ดีที่สุดก็คือผู้สร้างรังนั่นเองค่ะ

วันนี้ฉันมาเยี่ยมคอนโดมิเนียมขนาดกะทัดรัดของ คุณตุ๊กตา – เสาวนีย์ จีระเดชาธรรม Public Relation บริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่ง และคุณหิน – วศิน มหาพล Design Director บริษัทDEC MEDIA พื้นที่ขนาด 37 ตารางเมตรซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานของคอนโดมิเนียมแบบ 1 ห้องนอนทั่วไป ทำให้ฉันรู้สึกได้ถึงความพอตัวและพอดี

เรื่องราวมีอยู่ว่า บ้านเดิมของคุณตุ๊กตาอยู่ย่านบางแค ส่วนคุณหินอยู่แถวสนามบินน้ำ เมื่อทั้งคู่วางแผนจะแต่งงานเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้วจึงต้องมองหาสถานที่ที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน และก็ตัดสินใจเลือกคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองแห่งนี้ ทำให้อดสงสัยไม่ได้  จากคนที่เคยอยู่บ้านมาตลอดจะชินกับการใช้ชีวิตอยู่แค่ในห้องเล็กๆ ได้หรือ คุณหินให้คำตอบว่า

“การหาบ้านเดี่ยวแบบใกล้ที่ทำงานในเมืองค่อนข้างยาก ที่สำคัญเราทั้งคู่เน้นเรื่องความสะดวกเป็นหลัก เมื่อก่อนใช้เวลาเดินทางสองชั่วโมง ทุกวันนี้เหลือแค่ 15 – 30 นาที ก็ทำให้มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น”

คุณตุ๊กตาเสริมว่า “พื้นที่ขนาดหนึ่งห้องนอนเหมาะกับครอบครัวที่เพิ่งเริ่มต้น อนาคตข้างหน้าหากมีสมาชิกเพิ่ม บ้านก็คงเป็นคำตอบที่สองค่ะ”

BEFORE & AFTER

สำหรับการตกแต่งห้องนี้  คุณหินลงมือลงใจออกแบบใหม่ เขาเล่าว่า

“ผมอยู่บ้านมาตั้งแต่เด็ก อาจเป็นความอัดอั้นตันใจนิดหนึ่ง เพราะที่บ้านค่อนข้างอนุรักษนิยมอารมณ์บ้านคนจีน ยังหลงรักเก้าอี้ฝังมุกตัวหนักๆใหญ่ๆ ความที่เราเป็นมัณฑนากรก็อยากจะตกแต่งให้สวยๆ แต่ก็ไม่มีใครชอบแบบเดียวกับเรา นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่เราเลือกอยู่คอนโด  เพราะสามารถเป็นตัวเองได้เต็มที่”

ด้วยความคิดนี้บวกกับอาชีพมัณฑนากรทำให้คุณหินมีภาพการตกแต่งในใจอยู่แล้ว หน้าตาของห้องนี้จึงดูสวยงามต่างไปจากแบบเดิม พร้อมกับการออกแบบฟังก์ชันที่ตอบรับการใช้งานของเจ้าของบ้านได้อย่างเต็มที่มากขึ้น

สองคน สองสไตล์

แม้จะชอบสไตล์การตกแต่งต่างกัน แต่เจ้าของบ้านทั้งสองก็แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ทำให้บ้านออกมาสวยสมใจ คุณหินเล่าให้ฟังว่า

“สไตล์ที่ผมชอบมีหลากหลายมาก ทั้งเรโทรลอฟต์ และเฟรนช์คันทรี พอมาเห็นพื้นที่แล้วก็มีเรื่องให้ปรับเยอะ แต่เมื่อคำนึงถึงงบประมาณแล้วก็เลยทำออกมาให้ง่ายที่สุด อารมณ์แบบดิบๆ หน่อยลอฟต์นิดๆ ไม่ต้องแก้ไขอะไรมาก เพราะไม่ต้องการความเนี้ยบมาก”

ส่วนคุณตุ๊กตาจะเป็นผู้เติมสีสันและข้าวของกระจุกกระจิกที่ช่วยให้ห้องดูอ่อนหวานขึ้นมาอีกนิด

“จากตอนแรกที่มีแต่สีเทา ดำ และขาว เราเลือกเติมสีเขียวเข้าไปอีกสีหนึ่ง เพราะพื้นที่ค่อนข้างจำกัด  และเชื่อว่าคนที่อยู่บ้านไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ต้องการพื้นที่สีเขียว อย่างของเราก็มีพื้นที่สวนเล็กๆด้านนอก ปูหญ้าเทียมแทนสนามหญ้า ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้นะคะ เราชินกับการเห็นต้นไม้พอมาอยู่คอนโดก็ยังไม่อยากให้สีเขียวหายไป จึงแทนความเป็นบ้านด้วยสีเขียวค่ะ”

มุมครัวตามแบบเดิม ถัดไปเป็นมุมทำงานของคุณหิน ซึ่งปรับจากมุมโต๊ะรับประทานอาหารที่โครงการออกแบบให้ ส่วนผนังก็ทำใหม่ ใช้อิฐมอญทำสีขาว ยึดแบบเบาๆ ด้วยกาวซิลิโคน เพื่อแก้ปัญหาเรื่องน้ำหนักจากการใช้ปูน

เล็กๆ แต่ได้ประโยชน์

นอกจากสไตล์และโทนสีของห้องแล้วยังมีรายละเอียดเล็กๆที่คุณหินออกแบบเอง เพื่อให้การใช้งานทั้งหมดครบถ้วน เช่น ตู้เก็บรองเท้าของคุณตุ๊กตาซึ่งใช้ประตูเหล็กม้วนเป็นบานเปิด หรือกระจกเงาแผ่นเล็กบนฝ้าเพดานที่ช่วยให้ห้องดูกว้างและสว่างขึ้น

นอกจากนี้ด้วยกฎข้อบังคับของโครงการทำให้ไม่สามารถแก้แปลนหรือทุบอะไรได้ คุณหินเลือกใช้วิธีปรับฝ้าเพดานและเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์บิลท์อินในบางส่วนแทน เช่น เปลี่ยนไฟซาลาเปาแบบธรรมดาเป็นไฟดาวน์ไลต์ ทำฝ้าเพดานใหม่พร้อมซ่อนไฟด้านในตรงบริเวณห้องนอนและส่วนนั่งเล่นความใส่ใจเหล่านี้ทำให้การใช้งานในพื้นที่เล็กๆ สะดวกและสบายยิ่งขึ้น

ฉันเชื่อว่า  ขนาดของบ้านไม่ใช่เรื่องสำคัญถึงกับเป็นสิ่งวัดระดับความสุขในใจได้ สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าคือความใส่ใจต่างหาก เพราะบางครั้งความสุขก็ตั้งอยู่บนความพอดีและพอใจ หาใช่ขนาดหรือปริมาณ

หากคุณเห็นด้วยกับฉัน ยิ้มน้อยๆ ที่มุมปากก็พอค่ะ…

Things we love

“ตอนนั้นอยากได้เก้าอี้เตี้ยไว้นั่ง พอกลับบ้านเดิมก็ไปเจอตอไม้ตอหนึ่ง เลยให้คุณพ่อตัดมาให้ท่อนหนึ่ง แล้วนำมาพ่นสีแรงๆ แต่พอนั่งจริงๆ แล้วไม่สบายเท่าไร คุณหินเลยซื้อเก้าอี้สีฟ้ามาให้แทน”

เรื่องโดย : Ajchara_JEAB
ภาพโดย : สิทธิศักดิ์ น้ำคำ

keyboard_arrow_up