The New Old Thing บ้านใหม่ หัวใจเดิม บ้านแสนรักของครอบครัวชาวใต้

โลกหมุนไปทุกวัน กระแสความใหม่อาจทำให้หลายคนมองว่าของเก่าดูเชย แต่มองอีกมุมหนึ่งในความเก่าก็มีความคลาสสิกที่ทำให้เราเห็นที่มาที่ไปของของแต่ละชิ้น ฉันเชื่อว่าอย่างน้อยก็ให้คุณค่าในด้านความรู้สึกที่ช่วยให้เราได้ระลึกถึงความทรงจำดีๆเหมือนบ้านแสนรักของ ครอบครัวชาวใต้ หลังนี้

เมื่อบ้านหลังเก่าอายุกว่า 50 ปีที่ คุณหน่อง – จักรพันธ์ ชาวใต้ เคยอยู่อาศัยมาตั้งแต่เด็กถึงคราวต้องอำลา สิ่งที่สามารถเก็บเอาไว้ดูต่างหน้าได้ก็คือไม้และของตกแต่งภายในบ้าน โดยนำมาปรับสร้างบ้านไม้หลังใหม่บนพื้นที่เดิมขนาด 101 ตารางวาเพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ คุณจี๊ด – ขวัญชมัย อาร์ต – ไดเร็คเตอร์ นิตยสาร Women’s Health ภรรยาคนสวยผู้เข้ามาเติมเต็มความสุขให้บ้านหลังนี้

“นอกจากการดูแลซึ่งกันและกันแล้ว หน้าที่หลักของจี๊ดคือ การดูแลบ้านหลังนี้ คอยทำความสะอาดและช่วยจัดการให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ของบางอย่างจี๊ดกับพี่หน่องจะชอบคล้ายกัน อย่างบ้านก็ชอบแบบเดียวกัน เป็นบ้านไม้อารมณ์รีสอร์ตนิดๆเน้นต้นไม้และธรรมชาติ แต่ก็มีบางอย่างที่ไม่ตรงกันอย่างเช่นตอนแรกพี่หน่องจะวางม้านั่งไม้ตัวยาวซึ่งอาจทำให้บ้านดูแข็ง จี๊ดก็ปรับมาใช้โซฟาผ้ารูปตัวแอล (L) เพราะอยากให้มีของที่ดูทันสมัยแทรกเข้ามาบ้าง ช่วยให้บ้านดูนุ่มนวลขึ้น”

ฉันถือวิสาสะขอเดินชมบ้านใหม่ที่อายุได้ประมาณปีหนึ่งแล้ว บรรยากาศภายในเน้นความโปร่งมีการวางพื้นที่ใช้สอยอย่างมุมนั่งเล่น ส่วนรับ-ประทานอาหาร และครัวให้ต่อเนื่องกันไป แต่ส่วนหลังดูจะสะดุดตาฉันที่สุด เพราะเจ้าของบ้านเลือกใช้โทนสีเหลืองมัสตาร์ด ทำให้บ้านไม้ดูสว่างและสดชื่นขึ้น

เสียงคุณจี๊ดแว่วมาทางด้านหลังว่าส่วนนั่งเล่นของบ้าน ตกแต่งด้วยข้าวของดั้งเดิม อย่างทีวียี่ห้อ Sanyo ซึ่งคุณหน่องเคยดูสมัยเด็ก เครื่องกรองน้ำโบราณทำจากเซรามิกของคุณแม่คุณหน่อง และม้าโยกเปเปอร์มาเช่ของสะสมของคุณจี๊ด ทั้งหมดวางอยู่ด้วยกันได้แบบไม่ขัดเขิน

“มุมนี้เหมือนเป็นมุมส่วนตัวของจี๊ดเลย ในวันว่างก็จะชอบทำอาหารหรือขนมทานกัน บางครั้งมีเพื่อนมาปาร์ตี้ มุมนี้ก็จะกลายเป็นมินิบาร์ขนาดย่อมให้เพื่อนมาปรุงอาหาร ผสมเครื่องดื่มกันเองได้”

มองเลยครัวสีสดนี้ไปก็เห็นว่าบ้านนี้อยู่ติดคลองเล็กๆ และจากมุมนี้เองยังมองเห็นบ้านไม้อีกหลังหนึ่งซึ่งเป็นของญาติๆ กัน ตอนสร้างบ้านหลังนี้คุณหน่องก็ใช้เป็นบ้านพักชั่วคราวเพื่อควบคุมการก่อสร้างได้อย่างเต็มที่ คุณหน่องพูดถึงการทำบ้านหลังนี้ว่า

“ไม่ได้วางแปลนบ้านมาก่อน ใช้การดูจากวงกบประตูหน้าต่าง บานเฟี้ยม และไม้พื้นที่มีอยู่ นำมาปรับและออกแบบหน้าตาของบ้าน รวมถึงกำหนดการใช้งานต่างๆ ภายในบ้านเอง โชคดีที่ได้ช่างรับเหมาที่รู้จักกัน ช่วยให้บ้านออกมาได้อย่างที่คิดไว้”

เจ้าของบ้านทั้งคู่ชื่นชอบความสวยงามของของเก่า ภายในบ้านจึงเห็นตู้และหีบไม้ใบสวย รวมถึงข้าวของกระจุกกระจิกซึ่งเป็นของสะสมของคุณแม่คุณหน่องและของคุณจี๊ดเอง ทั้งหมดได้รับการดูแลรักษาอย่างดีและจัดวางเข้ากันได้อย่างกลมกลืน

หากมีอุปกรณ์ไฮเทคที่ช่วยให้เราสามารถมองเห็นเรื่องราวจากสิ่งของได้ก็คงดี ฉันเชื่อว่าของทุกชิ้นบนโลกใบนี้มีที่มา เช่นเดียวกับข้าวของต่างๆที่ครอบครัวชาวใต้ช่วยกันเก็บรักษาเพื่อเรียงร้อยความทรงจำเดิมควบคู่ไปกับการสร้างเรื่องราวใหม่ๆที่สองหัวใจจะเป็นผู้ช่วยกันแต่งเติมให้เรื่องราวนั้นสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

มุมนั่งเล่น วางเก้าอี้และม้านั่งไม้ของเดิมของบ้านที่เข้าชุดกัน ประตูบานเฟี้ยมและหน้าต่างได้จากบ้านเก่า คุณหน่องเลือกใช้กับมุมนี้แทนที่จะนำไปกั้นเป็นห้องกลางบ้าน เพื่อให้บ้านมีพื้นที่เปิดโล่งให้มากที่สุด จะได้ใช้งานสะดวก  มุมชั้นหนังสือ ดานบนวางทีวีขาวดำเครื่องเล็กที่ยังใช้งานได้ แอบเก๋ด้วยโทรศัพท์รุ่นหยอดเหรียญ ส่วนมุมนั่งเล่นใกล้ๆ กันก็ประดับด้วยภาพวาดที่เพื่อนๆหรือคนรู้จักให้เป็นที่ระลึกคุณหน่องออกแบบให้หลังเคาน์เตอร์ครัวมีพื้นที่ค่อนข้างมาก ทำให้การใช้งานสะดวกและคล่องตัวขึ้น เครื่องปรุงหรือของใช้ที่ไม่ได้หยิบบ่อยก็เก็บในตู้เล็กๆ ทำให้ภายในครัวดูเป็นระเบียบมากขึ้น

 

ใกล้กับครัวเป็นห้องน้ำ เลือกใช้ประตูบานเปิดสูงแต่ไม่กว้าง เมื่อเปิดทิ้งไว้ก็ไม่เห็นภายในห้องน้ำจนทำให้สะดุดสายตา

มุมครัวปูนทาสีเหลืองมัสตาร์ดออกแบบให้มีเคาน์เตอร์ยื่นออกมาจะเรียกว่าเป็นไอส์แลนด์แบบไทยๆก็ไม่ผิดนัก ช่วยให้การเตรียมและปรุงอาหารง่ายขึ้น

มุมนี้เปรียบเหมือนมุมส่วนตัวของคุณจี๊ด ในวันหยุดก็มักประกอบอาหารรับประทานกันเอง

มุมมองจากบันไดจะเห็นว่า บ้านมีพื้นที่เปิดโล่งถึงกัน ทำให้ใช้งานในส่วนใช้สอยต่างๆ ได้สะดวกดี

มุมรับประทานอาหารวางโต๊ะยาวขนาด 5 – 6 ที่นั่ง ใช้แทนการกั้นพื้นที่ระหว่างครัวกับส่วนนั่งเล่น ทำให้บ้านดูไม่ทึบตัน เหมาะดีนักยามมีเพื่อนมาปาร์ตี้ที่บ้าน

มุมหนึ่งของชั้นสองประดับภาพที่ใช้ในงานแต่งงานของเจ้าของบ้าน ซึ่งสามารถบอกเรื่องราวได้มากกว่าภาพไหนๆ

ระเบียงบ้านชั้นสองออกแบบเป็นทางเดินขนาดเล็กเชื่อมต่อระหว่างห้องนอนใหญ่กับห้องอื่นๆ ในชั้นนี้  เหมาะสำหรับมายืนเล่นรับลมในวันสบายๆ ได้เป็นอย่างดี

“เมื่อก่อนเวลาเพื่อนๆ มาเยี่ยมบ้านก็จะฝากความระลึกถึงด้วยการเพ้นต์สีสไตล์กราฟฟีตีไว้บนผนังบ้าน รวมไปถึงมุมนั่งเล่นหน้าบ้าน ซึ่งตอนแรกตั้งใจจะปลูกต้นสน แต่ตอนนี้นำภาพที่เพื่อนเพ้นต์ให้มาประยุกต์เป็นม่านสำหรับกันแดดแทนไปก่อน“

Everything We Love“โคมไฟในบ้านหลังนี้ซื้อใหม่ทั้งหมด ช่วยกันเลือกแบบที่ชอบ บางดวงก็ดูเข้ากับสไตล์ของบ้าน เป็นอารมณ์เรโทรนิดๆ นอกจากนี้ก็เติมความอบอุ่นให้บ้านด้วยการใช้แชนเดอเลียร์”

Bone China  ถ้วยชามของสะสมของคุณแม่คุณหน่อง เก็บไว้ในตู้สูงเพื่อให้ระลึกถึงกัน

เรื่องโดย : อัจฉรา จีนคร้าม
ภาพโดย : ชัยพฤกษ์ โพธิ์แดง

keyboard_arrow_up