Home Coming บ้านแสนรักของคุณวงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์

 

“บ้าน” เป็นคำง่ายๆ ที่เรารับรู้ได้ถึงความอบอุ่นและกับวลีสั้นๆ ที่ว่า “กลับบ้านกัน” ได้ฟังคราใดก็ชื่นใจทุกครั้ง นั่นเป็นความนึกคิดของฉันเมื่อเห็นป้ายชื่อบ้าน “come home” หลังนี้

การมาเยือนบ้านทาวน์เฮ้าส์ขนาดสองชั้นอายุกว่า 20 ปี ทำเอาฉันตื่นเต้นไม่น้อย เพราะเจ้าของบ้านหลังนี้คือ พี่โหน่ง – คุณวงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์กรรมการผู้จัดการ บริษัทเดย์ โพเอทส์ จำกัดผู้ก่อตั้งนิตยสาร a day และไอดอลในดวงใจของใครหลายคน (รวมทั้งฉันด้วย)

“เดิมทีบ้านนี้เป็นของพี่สาว ผมมาอยู่นี่ตั้งแต่เริ่มทำงานใหม่ๆ จากนั้นพอเริ่มทำ a day ออฟฟิศอยู่เอกมัย ก็เลยย้ายไปอยู่คอนโดใกล้ๆ บ้านนี้ก็ปล่อยไว้เฉยๆ นาน 6 – 7 ปี วันหนึ่งผมแวะมาดูบ้านทั้งโทรมทั้งเศร้า เหมือนคนขาดการดูแล เห็นแล้วก็รู้สึกสงสาร เลยตัดสินใจกลับมาทำบ้านที่เคยอยู่นี้ให้มีชีวิตชีวาขึ้น” พี่โหน่งเริ่มต้นเล่าเรื่องราวของบ้านหลังนี้ให้ฟังอย่างเป็นกันเอง

หลังจากปล่อยบ้านให้บ้านเหงาและเฉามานาน (ทั้งหลังคารั่ว รอยคราบที่เกิดจากน้ำท่วมขังไม้ผุ ประตูทรุด ฯลฯ) พี่โหน่งจึงชดเชยด้วยการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี หากแต่การแปลงโฉมครั้งนี้ยังคงโครงสร้างเดิมเอาไว้ ปรับเปลี่ยนแค่หน้าตาให้ดูสวยน่ารักขึ้น มองจากภายนอกแล้ว บ้านหลังนี้ดูต่างจากหลังอื่นๆ ในโครงการ เพราะมีการตีระแนงครอบปิดบริเวณหน้าบ้าน ซึ่งฉันว่าช่วยสร้างภาวะน่าสบายได้ไม่เลวทีเดียว ส่วนภายในก็มีการเปลี่ยนประตูหน้าต่างใหม่ให้ดูเรียบง่าย อารมณ์แบบมูจิ(MUJI – แบรนด์สินค้าของใช้และของแต่งบ้านจากประเทศญี่ปุ่น เน้นดีไซน์เรียบง่าย) นิดๆ ตามสไตล์ที่พี่โหน่งชื่นชอบ

“บ้านนี้เหมือนเป็นบ้านแห่งความทรงจำ ผมจึงถือโอกาสนำของเก่าๆ ที่เคยสะสมมาไว้ที่นี่หลายชิ้นเป็นของคนในครอบครัว เช่น นาฬิกาของคุณพ่อ เก้าอี้ของคุณแม่ ตุ๊กตาของน้องสาว เครื่องพิมพ์ดีดของพี่สาว กระเป๋าเดินทางของพี่ชาย ที่นี่จึงเป็นที่รวมประวัติศาสตร์ของครอบครัวเรา

“ของแทบทุกชิ้นในบ้านมีเรื่องราว ผมเห็นมาตั้งแต่เด็กๆ อย่างหมวกอเมริกันฟุตบอลก็ซื้อมานานมาก เพราะตอนเด็กๆ ชอบดูกีฬานี้ เครื่องชั่งน้ำหนักรุ่นเก่าซึ่งเป็นของเดิมของที่บ้านก็ยังเก็บไว้ ส่วนใหญ่ผมจะชอบข้าวของที่มีเส้นสายเยอะๆ พวกดีไซน์กราฟิกแบบเก๋ๆ ดูอวกาศนิดๆ”

สังเกตว่าของใช้และของตกแต่งภายในบ้านนี้ไม่มีชิ้นไหนที่มีสีสันฉูดฉาดโดดเด่นเกินหน้ากันนั่นเป็นเพราะพี่โหน่งเลือกใช้วิธีการจับคู่สี เช่นน้ำตาล เทา และฟ้า รวมไปถึงเลือกของที่ดูเข้ากันมาจัดวางด้วยกัน

“บางทีการเลือกของแต่งบ้านก็ต้องใช้เซ้นส์เพราะของบางชิ้นก็มาจากคนละยุคคนละสไตล์แต่ก็เข้ากันได้ เพราะมีอารมณ์บางอย่างเชื่อมอยู่ ผมจะใช้ความรู้สึกของตัวเองนี่ละตัดสิน คือเราชอบแต่งบ้านและลองมาหลายหลังจนรู้ว่าอะไรคือสไตล์ที่ชอบ จากนั้นก็จะตัดสิ่งที่เราไม่ชอบออกจากชีวิต”

ฉันเห็นด้วยว่าการตกแต่งบ้านควรจะมีความชัดเจนและแสดงถึงตัวตนของเจ้าของบ้านออกมาให้ได้ เพื่อสื่อว่านี่คือบ้านของเราจริงๆ พี่โหน่งยังเสริมในตอนท้ายอีกนิดหนึ่งว่า

“สิ่งที่เราพลาดในการแต่งบ้านก็คือ เสียดายของ ของบางชิ้นถ้าวางไว้ก็จะทำลายสไตล์รวมๆทั้งหมด ทางที่ดีเราต้องตัดใจ ผมเองก็มีของประเภทนั้น แต่จะเก็บไว้ในห้องเก็บของแทน ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องแต่งบ้านในแบบที่เราชอบทว่าบางคนยังไม่รู้เลยว่าตัวเองชอบอะไร เรียกว่าชอบไปหมด สุดท้ายพอเอาทุกอย่างมารวมกันก็เละ”

ฉันเชื่อว่าบ้านที่ดีไม่ได้วัดกันที่ขนาดความใหญ่โตหรือราคาของเฟอร์นิเจอร์ หากแต่บ้านที่ดีควรเป็นบ้านที่เราอยู่แล้วยิ้มได้ อยู่แล้วนึกถึงเรื่องราวความรู้สึกดีๆ และทำให้รู้สึกว่าเราอยากกลับบ้านเพื่อมาเจอคนที่เรารักและรักเราค่ะ

Something Called Home! “ผมซื้อของหลากหลายมาก ทั้งจาก Y50,  PAPAYA,วัดสวนแก้ว และโกดังของเก่าต่างๆบางทีก็ได้จากการเดินทางไปญี่ปุ่นอย่างกระดิ่งจักรยานก็ได้จากแถวคิชิโจจิ เห็นว่าสีสวยดีผมชอบนิตยสาร Come home! มากชอบการตกแต่งแบบ Zakka Style (รูปแบบการตกแต่งบ้านแบบหนึ่งของญี่ปุ่นซึ่งได้รับอิทธิพลจากยุโรปมีแนวคิดที่เน้นมองความสวยงามในความไม่เนี้ยบของวัสดุ)  ซึ่งนำเสนอในเล่มนี้”

เรื่องโดย : อัจฉรา จีนคร้าม
ภาพโดย : ชัยพฤกษ์ โพธิ์แดง, สิทธิศักดิ์ น้ำคำ

keyboard_arrow_up