โลกใบเล็กที่เรียกว่า “บ้าน”

โลกใบเล็กที่เรียกว่า “บ้าน”

 

บ้านแสนรักของนาวาเอก แพทย์หญิงชนกนาถ วัชรากรและนาวาโท รุ่งนที ทองประดิษฐ์

Home is the nicest world

ลอร่า อิงกัลส์ ไวล์เดอร์ นักเขียนวรรณกรรมเยาวชนอมตะเรื่อง “บ้านเล็กในป่าใหญ่” เคยกล่าวประโยคสั้นๆ แต่โดนใจคนรักบ้านว่า “Home is the nicest word there is.” และจากการได้มาเยี่ยมชมบ้านหลังนี้ ก็ทำให้ฉันย้อนคิดถึงประโยคนั้นอีกครั้ง

ด้วยความชอบตกแต่งบ้านของ คุณไก่ – นาวาเอก แพทย์หญิง ชนกนาถ วัชรากร แพทย์แผนกโรคผิวหนัง โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า และ คุณรุ่ง – นาวาโท รุ่งนที ทองประดิษฐ์ นายธงเสนาธิการทหารเรือ ทำให้บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ยุค 1960 ขนาดสองชั้นซึ่งมีกลิ่นอายแบบยุคโพสต์โมเดิร์น (Post Modern) ดูมีเสน่ห์เพิ่มขึ้น ทั้งคู่ตั้งใจปรับปรุงบ้านเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างครบถ้วนและอยู่แล้วมีความสุขในทุกๆ วันคุณหมอไก่เริ่มต้นเล่าถึงบ้านแสนรักของเธอให้ฟังว่า

“บ้านนี้อยู่มาก่อนพี่เกิดด้วยซ้ำ คุณพ่อของพี่นำแบบแปลนและหน้าตาบ้านรับรองของนายทหารเรือชั้นผู้ใหญ่ซึ่งมีสไตล์แบบโพสต์โมเดิร์นมาปรับสร้างเองตั้งแต่ปี พ.ศ. 2504 ปัจจุบันอยู่กันสองคนกับน้องหมาอีก 4 ตัว อยู่บ้านนี้มาตลอด ไม่ได้ย้ายไปไหน มีแค่ช่วงสั้นๆ ตอนเด็กๆ ประมาณ 4 – 5 ปีเท่านั้นที่คุณพ่อย้ายมาอยู่บ้านพักในโรงพยาบาลเพราะท่านย้ายมาทำงานในกรมแพทย์ เป็นทหารฝ่ายเสนาธิการนอกนั้นก็อยู่ที่นี่ตลอด จึงทำให้รู้สึกผูกพันกับบ้านหลังนี้มากค่ะ”

อายุที่เพิ่มมากขึ้นของตัวบ้านทำให้การปรับปรุงกลายเป็นสิ่งจำเป็นคุณหมอไก่บอกว่า “การรีโนเวตบ้านเป็นสิ่งที่เราทำมาเรื่อยๆ ตั้งแต่สมัยคุณพ่อคุณแม่ยังมีชีวิตอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่สร้างบ้านหนเดียวแล้วอยู่ตลอดไปต้องมีการดูแลและปรับปรุงควบคู่กันไปด้วย ถือเป็นการดูแลบ้านอย่างหนึ่ง”

การรีโนเวตครั้งใหญ่ของบ้านหลังนี้เกิดขึ้นทั้งหมด 3 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งก็มีจุดมุ่งหมายแตกต่างกันไป นั่นคือ…

 

7 ปีที่แล้ว : ปรับเพื่อวันข้างหน้า

“เริ่มจากตอนนั้นกำลังจะแต่งงาน มีความคิดว่าจะสร้างบ้านใหม่และจะย้ายไปอยู่ที่อื่น พอดีช่วงนั้นคุณพ่อคุณแม่ป่วย วันหนึ่งเผอิญขับรถผ่านบ้านหลังหนึ่งในซอยเอกมัย หน้าตาคล้ายบ้านเรามาก เห็นเขาเปลี่ยนหน้าต่างเป็นบานใหญ่ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแบบน้อยๆ แต่ก็ดูสวยงามและร่วมสมัยมากขึ้น จึงได้ไอเดียว่า เราไม่จำเป็นต้องทุบแล้วย้ายคนป่วยสองคนออกไปอยู่ที่อื่น ลองปรับให้เข้ากับการใช้งานจะดีกว่า อีกทั้งทุกมุมในบ้านก็มีเรื่องราวมากมาย จึงเปลี่ยนมาเป็นการรีโนเวตแทน โดยพยายามไม่ให้คุณพ่อคุณแม่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ก็ยังปรับฟังก์ชันของบ้านให้เข้ากับครอบครัวใหม่ที่กำลังจะสร้างตัวไปพร้อมๆ กันด้วย”

คุณหมอไก่และคุณรุ่งค่อยๆ วางแผนปรับปรุงบ้านอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยเริ่มจากทาสีใหม่ เดิมเป็นสีเทาก็ปรับมาเป็นขาวครีม เปลี่ยนพื้นจากกระเบื้องยางเป็นพื้นไม้ลามิเนต เมื่อบ้านเริ่มสวยเป็นรูปเป็นร่าง ขั้นตอนต่อมาก็เริ่มมองหาของตกแต่งบ้าน โดยหากเห็นว่าอะไรสวย ทั้งคู่ก็จะซื้อเก็บไว้ จนวันหนึ่งคุณหมอไก่และคุณรุ่งก็ได้ไอเดียคิดคอนเซ็ปต์ของบ้าน

คุณรุ่งเล่าให้ฟังว่า “เมื่อเริ่มคิดว่าอะไรที่เหมาะกับบ้าน ก็ลองนึกภาพบ้านเก่า 50 ปีของเรา คิดไปคิดมาก็เห็นตรงกันว่า สไตล์โอเรียนทัลนี่แหละเข้ากันได้ดี และเราก็ชอบด้วย เมื่อได้คอนเซ็ปต์แล้วก็ทำให้การเลือกซื้อของง่ายขึ้น อะไรที่เป็นของสไตล์โมเดิร์นก็ตัดออก คิดง่ายๆ ว่ามันไม่ใช่ เหมือนเราแต่งตัว ชุดสวย แต่ไม่ใช่เรา เราก็ไม่ซื้อ”

3 ปีที่แล้ว : ปรับไว้สำหรับต่อเติม

หลังจากคุณพ่อคุณแม่เสียชีวิต ก็มีการปรับการใช้งานต่างๆ ในบ้านให้ลงตัวกับการใช้ชีวิตของคนสองคนมากขึ้น คุณหมอไก่เล่าว่า “เวลาที่เรานั่งในร้านกาแฟสวยๆ ก็สามารถอยู่ตรงนั้นได้เป็นชั่วโมงสองชั่วโมง เลยคิดจะยกความรู้สึกแบบนั้นมาไว้ที่บ้านบ้าง จึงเกิดไอเดียทำเรือนกาแฟโดยปรับสวนหลังบ้านเป็นเรือนเล็กๆ ขนาด 3   5 เมตร ใช้พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของเราจริงๆ ก็ออกแบบให้มีทั้งบาร์เล็กๆ ติดภาพสวยๆเพิ่มความสบายใจ โต๊ะรับประทานอาหารเล็กๆ เพราะพี่รู้สึกว่าปัจจุบันคนใช้เวลาอยู่ข้างนอกเยอะ เราก็จะคิดสวนทาง อะไรดี อะไรที่เรามีความสุข เราก็ยกความรู้สึกนั้นมาไว้ในบ้านของเรา”

 

1 ปีที่แล้ว : ปรับเพื่อความสุขของสองเรา

ประมาณเดือนเมษายนปีที่แล้ว คุณหมอไก่เริ่มเล่นเฟซบุ๊กและได้เจอเพื่อนสมัยมัธยมอีกครั้ง จึงมีการรวมตัวกันจัดปาร์ตี้หมุนเวียนไปตามบ้านเพื่อนแต่ละคนซึ่งมีความชอบคล้ายกัน คือไม่ค่อยชอบไปรับประทานอาหารข้างนอก ก็ทำให้ความสนุกและความสุขต่างๆ กลับมาอยู่ที่บ้านโดยไม่ต้องออกไปไหนไกล นอกจากนี้เพื่อนที่ทำงานก็มักมาจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ต่างๆ ที่บ้านหลังนี้แทนการไปจัดตามโรงแรมด้วยเช่นกัน

เมื่อฉันลองถามถึงมุมโปรดในบ้าน คุณหมอไก่ก็ส่ายหน้า หากแต่บอกว่า ทุกมุมในบ้านเป็นมุมโปรดของเธอ เพราะเต็มไปด้วยความรู้สึกและความทรงจำอันแสนดี ฉันพยักหน้าอย่างเข้าใจ และก็เชื่อว่าการตกแต่งบ้านให้สวยงามนั้นไม่ใช่เพียงแค่จัดวางของให้ดูดีเท่านั้น แต่ความรักในสิ่งที่เราอยู่ต่างหากที่เป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้

คุณผู้อ่านเห็นด้วยไหมคะ

Everything we love

ของตกแต่งบ้านชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่เจ้าของบ้านตั้งใจเลือกสรรจัดวาง อย่างโคมไฟลายดอกกุหลาบก็ช่วยสร้างบรรยากาศได้อย่างดี คุณหมอไก่บอกว่าเวลาเพื่อนมาบ้านก็เอ่ยปากชื่นชมทุกครั้งไป

เรื่องโดย : Ajchara_Jeab
ภาพโดย : สิทธิศักดิ์ น้ำคำ , ปิยะวุฒิ ศรีสกุล

keyboard_arrow_up