รักแล้วรอหน่อย

รักแล้วรอหน่อย
          ผมว่าคงไม่มีใครชอบการรอคอย แต่กับบ้านสักหลังหนึ่งเราคงรอได้ ให้บ้านค่อยๆ ก่อตัวขึ้นพร้อมกับความตั้งใจเวลาจึงอาจเป็นสิ่งที่ช่วยให้เรามั่นใจว่าทุกตารางนิ้วในบ้านจะเป็นทุกพื้นที่ที่เราต้องการจริงๆ 
          “ก่อนหน้านี้อยู่เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ใกล้กับบ้านหลังนี้ พอมีครอบครัวจึงอยากได้บ้านหลังใหม่ที่มีพื้นที่มากขึ้นและพร้อมจะเป็นบ้านของครอบครัวเรา มาเจอบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้ซึ่งอยู่ในซอยอารีย์สัมพันธ์ ไม่ไกลจากบ้านเดิมนักตอนนั้นกำลังก่อสร้างขึ้นโครงเสาและคานแล้ว แต่เราก็มีความคิดที่จะจัดการออกแบบภายในเสียใหม่ด้วยเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ที่สุด” คุณพิศพิมล มรกตเดโช เจ้าของบ้านฝ่ายหญิงเล่าถึงความเป็นมาของบ้านหลังนี้
          “พอดีได้รู้จัก คุณณัฐ – ณัฐศาส จีนพันธ์ สถาปนิกที่ผู้รับเหมาแนะนำมาได้ดูผลงานที่ผ่านมาของเขาก็มั่นใจว่าจะต้องสร้างบ้านที่ดีและสวยให้เราได้แน่จึงส่งแปลนบ้านให้เขาดูและช่วยออกแบบให้ เนื่องจากเดิมเป็นบ้านในโครงการหมู่บ้าน การออกแบบบางส่วนอาจไม่เหมาะกับการใช้งานของแต่ละครอบครัวผู้ออกแบบจึงตกแต่งภายในไปพร้อมๆ กับการปรับปรุงงานสถาปัตยกรรมบางส่วนเช่น การทุบพื้นและผนังบางส่วนเพื่อให้ภายในบ้านดูโปร่งขึ้น อีกทั้งยังมีเรื่องของการระบายอากาศที่ดี ให้แสงธรรมชาติเข้ามาได้ และมีการเชื่อมต่อระหว่างชั้นมากขึ้น”
          คุณณัฐ เข้ามาออกแบบต่อในช่วงที่โครงสร้างของบ้านสร้างมาถึงชั้นสองจึงไม่สามารถเข้าไปเกี่ยวข้องกับงานโครงสร้างได้มากนัก แต่ด้วยพื้นเดิมนั้นเป็นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูป การออกแบบช่องเปิดพื้นเพิ่มเติมก็สามารถทำได้ไม่ยาก
          เมื่อเดินผ่านประตูทางเข้าบ้านมาที่ชั้นหนึ่งจะพบโถงบันไดที่พื้นที่ด้านข้างออกแบบเป็นส่วนพักผ่อนและบ่อน้ำเล็กๆ ข้างบ้าน เป็นส่วนแรกที่มีการปรับเพื่อให้บ้านดูโล่งและสว่างขึ้น หากเทียบกับบ้านหลังอื่นๆ ในโครงการ พื้นที่บริเวณนี้จะไม่มีแสงจากภายนอกเข้ามาได้เลย เพราะผนังด้านข้างนั้นอยู่ติดกับรั้ว จึงไม่สามารถเปิดช่องแสงได้ การแก้ปัญหาโดยการเว้าผนังเข้ามาและทำเป็นหน้าต่างกระจกจึงเป็นทางออกที่ดีทางหนึ่ง อีกทั้งบริเวณชั้นล่างนี้ยังมีห้องพักแขก ห้องพักแม่บ้าน และส่วนซักล้างด้วย
          เดินตามบันไดขึ้นสู่ชั้นสองก็จะพบห้องรับประทานอาหาร ส่วนเตรียมอาหาร ครัว ห้องนั่งเล่น และระเบียงไม้เล็กๆ ความต่อเนื่องของทั้งชั้นเกิดขึ้นเมื่อกั้นห้องต่างๆ ด้วยกระจกใส เมื่ออยู่ในห้องนั่งเล่นก็ยังเห็นความเคลื่อนไหวในครัวที่อยู่อีกฟากหนึ่งได้ ใกล้กับบันไดเจาะพื้นให้สามารถมองลงไปสู่ชั้นล่างซึ่งเป็นบ่อน้ำ ส่วนชั้นสามและสี่เป็นห้องนอนทั้งสองชั้น ส่วนหนึ่งเตรียมไว้สำหรับลูกชายที่กำลังโตขึ้นทุกวัน
          “ช่องว่างที่เชื่อมต่อสองชั้นนี้มีความสำคัญมาก ทั้งช่วยให้บ้านดูโล่งขึ้นเพราะด้วยแสงสว่างที่เข้ามาได้มากขึ้น และเป็นเหมือนกระเปาะรับลมธรรมชาติส่วนอื่นๆ ของบ้านก็พยายามออกแบบให้ดูโปร่งโล่งด้วยกระจก โทนสีที่ไม่เข้มนักแต่ก็ยังดูมีลูกเล่นอยู่ โดยเลือกใช้วอลล์เปเปอร์เพิ่มความน่าสนใจให้ผนัง ซึ่งได้เจ้าของบ้านมาช่วยเลือก และเราก็คอยให้คำแนะนำว่าจะเข้ากับบ้านหรือเปล่า”
          สถาปนิกคิดถึงเรื่องความปลอดภัยและความสวยงามควบคู่กันไป เห็นได้จากเรื่องของการใช้ประตูม้วนเหล็กแทนเหล็กดัดที่หน้าต่าง โดยจะติดตั้งในตำแหน่งที่เป็นหน้าต่างหรือประตูกระจกที่ไม่มีเหล็กดัด เมื่ออยู่ในบ้านก็เปิดบานม้วนเหล็กนี้ เมื่อจะเข้านอนหรือออกจากบ้านก็ปิดลงมา และอีกส่วนหนึ่งคือ การออกแบบเหล็กดัดให้กลายเป็นผนังและหลังคาบังตาภายนอก เหล็กดัดภายนอกเหล่านี้ยังสามารถปลูกต้นไม้กลายเป็นสวนแนวตั้งได้อีกด้วย
          ผมถามเรื่องระยะเวลาในการก่อสร้างบ้านหลังนี้ก็พบว่า ใช้เวลาไม่นานนักแต่ขั้นตอนของการออกแบบ คุยแบบ และหาทางแก้ไขกับสถาปนิกเพื่อให้บ้านน่าอยู่ เป็นขั้นตอนที่สำคัญกว่า และควรให้ความใส่ใจกับช่วงนี้ไม่ต่างจากช่วงที่กำลังก่อสร้าง แต่ถึงแม้ว่าจะเริ่มก่อสร้างแล้ว หากเห็นว่าจุดใดที่ปรับแก้ทัน
เพื่อให้บ้านน่าอยู่ขึ้น เราก็ยังสามารถทำได้ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นไปได้
          …เท่านี้ก็คุ้มค่าที่จะรอคอยแล้ว

 

เอกราช ลักษณสัมฤทธิ์
ชัยพฤกษ์ โพธิ์แดง, สิทธิศักดิ์ น้ำคำ

keyboard_arrow_up