กลมกลืน ในพื้นถิ่น

          แม้จะย้ายมาอยู่จังหวัดเชียงใหม่ได้พักใหญ่แล้วก็ตาม แต่ คุณวัชรินทร์ ภูมิจิตร ก็ยังต้องการใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติและมีบ้านแบบธรรมดา เพราะบ้านที่อยู่นั้นเป็นรูปแบบของบ้านในเมือง ฉะนั้นทุกครั้งที่มีเวลาว่าง เขาจะใช้เวลาไปกับการท่องเที่ยวตามพื้นที่นอกเมือง และในที่สุดก็หลงรักกลิ่นอายความเป็นชนบทของอำเภอแม่ออน ที่ซึ่งผู้คนยังดำเนินชีวิตค่อนข้างเรียบง่าย ทำไร่ทำนา หรือเลี้ยงโคนม จึงเลือกซื้อที่ดินสำหรับปลูกบ้านและทำกิจกรรมเกี่ยวกับงานศิลปะแขนงต่างๆ ตามที่รัก นอกเหนือจากการทำตำราอาหารไทยให้สำนักพิมพ์ในประเทศอังกฤษมาหลายปีต่อเนื่องกัน
          คุณวัชรินทร์เลือกที่ดินซึ่งเป็นเนินมีลักษณะแบบภูเขาลูกเล็กๆ มีไม้ป่ายืนต้นอยู่ไม่น้อย และแม้จะต้องการบ้านที่ดูธรรมดา แต่ก็ไม่วายเสาะหาจนได้คำตอบว่า ประเพณีการสร้างบ้านเรือนในท้องถิ่นนี้เป็นอย่างไร และก็ได้คำตอบว่า ผู้คนแถบนี้ล้วนเป็นไทยลื้อ มีบ้านเรือนแตกต่างจากไทยล้านนาตรงที่หลังคาจะค่อนข้างป้าน หน้าจั่วไม่แหลมสูง จึงใช้เป็นแนวทางในการสร้างบ้านหลังนี้
          “ไปซื้อเรือนไม้เก่าเพื่อทำเป็นรีสอร์ตหมู่บ้านศิลปะ พอดีมีเสาไม้สักขนาดใหญ่เหลืออยู่ถึง 16 ต้น สามารถสร้างบ้านสองชั้นหลังใหญ่ได้สบาย บ้านนี้ไม่ได้เขียนแบบเป็นเรื่องเป็นราวนัก แต่จะใช้วิธีออกแบบในสถานที่จริงพร้อมกับสถาปนิกว่าทำได้หรือไม่ โดยตั้งเสาห่างกันต้นละ 4 เมตร และด้วยลักษณะที่ดินที่ต่างกันมาก ทำให้ได้ชั้นล่างในขนาดที่พอเหมาะต่อการทำเป็นห้องได้ จึงคิดทำเป็นห้องพักไว้เผื่อส่วนรีสอร์ตที่อยู่ด้านหน้ารับรองแขกได้ไม่เพียงพอ แต่ชั้นบนทำเป็นบ้านอยู่เอง”
          โครงสร้างของบ้านเป็นไม้ แต่ในทุกพื้นที่ใช้สอยมีการเทซีเมนต์ขัดมันได้อย่างเรียบร้อย รวมถึงผนังแบบก่ออิฐฉาบปูนที่ปราศจากรอยแตกร้าวใดๆ มีความมั่นคงแข็งแรงดี ภายในบ้านแบ่งพื้นที่ออกเป็นห้องนอนใหญ่ ห้องนอนเล็ก พร้อมห้องน้ำภายในทั้งสองห้อง มีห้องโถงใช้เป็นส่วนนั่งเล่นและรับประทานอาหาร รวมทั้งมีแพนทรี่เล็กๆ โดยมีระเบียงยาวล้อมห้องต่างๆ เป็นรูปตัวแอล (L) ด้านข้างของระเบียงทำเป็นสนามหญ้าสำหรับนั่งชมวิว และมีครัวไทยที่แยกออกมาอีกเรือน
          คุณวัชรินทร์เป็นผู้ดูแลควบคุมงานก่อสร้างบ้านด้วยตัวเองตลอดเวลา โดยมีสถาปนิกคอยให้คำแนะนำในสิ่งที่เขาคิดให้เป็นจริง
          เนื่องจากร่ำเรียนและทำงานด้านศิลปะมาตลอด ภายในบ้านนี้จึงมีงานศิลป์มากมาย ทั้งงานประติมากรรมและงานภาพวาดที่เจ้าของบ้านซื้อสะสมไว้ รวมถึงถ้วยและแจกันเซรามิกในยุคอาร์ตเดโค ซึ่งซื้อเก็บไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งยังใช้ชีวิตอยู่ในลอนดอนนานหลายสิบปี
          ดังนั้น การตกแต่งภายในจึงเป็นการนำเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่มีอยู่แล้วมาจัดวางตามตำแหน่งที่เอื้อต่อการใช้สอย แทบไม่มีการทำเฟอร์นิเจอร์ใหม่หรือซื้อของใหม่เพิ่มเข้ามาเลย แต่ทุกส่วนก็ลงตัวและใช้สอยได้สะดวกสบาย ช่วยให้บ้านมีสีสัน ชีวิตชีวา และบุคลิกของเจ้าของบ้านแฝงอยู่อย่างเต็มเปี่ยม

 

จัตตริน
ปิยะวุฒิ ศรีสกุล

keyboard_arrow_up