จากตะวันตกสู่ตะวันออก

จากตะวันตกสู่ตะวันออก
               ณ ย่านริเวอร์วัลเลย์ ยังคงพบเห็นตึกแถวเก่าสไตล์โคโลเนียลได้ทั่วไป แม้จะมีอาคารสูงและอพาร์ตเมนต์ขึ้นอยู่รายรอบ แต่ตัวอาคารก็ได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดี 
              คุณอลัน แบรร์และคุณภาสวรรณ พรมพัฒน์ เป็นเจ้าของบ้านและมัณฑนากร เดิมคุณอลันอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์ก ต่อมาได้ย้ายข้ามซีกโลกจากตะวันตกมาสู่ตะวันออกเพื่อหน้าที่การงาน และในที่สุดก็ตั้งรกรากอยู่ที่ประเทศสิงโปร์จนบัดนี้เป็นเวลาถึงสี่ปีแล้ว
              มองจากด้านนอก แทบไม่เชื่อว่าภายในบ้านเล่นระดับเป็นสามชั้น ตัวบ้านมีหน้าแคบ แต่มีความลึกตามสไตล์ตึกแถวแบบชิโน-โปรตุกีส ชั้นล่างเป็นที่จอดรถและห้องเก็บของ มีบันไดทางขึ้นไปยังชั้นสองซึ่งจัดเป็นห้องนั่งเล่น ห้องครัว และส่วนรับประทานอาหารที่กว้างขวางพร้อมมุมทำงาน ชั้นบนเป็นห้องใต้หลังคา มีบันไดทางขึ้นแยกไปยังออฟฟิศที่อยู่ชั้นบน และจากห้องนั่งเล่นก็มีบันไดขึ้นอีกทางหนึ่งเพื่อไปยังห้องนอน
             คุณอลัน เล่าว่า “หลังจากที่ผมได้ย้ายมาทำงานที่สิงคโปร์สักพักก็ตัดสินใจตั้งออฟฟิศออกแบบของตัวเอง เริ่มมองหาสเปซที่สามารถอยู่อาศัยและทำงานควบคู่ไปได้ แต่ยังคงให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวในเวลาเดียวกัน ตอนที่อยู่นิวยอร์ก ออฟฟิศก็อยู่ในตึกแบบลอฟต์ เพราะไม่ชอบบรรยากาศของห้องชุดแบบคอนโดมิเนียมหรืออพาร์ตเมนต์ ในที่สุดโชคชะตาก็นำพาให้มาพบตึกแถวแห่งนี้เพราะนั่งแท็กซี่ผ่าน เพียงแวบแรกก็รู้สึกว่าใช่เลย ก่อนหน้านี้บ้านนี้ก็เคยเป็นสตูดิโอออกแบบมาก่อน สเปซภายในค่อนข้างลงตัวมากแล้ว คือดูเหมือนบ้านแต่ไม่ใช่บ้าน เพราะใช้เป็นออฟฟิศ เพียงแต่ไม่มีครัว ก็เลยต้องเพิ่มครัวเข้าไป ผมชอบเลย์เอ๊าต์ของบ้านหลังนี้มาก ตึกแถวห้องนี้มีสองชั้น ค่อนข้างกว้าง ผมแบ่งโซนง่ายๆคือพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ส่วนตัว ชั้นบนสุดพื้นที่ใต้หลังคามีบันไดสองฝั่งแยกทางขึ้นกัน ห้องใต้หลังคาชั้นบนก็ทำเป็นออฟฟิศ แบ่งเป็นพื้นที่เก็บวัสดุสำหรับงานตกแต่งและพื้นที่ทำงาน
             “ส่วนในห้องรับประทานก็เรียกว่าใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทานข้าว ต้อนรับลูกค้า ประชุม นำเสนองาน ส่วนตัวไม่ชอบออฟฟิศที่ล้อมด้วยกระจก เหล็ก โลหะ ซึ่งเหมือนออฟฟิศออกแบบทั่วไปในสิงคโปร์ เราต้องการสเปซที่แตกต่าง เมื่อลูกค้าก้าวเข้ามาก็จะได้รับประสบการณ์ที่ต่างออกไป ลูกค้าส่วนใหญ่ชอบมาก เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งทั้งหมดในบ้านลูกค้าสามารถหยิบจับ ทดลอง สัมผัส และใช้งานได้หมด เป็นสเปซที่ให้ความรู้สึกถึงความเป็นบ้านและที่ทำงานที่อบอุ่น  คำถามที่ลูกค้าถามผมก็คือ คุณออกแบบให้โรงแรมของเราเป็นเหมือนบ้านคุณได้ไหม และคำถามต่อมาคือ ช่วยทำบ้านของเราเป็นแบบนี้ด้วยนะ นับว่าเป็นเสียงตอบรับที่ดีเกินคาด”
               เจ้าของบ้านเริ่มสะสมของแต่งบ้านตั้งแต่สมัยอยู่ที่นิวยอร์ก นับถึงตอนนี้ก็เกือบจะยี่สิบปีแล้ว ด้วยความเป็นนักเดินทาง เฟอร์นิเจอร์ งานศิลปะ และของสะสมแต่ละชิ้นล้วนมาจากแรงบันดาลใจ เรียกว่ามาจากทั่วทุกมุมโลกก็ว่าได้ แม้ไม่ใช่ของราคาแพง ต่างที่มาต่างสไตล์ เมื่อนำมาจัดวางรวมกันในบ้านกลับสวยงามลงตัว
               “อันที่จริงมีเฟอร์นิเจอร์มากกว่านี้ แต่เก็บอยู่ในห้องเก็บของบ้าง ฝากไว้ที่บ้านเพื่อนบ้าง ก็หมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนกัน อย่างโต๊ะกินข้าวได้มาจากทางตอนใต้ของฝรั่งเศส เก้าอี้กินข้าวก็ได้มาจากโรงเรียนเก่าในปารีส ชั้นวางหนังสือมาจากบรูคลิน ตอนที่ย้ายข้ามซีกโลกมา เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ถูกส่งมาในตู้คอนเทนเนอร์ 40 ฟุต แม้ไม่ใช่สิ่งมีค่าที่เป็นตัวเงินแต่ก็เป็นคอลเล็กชั่นส่วนตัวที่มีคุณค่าทางใจ และผมคงเป็นคนเดียวในสิงคโปร์ที่มีชุดโต๊ะกินข้าวถึง 3 ชุด (หัวเราะ) ของเหล่านี้เป็นสิ่งที่บอกตัวตนของผมได้เป็นอย่างดี และบ่งบอกถึงงานออกแบบของผมด้วย ผมไม่ชอบของใหม่ทั้งหมด ต้องมีเก่า มีใหม่ มีแบบโมเดิร์น แบบแอนทีคผสมกันไป
               “เฟอร์นิเจอร์บางส่วนผมก็ทำเองจากวัสดุเหลือใช้ เช่น เศษไม้จากแท่นวางสินค้าที่หาได้ง่ายในสิงคโปร์ ก็นำมาประกอบเป็นโต๊ะที่อยู่ในห้องนั่งเล่นด้านหน้า หน้าท็อปโต๊ะทำจากเศษไม้ ขาโต๊ะมาจากเหล็กนั่งร้าน มีคนโยนทิ้งผมก็ไปเก็บมาทำความสะอาด ทาสีใหม่ ด้านล่างก็นำตู้เหล็กสีแดงจากอิเกียใส่เข้าไป ให้ความรู้สึกเหมือนได้โต๊ะใหม่เก๋ๆที่ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไป สำหรับผมแล้วของแพงไม่ได้หมายความว่าจะดีเสมอไป และจากโต๊ะทำงานตัวนั้น ถ้าหันหลังกลับไป โต๊ะบุฟเฟต์สีฟ้า ผมเจอที่ร้านขายของเก่าในบรูคลิน ซื้อมาเพียงไม่กี่ร้อยเหรียญ ตอนที่เจอนี่ไม้แต่ละชิ้นยังแยกร่างกันอยู่ นำมาประกอบกันเข้า ใส่ท็อปหินอ่อน ก็ดูเหมือนใหม่ เดิมเป็นไม้มะฮอกกานี จำไม่ได้ว่าครั้งแรกทำเป็นสีอะไร แต่ก็เปลี่ยนสีไปเรื่อย ดำ ขาว พอย้ายของมาที่สิงคโปร์ก็เกิดรอย เลยต้องทำสีใหม่ ก็คิดว่าจะทำสีอะไร เอาสีฟ้าแล้วกัน ผมชอบนำของเก่ามาทำใหม่ คิดในมุมที่แตกต่างออกไปก็ทำให้เกิดงานออกแบบใหม่ๆได้”
               บ้านของนักออกแบบจึงไม่ใช่เพียงแค่ที่อยู่อาศัย หากเป็นสเปซของการทดลองและเรียนรู้ ไม่มีข้อกำหนดตายตัว อาจทำมาจากวัสดุสิ่งใกล้ตัวที่ไม่มีราคา แต่เมื่อนำมาผนวกกับไอเดีย พลิกแพลงและพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ บ้านหลังนี้จึงกลายเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของผู้ออกแบบได้อย่างชัดเจน

เรื่องโดย : แพรแก้ว
ภาพโดย : สิทธิ์ศักดิ์ น้ำคำ

keyboard_arrow_up