ทำอย่างไรให้ บ้านไม่มีฝุ่น มากวนใจ

บ้านไม่มีฝุ่น ฝุ่น อาจเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยที่ไม่มีค่าและไม่น่าจะมีความสำคัญอะไรกับชีวิตของเรา แต่สิ่งเล็กๆสิ่งนี้กลับกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่ยิ่ง โดยเฉพาะในบ้านของเรา และโดยเฉพาะในประเทศของเรา

บ้านไม่มีฝุ่น ในบ้านเรามักจะพบฝุ่นอยู่ทั่วทุกที่รอบตัว ซึ่งนอกจากจะสร้างความระคายเคืองต่อระบบหายใจของเราแล้ว ฝุ่นยังทำให้งานบ้านกลายเป็นงานหนักที่น่าเบื่ออีกด้วย โดยเฉพาะบ้านในเมืองใหญ่และบ้านที่อยู่ติดถนน การแก้ปัญหาเรื่องฝุ่นนั้น โดยหลักๆ แล้วทำได้ 2 ทาง คือ

บ้านไม่มีฝุ่น

  1. ออกแบบบ้านให้ฝุ่นเข้าได้น้อยที่สุด

– เชื่อหรือไม่ว่า ต้นไม้ช่วยกรองฝุ่นไม่ให้เข้าบ้านได้ สังเกตได้จากบ้านที่มีสวนร่มรื่นมักจะไม่ค่อยมีฝุ่นหรือฝุ่นจับไม่เร็วนัก โดยเฉพาะหากปลูกหญ้าคลุมพื้นดินแทนการเทปูน หรือปูพื้นด้วยวัสดุต่างๆ รอบบริเวณบ้าน จะทำให้เกิดฝุ่นน้อยลง

%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%96

– ออกแบบให้ที่จอดรถอยู่ห่างจากตัวบ้าน เพราะฝุ่นจำนวนมากจากท้องถนนจะติดมากับรถ

– ออกแบบให้มีห้องกักฝุ่น เหมือนที่บ้านฝรั่งเขามี Mud Room เพื่อให้ฝุ่นที่ติดตัวมากับเราและข้าวของถูกกักไว้ในห้องนี้ โดยเฉพาะบ้านไหนที่ชอบทำสวน ดินที่ติดมากับเสื้อผ้า อุปกรณ์ และรองเท้า ก็ไม่ควรจะได้รับอนุญาตให้เข้าบ้าน

home-designingcom

  1. ออกแบบบ้านให้ทำความสะอาดง่ายที่สุด

– หลีกเลี่ยงไม่ให้มีซอกหลืบที่ทำให้ยากต่อการทำความสะอาด เช่น เหล็กดัดลวดลายคดโค้ง ซอกเล็กๆ ข้างตู้ และร่องบนผนัง เช่น ผนังก่ออิฐโชว์แนว

– หลีกเลี่ยงระนาบแนวนอน เช่น หลังตู้หรือตามชั้นวางของ หรือผนังหักแนวนอนที่ไม่มีประโยชน์ใช้งาน เพราะจะเก็บฝุ่นได้มากกว่าระนาบแนวตั้ง ทางออกที่พอจะเป็นไปได้คือ ควรออกแบบตู้ให้สูงติดฝ้าเพดานไปเลย ปล่อยให้ฝุ่นตกอยู่ที่พื้นที่เดียว จะช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น ในกรณีที่เลี่ยงไม่ได้ เช่น เตียง ตู้เตี้ย หรือหน้าโต๊ะ ก็ควรหาผ้าคลุมหรือวางของบนโต๊ะให้น้อยที่สุด

homeinterior-01-12

– หลีกเลี่ยงการใช้วัสดุที่เก็บฝุ่น เช่น พรม ผ้าม่าน ผ้าขนสัตว์ ผ้ากำมะหยี่ และวัสดุประเภทถักๆ สานๆ รวมถึงวัสดุที่อาจทำให้เกิดฝุ่น เช่น ผนังหรือพื้นปูนฉาบแบบ Stucco (เหมือนบ้านสไตล์อิตาลี) ซึ่งอาจไม่เหมาะกับบ้านเรา

– ออกแบบให้มีตู้สำหรับเก็บข้าวของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มักวางตามชั้นหรือตามโต๊ะ ของใช้ประจำวันต่างๆ โดยเฉพาะหนังสือ เพราะหนังสือคือเพื่อนที่ดีที่สุดของฝุ่นเลยทีเดียว รวมทั้งของสะสมต่างๆ โดยสามารถออกแบบให้เป็นตู้กระจกเพื่อให้มองเห็นข้าวของสวยงามได้

ลองดูว่า คุณจะจัดการฝุ่นในบ้านด้วยวิธีใด โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ ความสะดวก และนิสัยส่วนตัวเป็นหลัก แต่หากทำได้ตามไอเดียทั้งหมดที่ว่ามา ก็น่าจะช่วยให้ปัญหาเรื่องฝุ่นในบ้านของคุณเบาลงไปได้มากทีเดียว หรือหากต้องการคู่มือที่จะช่วยให้บ้านของคุณเป็นบ้านที่มีสุขอนามัยที่ดีอยู่แล้วสุขกายสบายใจ ลองหาหนังสือ “Healthy Home บ้านอยู่สบาย” ของสำนักพิมพ์บ้านและสวน ราคาเล่มละ 445 บาท มาอ่านเพิ่มความรู้ได้

อ่านต่อ : วิธีทำความสะอาดผ้าม่าน 

อ่านต่อ : ทำความสะอาดห้องนอนให้ถูกวิธี

keyboard_arrow_up