บ้านกลางทุ่ง มุ่งสู่กลางใจ

                บ้านสองชั้นสีเขียวพาสเทลดูโดดเด่นเมื่อมองผ่านสนามหญ้ารูปทรงยาว ทำให้โปร่งตาไม่อึดอัด เนื่องจากเจ้าของบ้านจงใจไม่จัดวางตัวบ้านให้ลึกเข้าไปด้านใน ก็ทำให้ดูเหมือนตั้งอยู่กลางทุ่งโล่ง รอบๆตัวบ้านปลูกไม้ดอกไม้พุ่มแต่งแต้มความสดชื่น ด้านหลังบ้านเน้นเนื้อที่ไว้ปลูกผักผลไม้สมุนไพร เพื่อปรุงอาหารและทำขนม เป็นบ้านน่ารักและอบอุ่นที่เชียงใหม่ รื่นเริงด้วยเสียงหัวเราะของเด็กหญิงวัยสดใสกับเสียงเห่าของสุนัขตัวโปรดของเธอ
                คุณปณิธิ์ภัค ศิริวัฒนกุล คุณแม่ของ น้องใบหญ้า -ด.ญ.นันท์นภัส  ชัยชนะบรรยง เล่าว่า
                “ครอบครัวเราย้ายจากกรุงเทพฯมาอยู่เชียงใหม่ 8 ปีแล้วค่ะ แรกๆอยู่แถวที่จัดงานพืชสวนโลก   หลังๆเริ่มแออัดจอแจ เลยหาที่ดินใหม่ แปลงนี้ คุณจี๋ (คุณบุษกร พิชญาทิตย์ นักเขียนและนักวาดภาพดอกไม้) เพื่อนรุ่นพี่แนะนำให้มาดู แถวนี้ค่อนข้างสงบ ยังมีพื้นที่สวนไร่นา บ้านก็ยังไม่มาก เลยยังดูเป็นธรรมชาติมากๆ
                “คุณพ่อ (คุณวีรศิริ ศิริวัฒนกุล) ท่านชอบบ้านสไตล์คันทรีเหมือนกัน เราเลยเสิร์ชกูเกิ้ลเพื่อดูแบบบ้าน หลังนี้เป็นสไตล์อเมริกันโมเดิร์นคันทรี ซึ่งมีแปลนเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ได้พื้นที่ใช้สอยมากที่สุด   ใช้ได้ทุกมุม สร้างด้วยอิฐมวลเบาและอะลูมิเนียม แค่สามเดือนครึ่งก็ปลูกเสร็จแล้ว”
                ต่อจากระเบียงเล็กๆด้านหน้าเมื่อเข้าสู่ตัวบ้านชั้นล่าง จะพบมุมรับแขก-นั่งเล่นเล็กๆ มีเก้าอี้โซฟาที่คุณปณิธิ์ภัคเย็บผ้าหุ้มเบาะเองจนเข้าชุดน่านั่ง ถัดไปคือมุมโต๊ะอาหารตัวไม่ใหญ่นัก แต่เพียงพอกับครอบครัว 4 คน คุณพ่อน้องใบหญ้า (คุณสมเกียรติ ชัยชนะบรรจง) ซึ่งบังเอิญวันนั้นเดินทางไปทำงานที่กรุงเทพฯ จึงไม่ได้พบกัน แต่เราว่าพอเพียงสำหรับแขกเหรื่ออีก 2-3 คนสบายๆ แม้บ้านค่อนข้างเล็กแต่กะทัดรัดครบถ้วน เพราะการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ข้าวของเครื่องใช้ที่ลงตัว ประกอบกับมีมุมนั่งเล่นนอกบ้านมากมาย ทำให้เป็นบ้านอยู่สบายๆท่ามกลางอากาศดี มีลมพัดตลอดวัน
               คุณปณิธิ์ภัคเรียนจบจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม จึงมีความสามารถในการจัดแต่งบ้านเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และยังมีฝีมือในการทำอาหารโดยเฉพาะขนมไทยๆได้หลายชนิดอีกด้วย รวมทั้งออกแบบตาข่ายดักฝัน (Dream Catcher) ซึ่งเป็นงานของชนเผ่าอินเดียนแดงหรืออเมริกันอินเดียน มีลูกค้าติดตามและสนับสนุนอยู่เสมอ
              คุณปณิธิ์ภัคเล่าให้ฟังด้วยรอยยิ้มว่า “ชอบทำอาหารเพราะคุณป้าคุณยายก็ทำอาหารเก่ง จึงฝึกมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะขนมไทยๆ จัดชุดขนมไทยของว่างใส่กล่องไปส่งตามงานต่างๆ ทำส่งเด็กๆตามโรงเรียนบ้างสำหรับของว่างยามบ่าย”
              วันนั้นเราได้รับประทานสาคูไส้หมู ขนมเปียกปูน ขนมชั้น และขนมไข่นกกระสา ซึ่งเราไม่เคยรับประทานมาก่อน เวลาทำขนม คุณปณิธิ์ภัคจะมีผู้ช่วยตัวน้อยคอยวิ่งไปเก็บพืชผัก เช่น สะระแหน่ ดอกอัญชัน ฯลฯ ช่วยเด็ดและวางตกแต่งขนมอยู่เป็นประจำ
               “แถวนี้ไม่มีเด็กๆรุ่นใบหญ้า เขาไม่มีเพื่อนเล่น นอกจากเขี้ยวขาวกับคุณตา ก็เลยชอบไปโรงเรียน และสนุกกับการได้ช่วยแม่ทำอาหารด้วย”
               น้องใบหญ้าได้พบช่างภาพของเรา จึงรื่นเริงสนุกสนานเล่นกับช่างภาพวัยคุณลุงอย่างสนิทสนม จนเลื่อนอายุให้เองโดยเรียกลุงว่าพี่เสียเฉยๆ แม้ว่ามีหนวดเคราเผ้าผมสีขาวแทรก แต่เธอก็ไม่เก็บมาเป็นอารมณ์ พอเราลากลับเธอก็อาลัยอาวรณ์จนบอกว่า “เอ้า! นึกว่าจะกลับเย็นๆ” ทำให้พี่ช่างภาพสัญญาว่า “แล้วจะมาเยี่ยมอีก”
                เราเชื่อว่าบ้านที่มีคุณแม่คุณพ่อเอาใจใส่ดูแล และมีกิจกรรมทำร่วมกับลูกๆ ทำให้บ้านอบอุ่น น้องใบหญ้าก็มีเรื่องสนุกๆให้ทำได้ตลอด เช่น วาดรูป เล่นกับเจ้าเขี้ยวขาว ไปเก็บดอกไม้ในสวนมาจัดแจกัน ซึ่งทำได้สวยไม่แพ้คุณแม่เลยทีเดียว กิจกรรมเหล่านี้ทำให้เด็กๆมีจิตใจอ่อนโยน รู้จักการให้และแบ่งปัน ความสุขเล็กๆของครอบครัวที่อบอุ่นก็ทำให้บ้านกลายเป็นสวรรค์น้อยๆได้ไม่ยาก คุณผู้อ่านว่าจริงไหมคะ?

มัญชุสา
ชัยพฤกษ์ โพธิ์แดง

keyboard_arrow_up