โอบล้อมด้วยธรรมชาติ บ้านพักตากอากาศในไต้หวัน

คงมีไม่กี่ที่บนโลกใบนี้ที่คุณหลงรักและอยากใช้ชีวิตอยู่ ณ สถานที่แห่งนั้น ถ้าได้เจอที่นั่นแล้ว คุณต้องการสร้างบ้านสักหลังไว้สำหรับพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศดีๆ เหมือนกับผู้ชายคนนี้ที่ยอมเสียเวลาขับรถนาน 1 – 2 ชั่วโมงทุกสุดสัปดาห์เพื่อมาใช้ชีวิตอยู่ใน บ้านพักตากอากาศในไต้หวัน หลังนี้ แม้จะเป็นเวลาเพียงน้อยนิดก็ตาม

บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ที่เมืองหนานตู ประเทศไต้หวัน มีขนาดพื้นที่ 500 ตารางเมตร เป็นบ้านหลังที่สองของ คุณ Arimin หรือ Mr.Huang ming-ming มัณฑนากรหนุ่มชาวไต้หวัน ผู้มีผลงานดีไซน์ที่แสนโดดเด่น

 

อาคารภายนอกออกแบบเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมเรียบเท่ เพิ่มลูกเล่นด้วยการใช้วัสดุอย่างหินภูเขาและไม้ มาผสมผสานรวมกัน ดูเผินๆ คล้ายกับบ้านมีสองชั้น ผนังบ้านด้านนี้ไม่มีช่องแสงหรือกระจกมากนัก ซึ่งเป็นไอเดียของเจ้าของบ้านที่ต้องการให้บ้านดูลึกลับน่าค้นหาตั้งแต่แรกเห็น
อาคารภายนอกออกแบบเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมเรียบเท่ เพิ่มลูกเล่นด้วยการใช้วัสดุอย่างหินภูเขาและไม้มาผสมผสานรวมกัน ดูเผินๆ คล้ายกับบ้านมีสองชั้น ผนังบ้านด้านนี้ไม่มีช่องแสงหรือกระจกมากนักซึ่งเป็นไอเดียของเจ้าของบ้านที่ต้องการให้บ้านดูลึกลับน่าค้นหาตั้งแต่แรกเห็น
 ทางเดินเข้าบ้านออกแบบให้เป็นทางลาดค่อยๆ ปรับระดับความสูงขึ้นเรื่อยๆ ช่วยให้เดินขึ้นได้ง่าย ปลูกต้นไม้ทรงสูงแผ่กิ่งก้านสวยงามอย่างต้นสนไว้ทั้งสองข้างทางเดินเพื่อให้ร่มเงายามที่แสงแดดตกกระทบและลอดผ่านแนวต้นสนยังช่วยสร้างแสงเงาที่สวยงามให้พื้นที่รอบๆได้ด้วย

ทางเดินเข้าบ้านออกแบบให้เป็นทางลาดค่อยๆ ปรับระดับความสูงขึ้นเรื่อยๆ ช่วยให้เดินขึ้นได้ง่าย ปลูกต้นไม้ทรงสูงแผ่กิ่งก้านสวยงามอย่างต้นสนไว้ทั้งสองข้างทางเดินเพื่อให้ร่มเงายามที่แสงแดดตกกระทบและลอดผ่านแนวต้นสนยังช่วยสร้างแสงเงาที่สวยงามให้พื้นที่รอบๆได้ด้วย

 

เดิมบริเวณที่ปลูกบ้านเคยเป็นนาขั้นบันไดมาก่อน เนื้อดินจึงมีลักษณะอ่อนและร่วนซุย เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1999 ความเสียหายครั้งนั้นได้ทำให้บ้านพังเสียหาย เขาจึงต้องซ่อมแซมและปรับปรุงบ้านใหม่ทั้งหมด โดยครั้งนี้เขาได้สะท้อนตัวตนผ่านการออกแบบตกแต่งได้ตรงตามความต้องการของตัวเองจริงๆ

“จริงๆ แล้วบ้านของผมอยู่ที่เมืองไตชุงครับผมทำงานที่นั่น แต่เนื่องจากบ้านมีสภาพเก่ามากทั้งยังมีโครงสร้างที่เชื่อมต่อกับบ้านข้างๆ จึงทำให้การปรับปรุงบ้านทำได้ยาก” มัณฑนากรหนุ่มเริ่มต้นเล่าถึงที่มาที่ไปของการก่อสร้างบ้านหลังนี้

 ออกแบบให้ทุกห้องเชื่อมต่อถึงกันทั้งหมด ไร้ผนังกั้น ยกพื้นบริเวณระเบียงนั่งเล่นให้สูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อแบ่งแยกพื้นที่ใช้งาน ซ่อนหลอดไฟไว้ใต้พื้นให้มองเห็นพื้นต่างระดับได้ในยามค่ำคืน ติดตั้งไฟอัพไลท์ที่เสาไม้ ช่วยเน้นโครงสร้างอาคารให้ดูโดดเด่นสะดุดตา

ออกแบบให้ทุกห้องเชื่อมต่อถึงกันทั้งหมด ไร้ผนังกั้น ยกพื้นบริเวณระเบียงนั่งเล่นให้สูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อแบ่งแยกพื้นที่ใช้งาน ซ่อนหลอดไฟไว้ใต้พื้นให้มองเห็นพื้นต่างระดับได้ในยามค่ำคืน ติดตั้งไฟอัพไลท์ที่เสาไม้ ช่วยเน้นโครงสร้างอาคารให้ดูโดดเด่นสะดุดตา
 มุมรับแขกดูสูงโปร่งด้วยการออกแบบให้ฝ้าเพดานเชื่อมต่อกับชั้นลอย โดดเด่นด้วยโครงสร้างอาคารที่ใช้เสาไม้ต้นใหญ่ยึดติดกับคานเหล็กตัวซี (C) ติดค้ำยันท่อเหล็ก เพิ่มความแข็งแรงให้ตัวอาคาร พร้อมรับมือกับพายุและลมมรสุม มุมนี้จัดวางโซฟาหุ้มหนังโทนสีน้ำตาล ดูเท่ เรียบง่าย และอบอุ่นในเวลาเดียวกั

มุมรับแขกดูสูงโปร่งด้วยการออกแบบให้ฝ้าเพดานเชื่อมต่อกับชั้นลอย โดดเด่นด้วยโครงสร้างอาคารที่ใช้เสาไม้ต้นใหญ่ยึดติดกับคานเหล็กตัวซี (C) ติดค้ำยันท่อเหล็ก เพิ่มความแข็งแรงให้ตัวอาคาร พร้อมรับมือกับพายุและลมมรสุม มุมนี้จัดวางโซฟาหุ้มหนังโทนสีน้ำตาล ดูเท่ เรียบง่าย และอบอุ่นในเวลาเดียวกัน
ติดกระจกเงาบานใหญ่ที่ทางขึ้นชั้นลอย ช่วยสร้างมิติได้อย่างน่าสนใจ ส่วนราวบันไดออกแบบให้ดูโปร่งตา ใช้เหล็กตีคู่กัน 2 เส้นเว้นระยะห่างกัน สามารถมองทะลุมายังผนังหินภูเขาที่สะท้อนแสงไฟสีนวลตา
ติดกระจกเงาบานใหญ่ที่ทางขึ้นชั้นลอย ช่วยสร้างมิติได้อย่างน่าสนใจ ส่วนราวบันไดออกแบบให้ดูโปร่งตา ใช้เหล็กตีคู่กัน 2 เส้นเว้นระยะห่างกัน สามารถมองทะลุมายังผนังหินภูเขาที่สะท้อนแสงไฟสีนวลตา

 

ทุกวันอาทิตย์เขาจะขับรถจากเมืองไตชุงเพื่อมาพักผ่อนและใช้ชีวิตแสนอิสระคนเดียว เนื่องจากภรรยาและลูกๆ ไม่ชอบนั่งรถและเดินทางไกล ที่นี่จึงกลายเป็นสเปซส่วนตัวของเขาอย่างแท้จริงบ้านหลังนี้มีความพิเศษและมีสิ่งท้าทายรอเขาอยู่หลายอย่าง อันดับแรกเขาตั้งใจออกแบบให้บ้านมีพื้นที่ขนาดใหญ่ ไม่มีผนังหรือส่วนกั้นใดๆอยู่เลย ทุกห้องเปิดโล่งและเชื่อมต่อถึงกันได้หมดทั้งยังมีชั้นลอยเพื่อใช้เป็นที่นอนของลูกๆ แต่ตอนนี้ได้กลายเป็นพื้นที่สะสมเฟอร์นิเจอร์ชิ้นโปรดของเขาไปเสียแล้ว

“ผมว่ามันยากที่จะมีบ้านแบบนี้จึงอยากลองทำดู บ้านที่เปิดโล่งช่วยให้ย้ายทุกอย่างได้ตามใจชอบ เปลี่ยนทุกส่วนในบ้านให้เป็นห้องอะไรก็ได้ภายในระยะเวลา 4 ปี ผมย้ายเฟอร์นิเจอร์ ปรับเปลี่ยนมุมใหม่ๆ มา 3 ครั้งแล้ว

ตกแต่งชั้นลอยด้วยเฟอร์นิเจอร์และหนังสือต่างๆ ที่เจ้าของชื่นชอบ ราวกันตกกรุกระจกฝ้า ส่วนบริเวณท็อปออกแบบให้มีความหนามากพอ เพื่อใช้วางหนังสือต่างๆ ได้
ตกแต่งชั้นลอยด้วยเฟอร์นิเจอร์และหนังสือต่างๆ ที่เจ้าของชื่นชอบ ราวกันตกกรุกระจกฝ้า ส่วนบริเวณท็อปออกแบบให้มีความหนามากพอ เพื่อใช้วางหนังสือต่างๆ ได้

 

ส่วนบททดสอบความสามารถข้อที่สองก็คือการออกแบบบ้านหลังนี้ด้วยตัวเองทั้งหมด เริ่มตั้งแต่การวางแบบแปลน ออกแบบโครงสร้างภายใน และเลือกเฟอร์นิเจอร์

“ผมไม่ได้เป็นสถาปนิก และไม่เคยทำงานโครงสร้างมาก่อน บ้านหลังนี้จึงเป็นที่แรกที่ได้ออกแบบทุกอย่างด้วยตัวเองจริงๆ ที่นี่จึงสะท้อนทุกอย่างที่เป็นตัวผมจริงๆ”

“เวลาทำงานออกแบบให้ลูกค้านั้นต้องใส่ดีไซน์เข้าไปเยอะๆ เพราะลูกค้ามักมีความเชื่อว่าจ่ายเงินแล้วก็ต้องการอะไรที่คุ้มค่ากับราคาที่เสียไป ซึ่งบางครั้งมันฟุ่มเฟือย และทำให้งานดีไซน์ออกมาไม่สวยอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งยังใช้งานได้ไม่คุ้มค่า ผมจึงหลีกเลี่ยงที่จะไม่ทำเช่นนั้นกับบ้านหลังนี้”

ปูเสื่อทาตามิบนพื้นตามสไตล์ญี่ปุ่นที่เจ้าของบ้านชื่นชอบ จัดวางเตียงนอนไม้สี่เสา เมื่อเลื่อนหน้าต่างบานเลื่อนขนาดใหญ่ออกจนสุด จะมองเห็นวิวภายนอกได้เต็มตา
ปูเสื่อทาตามิบนพื้นตามสไตล์ญี่ปุ่นที่เจ้าของบ้านชื่นชอบ จัดวางเตียงนอนไม้สี่เสา เมื่อเลื่อนหน้าต่างบานเลื่อนขนาดใหญ่ออกจนสุด จะมองเห็นวิวภายนอกได้เต็มตา
บริเวณปลายเตียงจัดวางอาร์มแชร์ Replica Eames Lounge Chair ผลงานดีไซน์ของ Charles and Ray Eames ซึ่งเป็นหนึ่งในเฟอร์นิเจอร์ที่เจ้าของบ้านเก็บสะสมไว้ จัดวางคู่กับเดย์เบดไม้หุ้มผ้า ส่วนใต้ฝ้าเพดานทำชั้นวางของเพื่ออำพรางเครื่องปรับอากาศ
บริเวณปลายเตียงจัดวางอาร์มแชร์ Replica Eames Lounge Chair ผลงานดีไซน์ของ Charles and Ray Eames ซึ่งเป็นหนึ่งในเฟอร์นิเจอร์ที่เจ้าของบ้านเก็บสะสมไว้ จัดวางคู่กับเดย์เบดไม้หุ้มผ้า ส่วนใต้ฝ้าเพดานทำชั้นวางของเพื่ออำพรางเครื่องปรับอากาศ

 

จุดเด่นอีกอย่างของที่นี่ คือมีวิวธรรมชาติที่สวยงาม เพื่อให้สอดคล้องกับบรรยากาศธรรมชาติรอบๆ บ้าน เจ้าของบ้านได้เลือกใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติมาตกแต่ง เช่น นำไม้และหินผสมผสานกับเหล็กและกระจก โครงสร้างหลักของบ้านส่วนใหญ่ทำจากเหล็ก เพราะมีน้ำหนักเบา โครงสร้างปูน จึงปลอดภัยกว่าเมื่อต้องปลูกสร้างลงบนพื้นดินที่อ่อนยวบ เนื่องจากพื้นที่มีฝนตกค่อนชุก เขาจึงยกตัวบ้านให้สูงจากพื้น 1 เมตร เพื่อความชื้นจากดินเข้าสู่ตัวบ้าน ส่วนการออกแบบใช้สอยก็เน้นการเปิดมุมมองให้ดูโปร่งโล่ง เลือกกรุกระจกหน้าต่างบานใสในหลายๆ มุมของบ้านโดยเฉพาะทิศตะวันตก

“ผมเลือกใช้ผนังกระจกบริเวณทิศตะวันตกเพราะในฤดูร้อนลมจะพัดมาทางนี้ ทั้งยังมีวิวที่และมีความลึกกว่าด้านทิศตะวันออก เวลาพระอาทิตย์ตกก็แสนมหัศจรรย์ ผมรู้ได้เพราะเกิดและโตที่นี่ครับ”

 มุมนั่งเล่นริมระเบียงใช้ไม้สีธรรมชาติทั้งพื้นและผนัง เมื่อต้องการให้ภายในและภายนอกเชื่อมต่อกันก็สามารถเลื่อน หน้าต่างกระจกและประตูระแนงไม้ออกได้ทั้งสองด้าน ทำกันสาดยาวตลอดแนวเพื่อกรองแสงแดดในเวลากลางวัน

มุมนั่งเล่นริมระเบียงใช้ไม้สีธรรมชาติทั้งพื้นและผนัง เมื่อต้องการให้ภายในและภายนอกเชื่อมต่อกันก็สามารถเลื่อนหน้าต่างกระจกและประตูระแนงไม้ออกได้ทั้งสองด้าน ทำกันสาดยาวตลอดแนวเพื่อกรองแสงแดดในเวลากลางวัน

 

เมื่อถามถึงรายละเอียดการตกแต่งแต่ละส่วนว่ามีที่มาอย่างไร เจ้าของบ้านเล่าว่า “ตอนสร้างบ้าน กรอบหน้าต่างกระจกและประตูระแนงไม้ริมระเบียงเป็นปัญหามากทีเดียว เพราะมีน้ำหนักมากถึงบานละ 250 กิโลกรัม และมีความสูงจรดเพดาน จากขนาดที่ใหญ่นี้จึงไม่มีช่างคนไหนแนะนำให้ติดตั้ง ถึงจะทำได้ก็คงไม่สามารถเลื่อนประตูได้ด้วยตัวคนเดียว แต่ผมมั่นใจว่าทำได้ จึงยืนยันให้ติดตั้งตามเดิม อีกหนึ่งก็คือการใช้วัสดุหลายชนิดมากเกินไป ทำให้มีปัญหาเรื่องการเชื่อมต่อวัสดุแต่ละประเภท เช่นการเชื่อมต่อเหล็กกับไม้ให้เข้ากันนั้นทำได้ค่อนข้างยาก ถ้าทำไม่ดีอาจเกิดปัญหาน้ำรั่วซึม”

ออกแบบมุมรับประทานอาหารให้เชื่อมต่อกับแพนทรี่ จัดวางชุดโต๊ะรับประทานอาหารไม้สีอ่อน ส่วนแพนทรี่กรุด้วยหินสีขาวดูสะอาดตา
ออกแบบมุมรับประทานอาหารให้เชื่อมต่อกับแพนทรี่ จัดวางชุดโต๊ะรับประทานอาหารไม้สีอ่อน ส่วนแพนทรี่กรุด้วยหินสีขาวดูสะอาดตา
กรุกระเบื้องสีครีมที่ผนังและพื้นห้องน้ำ โดดเด่นด้วยอ่างอาบน้ำแบบกึ่งเอ๊าต์ดอร์ สามารถมองเห็นวิวภายนอกได้
กรุกระเบื้องสีครีมที่ผนังและพื้นห้องน้ำ โดดเด่นด้วยอ่างอาบน้ำแบบกึ่งเอ๊าต์ดอร์ สามารถมองเห็นวิวภายนอกได้
 ทางเดินรอบบ้านล้อมรอบ ด้วยกำแพงหินภูเขา กระแทกหน้าสีเทาเข้มสลับกับรั้วไม้ไผ่ ให้ความร่มรื่นและเป็นธรรมชาติ
ทางเดินรอบบ้านล้อมรอบด้วยกำแพงหินภูเขา กระแทกหน้าสีเทาเข้มสลับกับรั้วไม้ไผ่ ให้ความร่มรื่นและเป็นธรรมชาติ
1 ประตูทางเข้าทำจาก โครงเหล็กกรุแผ่นไม้ระแนง สีธรรมชาติ ออกแบบให้มีความสูงมากพอสมควร เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวและกันสายตาจากผู้คนภายนอก
ประตูทางเข้าทำจากโครงเหล็กกรุแผ่นไม้ระแนงสีธรรมชาติ ออกแบบให้มีความสูงมากพอสมควร เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวและกันสายตาจากผู้คนภายนอก

แม้จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตนเองได้หลายอย่าง แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์แบบและมีข้อผิดพลาดอยู่บ้าง ซึ่งเขาก็ยอมรับและรู้สึกสนุกที่จะเรียนรู้ไปพร้อมกับมัน เราหวังว่าจะได้กลับมาเยี่ยมเยือนที่นี่อีกในอนาคตอันใกล้ และคงจะได้เห็นสระว่ายน้ำและทีเฮ้าส์อย่างที่เขาฝันและกำลังจะสร้างอยู่ในตอนนี้…

 


เจ้าของ -ออกแบบ : คุณ Arimin (Mr.Huang ming-ming)
เรื่อง : นวลวรรณ, สุทธิดา
ภาพ : จิระศักดิ์ ทองหยวก, ดำรง ลี้ไวโรจน์

 

บ้านไต้หวันเพิ่มเติม :

CASA & CAFE อบอวลความสุขในบ้านสีขาว

THE GLAMOUR OF CONFLICT – ปะทะความดิบเท่ ด้วยสีสันเจ็บจี๊ด

keyboard_arrow_up