สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด ก่อนไปจิบชาร้อนๆ วัตถุดิบจากยอดดอย ณ บ้านแม่กำปอง จ.เชียงใหม่

1

ปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ถ้าอยากหาสถานที่สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ รับลมหนาวสุดฟินขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ บ้านแม่กำปอง จ.เชียงใหม่ ชุมชนที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันงดงามที่ยังสามารถอยู่ร่วมกับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี ที่มีทั้งสถานที่ท่องเที่ยว กิจกรรมสนุกๆ รวมถึงแลนมาร์คเช็คอินสำหรับผู้ที่รักการถ่ายภาพให้ได้ลั่นชัตเตอร์กันอีกเพียบ ว่าแต่จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ไปดูกันเลย!!

2

พิกัดสถานที่ชื่นใจในวันนี้ บ้านแม่กำปอง ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ซึ่งการเดินทางมาหมู่บ้านแม่กำปองหากตั้งต้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางถนนเจริญเมือง ข้ามสะพานนวรัฐผ่านสถานีรถไฟและเดินทางมาตาม ถนนสันกำแพงสายเก่าอีกประมาณ 30 กิโลเมตร ก็จะพบกับถนนเชียงใหม่-แม่ออน จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายผ่านน้ำพุร้อนสันกำแพง และใช้เส้นทางขึ้นเขามาเรื่อยๆ ประมาณ 20 กิโลเมตรก็จะพบกับหมู่บ้านแม่กำปองแล้วค่ะ

3

4

ถึงแล้วค่ะบ้านแม่กำปองหากมาถึงช่วงเย็นๆ อากาศก็จะเริ่มเย็นสบาย ร้านค้าต่างๆ รวมไปถึงบ้านที่เปิดเป็นโฮมสเตย์เยอะมากค่ะ ซึ่งทุกหลังจะสร้างด้วยไม้ทำให้อบอุ่นน่านอน และกลมกลืนกับธรรมชาติแบบสุดๆ เมื่อมาถึงนักท่องเที่ยวจะได้รับการต้อนรับด้วยบายศรีสู่ขวัญตามแบบฉบับของบ้านแม่กำปองทำให้รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจเป็นอย่างมาก

5

6

7

วิถีชีวิตของชาวแม่กำปองในช่วงเช้าชาวบ้านจะเดินมาทำบุญ ตักบาตรที่วัดคันธาพฤกษา ซึ่งมีวิหารไม้อายุกว่า 80 ปีสร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลังด้านหน้าเป็นไม้แกะสลักลวดลายไว้อย่างโดดเด่นและงดงาม ส่วนหลังคาของวิหารถูกปกคลุมไปด้วยสีเขียวของมอส เฟิร์น และกล้วยไม้ป่า ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

8

อีกหนึ่งจุดแลนด์มาร์กที่สำคัญของบ้านแม่กำปอง คืออุโบสถที่ล้อมรอบด้วยน้ำตก ใช้น้ำเป็นรั้วซึ่งชาวบ้านเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ หากใครต้องการนั่งสมาธิหรือทำจิตใจให้สงบแนะนำที่นี่เลยค่ะ เพราะคุณจะได้ยินแต่เสียงของกระแสน้ำเท่านั้น

9

10

11

และอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดคือน้ำตกแม่กำปอง ซึ่งปกติแล้วนักท่องเที่ยวจะเลือกเดินทางโดยรถแต่วันนี้เราจะใช้เส้นทางลัดที่ระหว่างทางเราจะเห็นพืช ผัก ที่ชาวบ้านปลูกเอาไว้ตามรั้วบ้านและยังจะได้เห็นบ้านไม้สวยๆ ในชุมชนอีกด้วย แถมยังเจอชาวบ้านสานกระติ๊บข้าวเหนียว ตระกร้า สำหรับเป็นของที่ระลึก และยังมีชา กาแฟแท้ๆ จากแม่กำปองไว้ขายนักท่องเที่ยงอีกด้วยค่ะ

12

13

นอกจากน้ำตกแม่กำปองจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแล้ว แหล่งน้ำแห่งนี้ยังใช้ในการอุปโภคบริโภคของชาวบ้านด้วยความที่ป่ามีความอุดมสมบูรณ์ทำให้ที่แห่งนี้มีน้ำไหลตลอดทั้งปีจนสามารถนำไปผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำใช้ในหมู่บ้านได้อีกด้วย

14

15

16

หลังจากเดินเล่นชมความสวยงามและน้ำใสๆ ของน้ำตกแม่กำปองแล้วตอนนี้เรามาอยู่กันที่ ไฟล์ท ออฟ เดอะ กิบบอน ซึ่งมีกิจกรรมท่องเที่ยวแนวแอดเวนเจอร์ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งหนุ่มสาว และชาวต่างชาติ ที่นี่ยังถือเป็นแหล่งสร้างงานและสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน และยังมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ดูแลป่าต้นน้ำของชุมชนอีกด้วย หลังจากเที่ยวกันมาทั้งวันแล้วก็ถึงเวลาอาหารเย็น และพักผ่อนให้พร้อมสำหรับกิจกรรมในวันพรุ่งนี้ค่ะ

17

18

ยามเช้าแบบนี้อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดคือจุดชมวิวกิ่วฝิ่น ซึ่งนอกจากจะได้เห็นทะเลหมอกที่กว้างสุดลูกหูลูกตาแล้ว ยังจะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นอีกด้วย นอกจากจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์และชมวิวสวยๆ แล้วจุดนี้ยังสามารถมองเห็นวิวได้ถึง 3 จังหวัด คือ ลำปาง เชียงใหม่ และเชียงรายนั่นเองค่ะ

19

20

21

หนึ่งกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสามารถทำได้ และยังได้เห็นถึงวิถีชีวิตของชาวแม่กำปองที่ผูกพันธ์กับชาหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าเมี่ยง อุปกรณ์สำคัญในการเก็บใบเมี่ยงมีอยู่ด้วยกัน 2 อย่าง อย่างแรกคือเจ้าอุปกรณ์ที่มีหน้าตาคล้ายๆ เข่งหรือที่ขาวบ้านเรียกกันว่า เบ๊อะหรือแจ๊ก มีไว้สำหรับใส่ใบเมี่ยง และอุปกรณ์สำคัญอีกหนึ่งอย่างคือเล็บซึ่งทำจากใบมีดโกนที่เชื่อมไว้กับปลอกสำหรับสวมนิ้วมือ มีไว้สำหรับตัดใบเมี่ยงซึ่งจะช่วยให้เราตัดใบเมี่ยงได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นค่ะ

22

23

24

จากใบเมี่ยงสดๆ เราจะใช้เวลานึ่งประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง ซึ่งวิธีการที่ดีที่สุดเพื่อทดสอบว่าใบเมี่ยงนั้นใช้ได้แล้วก็คือการดมกลิ่นคือกลิ่นจะไม่ฉุน แต่มีความหอมเข้ามาแทน จากเมี่ยงนึ่งแบบนี้เราจะสามารถนำไปทำให้มีรสชาติเปรี้ยวมากขึ้นได้ด้วยการหมักซึ่งจะต้องเติมน้ำสะอาดแล้วปิดฝาทิ้งเอาไว้อย่างน้อย 1 เดือน จนกลายเป็นเมี่ยงหมัก เคล็ดลับความอร่อยคือต้องกินกับเกลือเม็ดค่ะ

25

เนื่องจากใบเมี่ยงที่เก็บมาในแต่ละปีมีปริมาณสูงทำให้อีกหนึ่งความพยายามในการใช้ใบเมี่ยงให้เกิดประโยชน์ก็คือการนำใบเมี่ยงมาอบแห้งและบรรจุเป็นไส้หมอนจนกลายเป็นหมอนใบชา สิ้นค้าขึ้นชื่ออีกหนึ่งอย่างที่ใครมาก็ต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับไปฝากคนที่บ้านอย่างแน่นอน

26

27

28

เนื่องจากว่าเราจะสามารถพบเห็นต้นเมี่ยงได้แทบจะทุกบ้านของชุมชนทางทีมงานชื่นใจไทยแลนด์จึงจับมือกับกองบรรรณาธิการฝ่ายอาหารและสไตลิสต์ นิตยสาร Health & Cuisine ช่วยกันแปลงโฉมใบเมี่ยงให้กลายเป็นห่อหมกใบเมี่ยง ขนมหวานอย่างเจลลี่ และเครื่องดื่มที่แสนจะชื่นใจอีกด้วย นอกจากจะทำง่ายขึ้น หลากหลายขึ้นแล้วที่สำคัญกินง่าย และกินได้ทุกเพศทุกวัยด้วยค่ะ

30

29

แต่ละสถานที่ ณ บ้านแม่กำปอง นอกจากจะมีความสวยงามและสนุกสนานแล้ว สิ่งหนึ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือการร่วมมือกันของทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านหรือว่าเอกชนที่เข้ามาประกอบกิจการในชุมชน ซึ่งทุกฝ่ายนั้นพยายามร่วมกันรักษาความเป็นแม่กำปองแบบดั้งเดิมไว้ ช่วยกันดูแลในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและวิถีชุมชนซึ่งก็ทำควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวได้อย่างลงตัว และสำหรับที่นี่แล้วความสุขนั้นเป็นสิ่งที่หาได้ง่าย พอๆ กับอากาศที่บริสุทธิ์ที่เราสูดเข้าไปแล้วชื่นใจแบบสุดๆ เลยค่ะ

ติดต่อเยี่ยมชมชุมชน
หมู่บ้านแม่กำปอง โทร. 085-675-4598
FLIGHT OF THE GIBBON โทร.089-970-5511

keyboard_arrow_up