HOUSE H บ้านสีขาวแสนอบอุ่นและอบอวลด้วยความสุข

// อยากให้เวลาเข้ามาแล้วรู้สึกอบอุ่น ได้เห็นเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านที่เรารักใน ” บ้านสีขาว ” แห่งนี้ได้เห็นบรรยากาศต่างๆที่เราวาดฝันเอาไว้ //

เช้าตรู่วันที่อากาศค่อนข้างแปรปรวนในไต้หวัน ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาไม่ขาดสาย หนักบ้างเบาบ้างสลับกันไป ในใจเราคิดว่า อาจจะต้องยกเลิกการเยี่ยมชมบ้านในเกาชุง (Kaohsiung) หลังนี้ไปเสียแล้ว แต่สถาปนิกจาก HAO DESIGN ที่นัดกันไว้กลับไม่ปฏิเสธและรอต้อนรับอยู่อย่างเต็มใจ เราจึงไม่รอช้า มุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางในย่านชูหยิง (Zuoying) ซึ่งเป็นทำเลของ บ้านสีขาว หลังนี้ เมื่อไปถึงเราพบว่า แถบนี้เต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนที่ค่อนข้างเก่า สะท้อนกลิ่นอายสไตล์จีนอย่างเด่นชัด แต่กลับมีบ้านหลังหนึ่งที่สะดุดตาเราตั้งแต่แรกเห็นด้วยโทนสีขาวและรูปทรงดูทันสมัยกว่าบ้านหลังอื่น นั่นคือ House H หรือ Casa & Cafe ที่เรากำลังตามหานั่นเอง

บ้าน สีขาว
ตัวบ้านสะดุดตาด้วยโทนสีขาวและรูปทรงที่ทันสมัยโดดเด่นกว่าอาคารที่อยู่ใกล้เคียง ย้ายบันไดมาอยู่ด้านนอกเพื่อให้พื้นที่ในบ้านดูโปร่งโล่งและเพิ่มพื้นที่ใช้งานได้มากขึ้น ส่วนระเบียงด้านบนดีไซน์ให้มีผนังตัดเฉียงปิดกั้นมุมมองจากภายนอก เพิ่มความเป็นส่วนตัว

 

“เดิมทีก่อนที่จะรีโนเวต บ้านหลังนี้มีสภาพไม่ต่างจากบ้านหลังอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง สิ่งแรกที่คิดคือ จะทำอย่างไรให้บ้านหลังนี้แตกต่าง แต่ลงตัวกับพื้นที่ตรงนี้ได้ เราจึงเลือกใช้โทนสีขาวและออกแบบให้ตัวอาคารมีรูปทรงทันสมัยขึ้น ซึ่งทางเจ้าของบ้านอย่างคุณ Lin Yi Tang ก็ให้อิสระเราเต็มที่ เพียงแค่อยากให้พื้นที่ต่างๆ ในบ้านมีความอบอุ่นและกลมกลืนไปกับเฟอร์นิเจอร์เดิมที่เขามีอยู่ ดังนั้น การเลือกนำไม้มาใช้ก็เป็นอีกหนึ่งวัสดุที่ลงตัวที่สุด เพราะสามารถสร้างบรรยากาศที่ดูอบอุ่นน่าอยู่และเข้ากับสไตล์เฟอร์นิเจอร์ ทั้งยังมีการนำกระจกมาใช้เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติ และเชื่อมพื้นที่จากภายนอกเข้ามาช่วยให้บ้านดูโปร่งขึ้น”

บ้านสีขาว
(ซ้าย) ย้ายบันไดทั้งหมดไปอยู่นอกบ้าน เพราะต้องการเพิ่มพื้นที่ใช้งาน และช่วยให้มุมมองภายในดูโปร่งโล่งขึ้น
(ขวา) ผนังสีขาวสูงเป็นพิเศษเพื่อช่วยบังสายตา รวมถึงทัศนียภาพไม่น่ามองจากบ้านข้างเคียง เพิ่มลูกเล่นด้วยลายริ้วระแนง ยามค่ำคืนเมื่อเปิดไฟที่ติดอยู่ด้านล่างจะทำให้เกิดมิติของแสงเงาที่ดูอบอุ่นสวยงาม

 

เป็นที่รู้กันดีว่าที่ดินในไต้หวันมีราคาค่อนข้างสูง การออกแบบบนเนื้อที่กว่า 33 ตารางเมตรแห่งนี้จึงต้องสมบูรณ์แบบและใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่าที่สุด พื้นที่ทั้งหมดจึงถูกซอยจำนวนชั้นขึ้นมาใหม่ให้ภายในมีทั้งหมดสี่ชั้นสลับกันไปแบบฟันปลา เชื่อมกันด้วยโถงกลางซึ่งเป็นไฮไลท์ของบ้าน และช่องสกายไลท์ด้านบนที่ดึงแสงธรรมชาติให้สะท้อนกับผนังสีขาว ช่วยให้ตัวบ้านดูโปร่งมากขึ้น

พื้นที่ส่วนกลางโปร่งโล่งด้วยสเปซโถงกลางที่สูงต่อเนื่องไปจนถึงชั้นสี่ ถือเป็นไฮไลท์เด่นของบ้านก็ว่าได้ ส่วนบิลท์อินม้านั่งไม้ริมหน้าต่างมาพร้อมกับฟังก์ชั่นช่องลิ้นชักเก็บของ สามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่สังสรรค์ได้เวลามีแขกเยอะๆ
พื้นที่ส่วนกลางโปร่งโล่งด้วยสเปซโถงกลางที่สูงต่อเนื่องไปจนถึงชั้นสี่ ถือเป็นไฮไลท์เด่นของบ้านก็ว่าได้ ส่วนบิลท์อินม้านั่งไม้ริมหน้าต่างมาพร้อมกับฟังก์ชั่นช่องลิ้นชักเก็บของ สามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่สังสรรค์ได้เวลามีแขกเยอะๆ

 

ชั้นหนึ่งออกแบบให้เป็นพื้นที่นั่งเล่นสบายๆ และมุมเคาน์เตอร์ครัวเหมือนคาเฟ่เล็กๆ อันเป็นที่มาของชื่อบ้านและชื่อกิจการส่วนตัวของคุณหลินยี่ถังเอง ถัดเข้าไปเป็นมุมนั่งรับประทานอาหารที่สามารถปรับเปลี่ยนม้านั่งบิลท์อินริมหน้าต่างให้เป็นมุมสังสรรค์กันได้เวลามีเพื่อนๆ แวะเวียนมาหา เรื่อยไปจนถึงชั้นสองซึ่งทำเป็นมุมนั่งเล่นสำหรับใช้พักผ่อนแบบเป็นส่วนตัว เปรียบเสมือนชั้นลอยที่คอยสังเกตการณ์และเชื่อมโยงกิจกรรมต่างๆ ระหว่างชั้นล่างกับชั้นบน ถือเป็นมุมมองสุดพิเศษสำหรับบ้านสีขาวหลังนี้

บ้านสีขาว
ตกแต่งมุมนั่งเล่นด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ให้ความอบอุ่นลงตัวไปกับพื้นไม้ พร้อมเจาะช่องแสงเฉพาะครึ่งล่างของผนัง ทำหน้าที่เชื่อมพื้นที่กับมุมสวนกระถางนอกบ้านได้อย่างเหมาะเจาะ ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวโดยไม่ต้องใช้ผ้าม่าน
เคาน์เตอร์บาร์กลางบ้านปิดผิวลายปูนเปลือยให้ความรู้สึกต่อเนื่องกับพื้น สร้างบรรยากาศแบบคาเฟ่เล็กๆ ด้วยการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไม้ให้ดูอบอุ่นน่าอยู่ แขวนโคมไฟดีไซน์เก๋เน้นพื้นที่นี้ให้ดูโดดเด่นขึ้น
เคาน์เตอร์บาร์กลางบ้านปิดผิวลายปูนเปลือยให้ความรู้สึกต่อเนื่องกับพื้น สร้างบรรยากาศแบบคาเฟ่เล็กๆ ด้วยการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไม้ให้ดูอบอุ่นน่าอยู่ แขวนโคมไฟดีไซน์เก๋เน้นพื้นที่นี้ให้ดูโดดเด่นขึ้น
มุมมองจากชั้นสองสามารถมองเห็นบรรยากาศโดยรวมของบ้านได้ทั้งชั้นล่างและชั้นบนผ่านราวกันตกกระจกใส จึงไม่บดบังทัศนียภาพในการมองเห็น
มุมมองจากชั้นสองสามารถมองเห็นบรรยากาศโดยรวมของบ้านได้ทั้งชั้นล่างและชั้นบนผ่านราวกันตกกระจกใส จึงไม่บดบังทัศนียภาพในการมองเห็น

 

ชั้นสามออกแบบเป็นมุมสำหรับนั่งทำงานและอ่านหนังสือบนพื้นที่ที่กว้างขึ้น ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่เจ้าของบ้านตั้งใจนำมาจัดวางเพื่อสร้างบรรยากาศให้บ้านดูอบอุ่น รวมถึงประตูกระจกใสรอบด้านที่สามารถเปิดออกรับลมและเดินออกไปใช้งานที่ระเบียงด้านนอกได้โดยไม่ต้องห่วงว่าบ้านข้างๆ จะมองเข้ามาเห็น เพราะสถาปนิกได้ดีไซน์ผนังทึบซ้อนอีกชั้นเพื่อช่วยบังสายตา ก่อนจะขึ้นมาพักผ่อนในบริเวณชั้นสี่ที่เป็นมุมห้องนอนเล็กๆ พร้อมห้องน้ำในตัว ตอบโจทย์การใช้งานได้ครบทุกฟังก์ชั่น

ช่องแสงจากสกายไลท์ช่วยให้บ้านดูสว่างท่ามกลางบรรยากาศโทนสีขาว ครอบคลุมถึงมุมทำงานชั้นสาม ซึ่งมีการเปิดรับแสงสว่างผ่านทางบานกระจกใสรอบด้าน ช่วยให้พื้นที่โปร่งโล่งขึ้น
ช่องแสงจากสกายไลท์ช่วยให้บ้านดูสว่างท่ามกลางบรรยากาศโทนสีขาว ครอบคลุมถึงมุมทำงานชั้นสาม ซึ่งมีการเปิดรับแสงสว่างผ่านทางบานกระจกใสรอบด้าน ช่วยให้พื้นที่โปร่งโล่งขึ้น
ออกแบบให้ช่องหน้าต่างสามารถเปิดรับลมและอากาศให้หมุนเวียนเข้าสู่โถงกลางบ้าน
ออกแบบให้ช่องหน้าต่างสามารถเปิดรับลมและอากาศให้หมุนเวียนเข้าสู่โถงกลางบ้าน

 

นอกเหนือจากความแปลกตาจากบ้านหลังอื่นๆ แล้ว บ้านหลังนี้ยังมีความสนุกอะไรหลายๆ อย่างไปพร้อมกับฟังก์ชั่นที่ทันสมัย ทั้งสเปซที่ไม่จำเป็นต้องแบ่งเป็นชั้นเหมือนใครๆ หรือจะเป็นบันไดที่แยกออกมาให้ได้ตื่นเต้นเวลาขึ้นลง ทุกองค์ประกอบล้วนอบอวลไปด้วยความสุขได้ทุกพื้นที่จริงๆ

ลูกตั้งบันไดใส่ดีเทลกระจกใสเพื่อเพิ่มความโปร่งเช่นเดียวกับมุมผนังและราวกันตกในแต่ละชั้น ทำให้บ้านสามารถรับแสงสว่างจากธรรมชาติได้หลายทิศทาง
ลูกตั้งบันไดใส่ดีเทลกระจกใสเพื่อเพิ่มความโปร่งเช่นเดียวกับมุมผนังและราวกันตกในแต่ละชั้น ทำให้บ้านสามารถรับแสงสว่างจากธรรมชาติได้หลายทิศทาง
ห้องน้ำสไตล์มินิมัลออกแบบเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าด้วยไม้ เข้ากันดีกับกระจกเงาขอบไม้รูปทรงฟรีฟอร์มและโคมไฟแสงนุ่มนวลที่อยู่ข้างๆ
ห้องน้ำสไตล์มินิมัลออกแบบเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าด้วยไม้ เข้ากันดีกับกระจกเงาขอบไม้รูปทรงฟรีฟอร์มและโคมไฟแสงนุ่มนวลที่อยู่ข้างๆ

 


เจ้าของ : Lin Yi Tang
ออกแบบ : HAO Design www.facebook.com/IvanHouseDesign
เรื่อง : Gobbi Jirawat
ภาพ : ศุภกร
คอลัมน์ : room to room
room magazine : No.162 August 2016

 

รวมบ้านสีขาว เรียบง่าย น่าอยู่และอบอุ่น

keyboard_arrow_up