ไกวเปลเล่นลม

                  บ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนเขาเตี้ยๆทางตอนใต้ของเกาะสมุย ที่นี่มีกลุ่มบ้านประมาณยี่สิบกว่าหลัง เจ้าของส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่หนีอากาศหนาวเย็นมารับลมชายทะเลเฉพาะช่วงหนึ่งของปี บ้านส่วนใหญ่จึงเปิดให้เช่าพักได้เวลาเจ้าของกลับไปบ้านที่ต่างประเทศ
                  เดิมที่นี่คือ “นากาลายา” (Nagalaya) แต่ปัจจุบันทุกคนพร้อมใจกันเปลี่ยนชื่อเป็น “ศานติคีรี” (Santikhiri) ซึ่งดูรับกับภูมิประเทศมาก เนื่องจากลักษณะของพื้นที่ทำให้การผนวกโขดหินเข้าเป็นส่วนหนึ่งของผนัง กำแพง หรือโครงสร้างของบ้านไม่ใช่สิ่งแปลกตา แต่กลับได้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ และทำให้บ้านแต่ละหลังมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกัน
                 เจ้าของบ้านหลังนี้คือ Mr. Anthony and Mrs. Marie-Laure Aris เล่าว่า “ที่ดินผืนนี้มีต้นมะม่วงป่า 2 ต้น ขึ้นอยู่ในทิศที่มองเห็นทะเลด้านล่าง เหมาะที่จะวางตัวบ้านด้านหน้าไว้ตรงต้นมะม่วงคู่นี้ เราให้สร้างระเบียงไม้กว้างใหญ่ โดยปล่อยให้มะม่วงเติบโตได้อิสระ ต้นไม้ที่ขึ้นเองอยู่ก่อนบนพื้นที่เขาเหล่านี้แข็งแรงและไม่ต้องดูแลมาก ให้ร่มเงา เราพยายามเก็บต้นไม้ไว้ทั้งหมด”
                 แม้มะม่วง 2 ต้นนี้ไม่ค่อยติดผลเพราะอายุมาก แต่ให้ความร่มรื่นได้ดี เหมาะกับการผูกเปลญวนไว้ใต้พุ่มใบ เดิม คุณแอนโทนี่ ผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์เซรินเดีย (Serindia) ซึ่งปัจจุบันขายต่อกิจการไปแล้ว ตั้งชื่อบ้านว่า “บ้านมะม่วง” แต่ในที่สุดก็เรียกว่า “The Hammock Villa” หรือเรือนเปลญวนแทน เพราะใครๆก็ชอบมานอนแกว่งเปลญวนใต้ร่มไม้ รับลมทะเลที่พัดตึงทั้งวัน
                 คุณมารี ภรรยาคุณแอนโทนี่ ยังชอบมาฝึกโยคะตรงระเบียงกว้างนี้ทุกวันอีกด้วย เวลาที่เธอมาสมุยบางทีก็ไปช่วยสอนโยคะตามโรงแรมและสปาต่างๆ
                 “เราชอบต้นไม้และธรรมชาติ อากาศดีๆทำให้ร่างกายแข็งแรง ว่างๆฉันก็วาดรูปสีน้ำเพลินๆ”
                  เธอพาเราไปดูมุมอาบน้ำในสวนที่เจาะติดตั้งฝักบัวและท่อน้ำที่หุ้มด้วยไม้ไผ่ตรงก้อนหินใหญ่ใต้ต้นไม้ในสวน เป็นไม้พื้นเมืองที่เราไม่รู้จัก แต่ลูกของมันดูแปลกตา เพราะมีเนื้อในฟูๆนุ่มๆเหมือนฟองน้ำสีชมพูหล่นร่วงอยู่ทั่วไป ไม่น่าจะรับประทานได้ เนื่องจากมีกลิ่นแปลกๆเหมือนสารเคมี รวมทั้งไม่เห็นมีรอยนกจิกหรือแมลงเจาะ แต่ก็ดีใจที่เจ้าของบ้านไม่ตัดทิ้งไป เพราะไม่น่าจะหาดูได้ง่ายๆ
                  ส่วนการตกแต่งบ้านหลังนี้ เจ้าของเน้นความเรียบง่าย สบายๆ ใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ หวาย และไม้ไผ่ โซฟายาวติดผนังในห้องนั่งเล่นก่อด้วยปูน เวลานั่งก็เย็นสบายดี แต่เติมความสดชื่นด้วยเบาะและหมอนอิงสีแดงก่ำ ส่วนห้องนอนใหญ่อยู่ชั้นสอง ประตูและผนังกระจกทำให้เห็นทิวทัศน์และต้นไม้โดยรอบ ห้องนอนแขกอยู่ชั้นล่างดูคล้ายห้องใต้ดิน แม้ไม่เห็นทิวทัศน์รอบด้าน แต่มีความร่มเย็นเหมือนถ้ำ ทำให้หลับสบาย
                  ห้องน้ำห้องหนึ่งสร้างอยู่ด้านนอกติดกับสวน มีบรรยากาศค่อนข้างโปร่งสบาย อากาศถ่ายเทได้ดี ผนังด้านหนึ่งทำเป็นบานเลื่อนไม้ ห้องน้ำชั้นล่างอีกห้องทำเพดานกรุกระเบื้องใส กรองแสงด้วยแผ่นไม้ตีโปร่งๆ
                  การได้อยู่เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ทำให้ร่างกายและจิตใจได้รับพลังชีวิตที่สมดุล บ้านหลังนี้เป็นอีกตัวอย่างที่ออกแบบให้อากาศถ่ายเทได้ดี เลือกตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติ โดยพยายามไม่รบกวนสภาพแวดล้อมรอบๆ ทำให้บ้านมีคุณค่าและน่าอยู่ ช่วยให้เจ้าของบ้านผ่อนคลายและลดความตึงเครียดได้เป็นอย่างดี

มัญชุสา
ฤทธิรงค์ จันทองสุข

keyboard_arrow_up