Think of books

ถ้าคนไทยจะติดการอ่านหนังสือได้เหมือนเวลาติดเกมส์โปเกม่อนโกได้ก็คงดีสินะ ลองนึกภาพหนุ่มสาววัยรุ่นชาวไทยเดินถือหนังสือเล่มเล็กอ่านติดมือชนิดวางกันไม่ลง ไม่ว่าจะนั่งรถเมล์ ขึ้นรถไฟฟ้า เดินตามตรอกซอกซอย หรืออยู่ในร้านกาแฟ น่าจะเป็นภาพที่น่าเอ็นดูทีเดียวค่ะ

B2S3

แม้ในความจริงคนไทยจะอ่านหนังสือกันน้อยลงมาก แต่ก็แอบแปลกใจอยู่เหมือนกันที่เวลามีการจัดงานมหกรรมหนังสือเมื่อไหร่ ก็เห็นฝูงชนคนไทยเข้าไปเบียดเสียด หอบลูกจูงหลานมาซื้อหนังสือกันให้แน่นทุกครั้ง อย่างล่าสุดที่งาน  Big Bad Wolf Books Bangkok ที่เพิ่งมาถึงเมืองไทยเป็นครั้งแรกพร้อมแรงจูงใจด้วยการลดราคาอย่างกระหน่ำ ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ กระตุ้นเหล่านักอ่านที่ซ่อนตัวอยู่ให้ออกมาล่าหนังสือที่รัก ชนิดที่มาช้าก็เหลือทางเลือกให้น้อยลง ไม่ก็หมดแล้วหมดเลย เห็นความคลั่งไคล้แบบนี้แล้วก็ดีใจ แต่อดสงสัยไม่ได้ว่าหนังสือเหล่านั้นหายไปไหนกันหนอ ผู้คนได้หยิบมาอ่านหลังจากจ่ายเงินซื้อไปแล้วกันมั้ย หรือว่าซื้อไปเพื่อจัดวางเรียงไว้เท่ๆ บนชั้นหนังสือในบ้านกันแน่

แต่ต่อให้ซื้อไปเรียงเป็นของตกแต่งชั้นหนังสือก็ตามที นั่นทำให้เห็นว่าหนังสือเล่มที่หยิบจับพลิกไปพลิกมาได้จริงนั้นยังมีคุณค่าอยู่ และคนที่อ่านหนังสือเล่มเหล่านี้ ดูยังไงก็ยังมีเสน่ห์กว่าคนที่หยิบสมาร์ทโฟนมาอ่านแม้ว่าจะเป็นการอ่านเหมือนกันก็ตาม แต่คงเทียบไม่ได้กับความลุ่มลึกของข้อมูลขนาดยาว ความสนุกจากการได้เปิดอ่านทีละหน้า และคั่นเก็บไว้เมื่อหยุดพัก แถมไปนั่งอ่านที่ไหนก็ไม่มีใครตำหนิ ซ้ำยังดูดีกว่านั่งก้มหน้าตาเลื่อนข้อความจากสมาร์ทโฟนเสียอีก

B2S2

นอกจากมหกรรมหนังสือแล้ว ล่าสุด ร้านหนังสือบีทูเอส ยังลุกขึ้นมาสวนกระแสการถั่งโถมจากโลกดิจิตอล ด้วยการลงทุนงบประมาณถึง 400 ล้านบาทเพื่อปรับรูปแบบร้านหนังสือเดิมๆ ให้กลายเป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ โดยขนทัพหนังสือทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษกว่าแสนเล่มเข้ามาขาย ตั้งแต่หมวดTravel,Lesisure,Craft,Smart,Wisdom,Fiction,Cookery,entertainment,Art&Design,Study,Work และ Family จัดวางเรียงเป็นภูเขาชั้นหนังสือหรือ Book Terraces  เต็มผนังชนิดที่เห็นแล้วก็ต้องร้องโอ้โห

เติมด้วยพื้นที่ส่วนไลฟ์สไตล์สำหรับคนหนุ่มสาว มุมเสริมทักษะเด็กๆ และสร้างความเพลิดเพลินให้คนที่ยกกันมาเป็นครอบครัว ยังมีแหล่งรวมสุดยอดอุปกรณ์เครื่องเขียนและทำงานศิลปะให้กับบรรดาศิลปิน มุมเครื่องเสียงและหนังที่ผสมความชอบระหว่างกลุ่มสาวกดิจิตอลกับสินค้าระดับไฮเอนด์จากเครื่องเสียงแบรนด์ B&O และกลุ่มผู้หลงรักเครื่องเล่นเพลงแนวอนาล็อกด้วยเครื่องเล่นแผ่นเสียงไวนิลที่หาฟังยากในยุคปัจจุบัน

ส่วนที่ต้องมีสำหรับคนยุคนี้ก็คือ Co-Working Space และคาเฟ่เก๋ๆ ให้เหล่าฟรีแลนซ์ชักขวนกันมานั่งทำงาน เปิดออฟฟิศย่อมๆ ของตัวเอง หรือนัดประชุมย่อยในสถานที่ซึ่งแวดล้อมไปด้วยแรงบันดาลใจอันหลากหลาย โดยมีคาเฟ่ที่พร้อมเสิร์ฟด้วยเมนูคาวหวานเพื่อเติมพลังท้องไปต่อยอดพลังสมองได้ทันที

B2S

ลงทุนสร้างสรรค์พื้นที่ทั้งหมดร่วม 3,000 ตารางเมตรขนาดนี้ เรียกลูกค้าได้ถึงวันละ 5,000-6,000 คนต่อวัน ต่อให้ไม่เข้ามาซื้อมาอ่านหนังสือ แต่ก็ยังเข้ามานั่งเล่นอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของแหล่งความรู้รอบตัว และถ้าลองใช้เวลาอยู่ที่นี่นานสักหน่อย คุณก็อาจเริ่มขยับตัวไปเปิดหนังสือที่วางอยู่บนชั้นใกล้ตัวเข้าบ้าง เผลอๆ อาจติดใจข้อมูลที่มีอยู่มากมายภายในเล่ม และรู้สึกตัวอีกทีก็จ่ายเงินซื้อหนังสือเล่มนั้นกลับมาอ่านต่อที่บ้านเข้าแล้ว