Home + Work = Home บ้าน – งาน…ที่เดียวกัน

Home + Work = Home บ้าน – งาน…ที่เดียวกัน

 

ยอมรับว่าน้อยครั้งที่มีโอกาสเดินทางไปเมืองสุรินทร์ ส่วนใหญ่เป็นเพียงทางผ่านไปจังหวัดอื่นๆ แต่การเดินทางครั้งนี้เรามาเพื่อเยี่ยมชมบ้านสวยของครอบครัว เกียรติอาภาเดช ซึ่งปลูกบ้านที่มีพื้นที่เพียงไม่กี่ร้อยตารางเมตรสำหรับการพักผ่อนที่เป็นส่วนตัว โดยอยู่ในบริเวณใกล้กับโรงสีข้าวขนาดนับพันตารางเมตรอันเป็นกิจการของครอบครัว 

ทีมงานมาถึงบ้านหลังนี้ในช่วงบ่ายๆ และพบกับ คุณบุญชัย เกียรติอาภาเดช เจ้าของโรงสีไฟสุรินทร์เกียรติอาภาเดช และเจ้าของบ้าน ซึ่งพาเดินชมบ้านอย่างเป็นกันเอง คุณบุญชัยเล่าว่าบริเวณนี้เคยเป็นพื้นที่ว่างในเขตโรงสี เขามองหาตำแหน่งที่ปลอดภัยจากเศษฝุ่นที่มาจากโรงสีให้มากที่สุด เพื่อปลูกบ้านที่ให้ความรู้สึกสบาย หลังเหนื่อยล้าจากการทำงานในแต่ละวัน

บ้านหลังนี้ออกแบบงานสถาปัตยกรรม ตกแต่งภายใน และจัดสวนโดย Tectonics Design Consultants Ltd. ซึ่งวางคอนเซ็ปต์ให้ภายนอกของบ้านดูสวยงามจากทุกมุมมอง เน้นการใช้วัสดุที่เรียบเกลี้ยง ดูแลง่าย และคุ้มค่าในระยะยาว รวมถึงออกแบบการใช้พื้นที่ภายใน ภายนอก และสวนได้อย่างต่อเนื่องเสมือนเป็นส่วนเดียวกัน ทั้งยังพยายามรักษาต้นไม้เดิมให้เป็นส่วนหนึ่งของบ้าน

ตัวบ้านสองชั้นขนาดไม่ใหญ่นักเมื่อเทียบกับพื้นที่ทั้งหมด โดยหันหน้าขนานไปกับถนนใหญ่ซึ่งอยู่ด้านทิศตะวันออก ส่วนด้านหลังเปิดพื้นที่เป็นสวนและศาลา การออกแบบพื้นที่ภายในเน้นมุมมองให้เห็นสวนสวยๆด้านหลังบ้านที่ร่มรื่นและเป็นส่วนตัว โดยมองเห็นได้จากแทบทุกห้องของบ้าน เช่น ห้องรับแขก ห้องทำงาน ห้องรับประทานอาหาร และแพนทรี่ ส่วนชั้นบนแบ่งเป็นห้องนอนใหญ่และห้องนอนลูกสาว

ระหว่างที่เดินชมรอบๆบ้าน เราสังเกตเห็นต้นไม้น้อยใหญ่มากมาย จนไปหยุดสายตาอยู่ที่สะเดาและมะขามต้นใหญ่ คุณบุญชัยเล่าว่า “ต้นมะขามและสะเดาอยู่คู่กันมาร้อยกว่าปีแล้ว ถมพื้นไม่ได้เลย ต้องทำเป็นบ่อซีเมนต์ล้อมไว้ ไม่อย่างนั้นต้นไม้อาจไม่รอด” ภายในสวนนอกจากปลูกไม้ใบและทำงานฮาร์ดสเคปที่เน้นแนวแกนของเรขาคณิตในแบบโมเดิร์นแล้ว ก็ยังปลูกไม้ดอกด้วย เช่น พญาเสือโคร่ง กันเกรา รวมถึงต้นที่ออกดอกให้นำมาไหว้พระได้ เช่น จำปี จำปา ช่วยให้พื้นที่รอบบ้านดูสดชื่น และเห็นดอกไม้สวยๆอวดความงามให้ชื่นชมไปตามฤดูกาล

แม้ว่าบ้านหลังนี้จะผ่านฤดูร้อนและหนาวมาสองสามครั้งแล้ว แต่ตัวบ้านยังคงสวยสมบูรณ์เหมือนเพิ่งเสร็จไม่นาน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการออกแบบที่เลือกใช้วัสดุและคิดถึงรายละเอียดต่างๆเป็นอย่างดี รวมถึงการเอาใจใส่ของเจ้าของบ้าน นี่จึงเป็นอีกตัวอย่างที่ดีของการออกแบบบ้านที่อยู่ที่เดียวกับที่ทำงานได้อย่างน่าอยู่และน่าสบาย

Design Details  

A. มือจับไม้กับประตูกระจก ส่วนใหญ่แล้วมือจับสำเร็จรูปที่ติดกับประตูกระจกมักเป็นสเตนเลส ซึ่งให้อารมณ์เหมือนสำนักงานมากกว่าบ้าน ผู้ออกแบบจึงเลือกใช้มือจับไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น โดยสั่งทำเป็นพิเศษ ระหว่างการติดตั้งควรคำนึงถึงตำแหน่งการเจาะรู เพื่อยึดมือจับกับประตูกระจกให้ตรงกัน ป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น
B. ผนังลายไม้สับหว่าง ลดความน่าเบื่อของผนังผืนใหญ่ด้วยการกรุแผ่นลามิเนตบนแผ่นไม้อัดหรือแผ่นเอ็มดีเอฟ หนาประมาณ 6-10 มิลลิเมตร โดยวางเป็นแพตเทิร์นแบบเว้นร่องสับหว่างกัน
C. ผนังระแนงไม้สองชั้น เหมาะกับห้องที่ต้องการบังสายตาจากภายนอก แต่ยังเปิดรับแสงสว่างและถ่ายเทอากาศได้ดี โดยเฉพาะในห้องน้ำหรือครัว เลือกใช้ไม้จริงหรือวัสดุสังเคราะห์ที่ทนแดดทนฝนได้ดีอย่างแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์หรือแผ่นไม้สังเคราะห์ ตีปิดเว้นช่องว่างเป็นแนวเท่าๆกัน แต่วางระยะให้เหลื่อมกันระหว่างแผงหน้ากับแผงหลัง เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้และช่วยกรองสายตาด้วยในตัว
D. ตู้รองเท้าหายใจได้ หากไม่ต้องการโชว์รองเท้าในตู้ บริเวณหน้าบานตู้อาจเจาะช่องเล็กๆ โดยเว้นช่องไฟให้เท่ากัน ดูเป็นแพตเทิร์น ก็ช่วยระบายกลิ่นอับและยังปิดบังสิ่งที่อยู่ภายในได้อีกด้วย
E. อยู่ด้วยกันได้ หากต้องการสร้างบ้านในบริเวณที่มีต้นไม้ใหญ่ แล้วต้องถมดินสูงด้วย สิ่งที่ต้องระวังคือห้ามถมดินบริเวณใต้ต้นไม้ เนื่องจากจะทำให้รากต้นไม้ขาดอากาศหายใจ และระหว่างการก่อสร้างก็อย่าให้เกิดการกระทบกระเทือน เพราะอาจทำให้ต้นไม้ตายได้ บ้านหลังนี้แก้ปัญหาโดยออกแบบบ่อซีเมนต์ไว้รอบโคนต้นไม้ ให้ครอบคลุมขนาดทรงพุ่ม แล้วจึงถมดินด้านนอกบ่อให้สูงตามระดับที่ต้องการ จากนั้นจึงวางโครงสร้างสำหรับปูพื้นไม้ทับให้อยู่ระดับเดียวกับพื้นที่ถมใหม่ เป็นการเก็บต้นไม้เก่าแก่ในที่ดิน แถมบริเวณใต้ต้นไม้ก็กลายเป็นลานที่ใช้ประโยชน์ได้
F. ผนังโปร่งแสง ส่วนซักล้างด้านนอกอาคารซึ่งเชื่อมต่อไปยังห้องแม่บ้าน แทนที่จะทำผนังทึบตันก็ใช้ผนังบล็อกแก้วแทน นอกจากช่วยให้พื้นที่ดูเป็นสัดส่วนขึ้นแล้ว ยังทำให้บริเวณนี้ไม่อุดอู้และมีแสงสว่างพอเหมาะแก่การใช้งานอีกด้วย
G. บันไดเหล็กและไม้ โครงบันไดเป็นเหล็กแผ่นเดียว ส่วนลูกนอนใช้แผ่นเหล็กเชื่อมต่อกับโครงบันได แล้ววางแผ่นไม้เซาะร่องเป็นรูปตัวยู (U) ทับบนเหล็กอีกที ดูเผินๆจากด้านบนจะนึกว่าเป็นบันไดไม้เพียงอย่างเดียว วิธีนี้จะช่วยให้บันไดแข็งแรงมากขึ้น

แปลน

ชั้นล่าง ชั้นบน
1. ทางเข้า
2. ห้องพักผ่อน
3. ห้องทำงาน
4. ห้องรับประทานอาหาร
5. แพนทรี่
6. ห้องน้ำ
7. ฟิตเนสและสปา
8. ระเบียง
9. ห้องเก็บของ
10. ตู้เก็บรองเท้าและตู้ไฟฟ้า
11. ครัวไทย
12. ส่วนซักล้าง
13. ห้องแม่บ้าน
14. ห้องน้ำและส่วนแต่งตัว
15. ห้องนอน
16. ห้องพระและห้องบรรพบุรุษ

 

เรื่องโดย : รนภา นิตย์
ภาพโดย : สิทธิศักดิ์ น้ำคำ

keyboard_arrow_up