สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ ดื่มด่ำกับธรรมชาติ ณ หมู่บ้านพรสวรรค์ ต.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว

1

2

3

ชื่นใจไทยแลนด์วันนี้พาทุกท่านไปกินลม ชมวิถีชีวิตแบบบ้านๆ ณ ต.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว ซึ่งพื้นที่ตรงนี้เรียกกันว่าเป็นชายแดนเบื้องบูรพา นอกจากจะมีปรากฏการณ์ธรรมชาติจากค้างคาวนับล้านๆ ตัว ที่น่าชื่นชมแล้วยังมีชุมชนตัวอย่างของชาวบ้านให้ได้สัมผัสวิถีชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ พร้อมกับเปิดประสบการณ์การรีดนมวัวแบบใกล้ชิดในทุกๆ ขั้นตอน ก่อนที่จะแวะซื้อผ้าข้าวม้าสินค้าประจำชุมชน รับรองว่าใครได้มาเที่ยวที่นี่ต้องกลับไปพร้อมรอยยิ้มอย่างแน่นอน

4

5

6

จุดแรกที่เราจะพาไปเยี่ยมชมคือสวนรุกาติ เขาฉกรรจ์ ที่นี่ทำให้รู้สึกไม่เหงาเนื่องจากมีเพื่อนๆ ฝูงลิงแสม ร่วม 2,000 ตัวมาให้การต้อนรับ เขาฉกรรจ์เป็นเขาหินปูนมีทั้งหมด 3 ลูก สูง 240เมตร ถือว่าเป็นเขาหินปูนบนเส้นทาง 317 ลูกเดียวที่ตั้งตระหง่าน ซึ่งเต็มไปด้วยถ้ำทั้งหมด 72 ถ้ำ เมื่อเดินตามบรรไดทางขึ้นเขาฉกรรจ์มาเรื่อยๆ จะพบกับรอยพระพุทธบาทจำลองไว้ให้สักการะเพื่อเป็นศิริมงคลอีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์โดยรอบเมืองได้อย่างชัดเจน

7

8

ไฮไลท์ที่สุดในของเขาฉกรรจ์คือถ้ำทะลุ คือจุดที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองได้ทั้งสองฝั่ง เรียกได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่ง

9

10

ยามพระอาทิตย์ตกดินพื้นที่ตรงเขาฉกรรจ์จะมีปรากฏการณ์ธรรมชาติจากฝูงค้างคาวนับล้านๆ ตัว ที่บินออกมาจากถ้ำเพื่อหากินตอนกลางคืน สร้างความตื่นตาตื่นใจได้ไม่น้อย เรียกได้ว่าพื้นที่บริเวณนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์มากเลยทีเดียว

11

12

พิกัดการเดินทางก็ไม่ยากค่ะ ซึ่งเดินทางจากกรุงเทพใช้เวลาเพียง 3-4 ชั่วโมงเท่านั้น และอยู่ห่างจากอำเภอเมืองสระแก้วเพียง 16 กิโลเมตร จากสามแยกสระแก้วมุ่งหน้าไปตามทางหลวง 317 จะได้พบกับภูเขาหินปูนขนาดใหญ่อยู่ทางด้านซ้ายมือ ขับเลยไปซักพักก็จะพบทางให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 250 เมตร ก็จะมาถึงทางขึ้นเขาฉกรรจ์ จากเขาฉกรรจ์ขับรถไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จะเจอร้านกาแฟที่ชื่อ My Style อยู่ทางซ้ายมือให้เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก็จะเจอทางเข้าหมู่บ้านพรสวรรค์ซึ่งเป็นจุดหมายของเราในครั้งนี้ค่ะ

13

เมื่อเข้าไปถึงหมู่บ้าน ชาวบ้านจะจัดเตรียมการต้อนรับไว้รออย่างยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัย รอยยิ้ม อ้อมกอด และการแสดงพื้นบ้านชุดใหญ่ เรียกได้ว่าชื่นใจอย่างแน่นอน

14

15

16

17

สิ่งแรกที่จะพาไปเยี่ยมชมเป็นศูนย์เรียนรู้การทอผ้า ซึ่งเป็นศูนย์หลักในการรวมหัวใจของคนในหมู่บ้านนี้ ซึ่งที่นี่จะได้เห็นผ้าขาวม้าหลากสีสีน หลากลวดลายเป็นของดีประจำชุมชน แต่ความพิเศษของผ้าขาวม้าที่นี่คือการเอาด้ายปกเสื้อที่เหลือใช้จากโรงงานมาใช้ ซึ่งมีความแตกต่างจากด้ายอื่นๆ คือทั้งถูกและดีค่ะ

18

19

จากนั้นลองเปลี่ยนบรรยากาศมาแวะเดินเที่ยวชมหมู่บ้านพรสวรรค์ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ธรรมชาติที่งดงาม แถมชุมชนแห่งนี้ยังเป็นชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงที่นอกจากทำการเกษตรแล้ว ยังมีการทอผ้า จักรสาน และเลี้ยงสัตว์เป็นรายได้เสริมอีกด้วย

20

21

22

ส่วนวิถีชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ที่ว่าก็ต้องเยี่ยมชมบ้านของลุงแสงกันเลยค่ะ เพราะลุงแสงเป็นต้นแบบอินดี้ตัวพ่อของจริง เมื่อเข้ามาที่บ้านลุงแสงจะพบทั้งการเลี้ยงสัตว์ เพาะปลูก เรียกได้ว่าเป็นการใช้ชีวิตพอเพียแบบครบวงจรกันเลยค่ะ

22

23

24

สิ่งแรกที่ลุงแสงพาเราไปชมคือการเลี้ยงจิ้งหรีด แถมลุงแสงยังเล่าให้ฟังอีกว่าเสียงของจิ้งหรีดที่เรามักจะได้ยินเป็นเสียงร้องของจิ้งหรีดตัวผู้เท่านั้น ซึ่งพ่อหนุ่มจิ้งหรีดจะใช้ปีกคู่หน้า กรีดปีดเพื่อให้เกิดเสียงร้องเรียกตัวเมียให้เข้ามาหา หลังจากที่จับคู่ผสมพันธุ์แล้วตัวเมียจะเริ่มวางไข่ซึ่งจะใช้เวลาฟักเป็นตัวอ่อน 7-10 วัน และจะใช้เวลาประมาณ 45 วันในการเติบโตเจริญเต็มวัย จากนั้นก็พร้อมส่งขายแล้วค่ะ สำหรับไข่จิ้งหรีดจะถูกฝังลงดินมีลักษณะเรียวยาวคล้ายเม็ดข้าว สีเหลืองๆ ซึ่งครั้งหนึ่งจะได้ไข่ประมาณ 100-200ฟองเลยทีเดียว

25

26

จากโซนแมลงเราก็ย้ายไปดูสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอย่าง “กบ” กันบ้าง ลูกกบที่มีอายุ 60 วันขนาดเท่าหัวแม่มือลุงแสงขายอยู่ตัวละ 3 บาทเท่านั้น นอกจากจะส่งลูกกบขายแล้ว ยังส่งขายทั้งพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์อีกด้วย ซึ่งขอบอว่าตัวใหญ่มากๆ ลุงแสงยังแอบกระซิบมาอีกว่าการเลี้ยงกบสร้างรายได้ให้ลุงแสงไม่น้อยเลยค่ะ และนี่ก็คือตัวอย่างวิถีพอเพียงแบบลุงแสง แห่งบ้านพรสวรรค์ กับไลฟ์สไตล์ง่ายๆ แต่ว่ามีความสุขกับชีวิตได้ทุกวัน แถมยังมีอาหารทั้งหน้าบ้าน หลังบ้าน และในท้องถิ่นให้ได้เก็บกินกันโดยไม่ต้องเสียเงินอีกด้วย

27

28

จากนั้นเราก็ไปพบกับน้องญาญ่าที่ฟาร์มโคนมปกรณ์ฟาร์ม ซึ่งน้องญาญ่านั่นก็คือเจ้าวัวนั่นเอง วัวแต่ละตัวจะมีชื่อที่แตกต่างกัน และที่พิเศษสุดๆ คือถ้าเรียกชื่อน้องวัวตัวไหน น้องวัวตัวนั้นก็จะเดินเข้ามาหาเราตามเสียงเรียกเลยค่ะ

29

30

ไหนๆ เข้ามาถึงฟาร์มแล้วเราก็ต้องลองรีดนมวัวกันซักหน่อย ก่อนอื่นก็ต้องให้น้องวัวกินอาหารก่อน และอาบน้ำให้สะอาดพร้อมสำหรับการรีดนม ส่วนกรรมวิธีการรีดนมวัวด้วยมือก็ไม่ยาก ใช้นิ้วค่อยๆ ไล่จากเต้านมวัวข้างบนลงมาที่บริเวณหัวนม จากนั้นก็ใช้นิ้วกลาง นิ้วนาง นิ้วก้อย ดึงรีดนมออกมา

31

32

ฟาร์มแห่งนี้จะมีการรีดนมวันละสองรอบ โดยในแต่ละวันจะได้น้ำนมมากถึง 400ลิตร และน้ำนมเหล่านี้จะถูกส่งไปตรวจสอบคุณภาพที่สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็นทุกวัน เพื่อผลิตเป็นนม UHT และพาสเจอร์ไรต์ เป็นนมโรงเรียนส่งไปในจังหวัดสระแก้ว และจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์นมตราวังน้ำเย็น ให้เด็กๆ ได้อร่อยกันทุกวัน

33

34

35

ก่อนกลับอย่าลืมแวะช็อปปิ้งผ้าขาวม้าซึ่งเป็นสินค้าประจำชุมชน ที่ทีมงานชื่นใจไทยแลนด์ยังร่วมมือกับทีมงานนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์จาก MOBELLA ร่วมกันออกแบบเปลี่ยนจากผ้าขาวม้าธรรมดาให้กลายเป็นเบาะรองนั่งจากผ้าขาวม้า ที่ช่วยสร้างมิติใหม่ให้กับผ้าขาวม้าของไทยและช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าได้อีกด้วย แถมทีมงานยังทำ เก้าอี้เบาะนั่ง Bean bag ลายผ้าขาวม้าซึ่งมีความพิเศษตรงที่รูปทรงมีลักษณะคล้ายเขาฉกรรจ์ เพื่อเป็น Bean bag ของที่นี่โดยเฉพาะ สร้างความชื่นใจให้กับชาวบ้านได้ไม่น้อย

36

1

ประทับใจกันแบบสุดๆ ทั้งได้เที่ยวสถานที่ธรรมชาติ วิถีชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ กิจกรมสนุกๆ และการต้อนรับอันแสนอบอุ่น แถมยังได้เห็นคนในชุมชนมีความเข้มแข็งปรองดองกันให้เราได้อิจฉา ซึ่งนี่แหละคือพรจากสวรรค์อันแท้จริง ณ หมู่บ้านพรสวรรค์ ต.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จากอมรินทร์ทีวี ร่วมกับโครงการพลังประชารัฐและไทยเบฟเวอเรจ
ขอบคุณภาพสวยๆ จากรายการชื่นใจไทยแลนด์ ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา  21:30 น. ช่อง 34 อมรินทร์ทีวี
ติดต่อเยี่ยมชมชุมชน

กลุ่มทอผ้าบ้านพรวรรค์ โทร. 086-122-2830
ฟาร์มโคนมปกรณ์ฟาร์ม โทร.089-021-8686

keyboard_arrow_up