รื่นรมย์ร้านน่านั่ง ในวันหยุดสงกรานต์

รื่นรมย์ร้านน่านั่ง ในวันหยุดสงกรานต์

กลายเป็นประเพณีไปซะแล้วเมื่อถึงเดือนเมษายน เราจะนำเสนอ room directory ที่รวบรวมร้านอาหารน่านั่งสำหรับครอบครัว โดยเฉพาะร้านอาหารที่เปิดให้บริการในช่วงวันหยุดยาวอย่างวันสงกรานต์ เพื่อให้ชาว room ที่ไม่ได้เดินทางกลับต่างจังหวัดได้พาครอบครัวไปฉลองวันปีใหม่ไทยด้วยกัน

ในปีนี้เราก็ได้รวบรวมร้านอาหารและคาเฟ่กว่า 10 ร้านมาฝากชาว room เช่นเดิม ไปติดตามกันว่าร้านอาหารในปีนี้จะชิคและคูลกันแค่ไหน…

 

 

เริ่มจากร้านอาหารร่มรื่นที่แฝงความเท่กับร้าน Bitterman Handcrafted Cuisine ที่นำเสนอเสน่ห์ของเหล็ก อิฐ และไม้ให้เหล่าคนเมืองผู้หลงใหล่ในมนตร์เสน่ห์ของคาเฟ่สไตล์ Brooklyn ได้มาเยี่ยมเยือน ภายในร้านโดดเด่นด้วยกลาสเฮ้าส์สีเทา – ดำที่เปิดรับแสงธรรมชาติ โดยมีต้นไม้ล้อมรอบให้ความสดชื่น ลึกเข้าไปเป็นบาร์และครัวแบบเปิด โดยทางร้านจัดสรรพื้นที่เป็นห้องๆ ให้ความรู้สึกเสมือนอยู่บ้าน

 

 

หรือจะเป็นร้าน Hey! 53 Coffee & Kitchen ที่ร่มรื่นและเท่ไม่แพ้กัน โดยมีตู้คอนเทนเนอร์ทรงสูงสีฟ้าสดใสที่ตัดกับแมกไม้สีเขียวโดดเด่นสะดุดตา เมื่อเดินผ่านชานนอกร้านและสวนขนาดย่อมเข้ามาภายใน จะพบกับสเปซสูงโปร่งสุดสบาย เผยให้เห็นโครงสร้างเหล็กทำสีดำ กรุรอบอาคารด้วยเมทัลชีทสีฟ้า ให้ลุคดิบเท่แบบคอนเทนเนอร์ อบอุ่นด้วยการใช้ไม้จริงทั้งพื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ที่เจ้าของใส่ใจในดีเทลเป็นพิเศษ ตั้งแต่การเลือกซื้อ ไปจนถึงดีไซน์แบบด้วยตัวเองทุกชิ้น

 

 

อีกหนึ่งร้านที่ร่มรื่นสไตล์ญี่ปุ่น ร้าน Iwane Goes Nature มีพื้นที่อินดอร์และเอ๊าดอร์ให้ได้เลือกนั่งชิลกัน โดยภายในร้านโปร่งสบายตา เพราะใช้กระจกแทนผนังทึบ มีจุดเด่นเป็นเคาเตอร์ที่วางเครื่องปรุงญี่ปุ่นสารพัดและกระดานดำที่วาดลวดลายสัตว์นานาชนิด ส่วนพื้นที่เอ๊าดอร์ก็ร่มรื่นด้วยต้นไม้กระถางที่ตกแต่งอยู่รอบๆ โดยจัดวางอย่างลงตัวเสมือนเราอยู่ท่ามกลางสวนในบ้านของตัวเอง

 

 

ต่อด้วยร้านสุดเท่ในสไตล์รัสติกที่เจือกลิ่นอายสไตล์คันทรี่ ร้าน Harvest ในซอยสุขุวิท 31 ร้านนี้ได้แรงบันดาลใจในการตกแต่งจาก “อาหาร” ทั้งความรัสติกและความดิบ ภายในร้านจึงแสดงถึงเนื้อแท้ของวัสดุเป็นจุดเด่น โดยมีสีเขียวจากไม้ประดับที่ตัดกับความดิบช่วยเสริมเสน่ห์ให้ร้านดูมีชีวิตชีวา จุดเด่นของร้านนี้นอกจากบรรยากาศและการตกแต่งที่ดิบและเท่มากๆ แล้ว ร้านนี้ยังเสิร์ฟอาหารทะเลสดใหม่ที่ชูโรงด้วยรสชาติดั่งเดิมของวัตถุดิบอีกด้วย

 

 

แต่หากคุณอยากพาครอบครัวหลบหลีกความวุ่นวายลองแวะมาที่ร้าน Ad Lib ร้านอาหารสุดฮิป ด้านนอกร้านโดดเด่นด้วยกำแพงสีเขียวสูงตระหง่าน ให้คุณเลือกออกมานั่งชิลท่ามกลางบรรยากาศเอ๊าต์ดอร์แสนสบาย หรือจะนั่งด้านในที่ตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่นจากงานไม้ก็ให้อารมณ์สุดรีแล็กซ์ มองออกไปเห็นกำแพงต้นไม้ดูเย็นตา ผ่านผนังกระจกบานใหญ่ที่ยาวตลอดแนว ให้คุณรู้สึกสบาย ๆ เหมือนผ่อนคลายอยู่บ้าน

 

 

แต่หากคุณอยากลิ้มลองเครปรสชาติต้นตำรับ เราขอชวนคุณแวะไปที่ร้าน La Crêperie บ้านหลังน้อยสีขาวสะอาดตา ล้อมรอบด้วยสวนสวยสไตล์ฝรั่งเศสขนาดใหญ่ในซอยสุขุมวิท 39 โดยบรรยากาศชวนฝันของที่นี่ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้นั่งกินเครปต้นตำรับในสวนหลังบ้านของฝรั่งเศส นอกจากจะได้พักสายตาไปกับธรรมชาติสีเขียวสวย ๆ แล้ว เรายังจะได้ฟังเสียงน้ำตกรินไหลกระทบพื้นหิน เป็นการพักผ่อนความคิดระหว่างวันได้อย่างดีทีเดียว

 

 

สำหรับใครที่วางแผนพาครอบครัวไปเดินเที่ยวห้างสบายๆ พร้อมทานอาหารในร้านบรรยากาศดีๆ เราขอแนะนำร้าน Tales of Gold Mine กับคอนเซ็ปต์ “เหมืองทอง” ที่เนรมิตนอุโมงเหมืองทองเสมือนจริงมาไว้กลางกรุง ไม่ว่าจะเป็นผนังและเพดานที่ตกแต่งเป็นกำแพงหินสีสนิม คานไม้ค้ำเพดานที่ใช้ไม้เก่า รวมทั้งของตกแต่งที่เลือกใช้เครื่องมือขุดทองที่ผ่านการใช้งานมาประดับ

 

 

แต่หากคุณชื่นชอบร้านที่มีบรรยากาศ Cozy ให้ความรู้สึกปลอดโปรงต้องแวะมาที่ร้าน Wicked ร้านอาหารที่เป็นเหมือนตู้กับข้าวที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ โดยเสิร์ฟเมนูอาหารที่เกิดขึ้นจากทุกความเป็นไปได้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Where am I?” การผสมผสานสไตล์อาหารที่บอกไม่ได้เต็มปากว่าเป็นเมนูสัญชาติไหน จนเราต้องลิ้มรสไปพร้อม ๆ กับใช้จินตนาการ

 

 

สำหรับสาวกขนมหวานคงไม่พลาดกับร้าน Vanilla Bake Shop กับคอนเซ็ปต์โรงอบขนม โดยเชื่อมโยงถึงการตกแต่งในสไตล์อินดัสเทรียล ร้านนี้จึงออกแบบหน้าร้านโดยเลือกใช้สีเทาและดำเป็นหลัก เบรกอารมณ์ด้วยขอบไม้ ตัดกับบรรยากาศสีเขียวสดของพรรณไม้ในสวน ก่อนเข้าสู่ภายในร้านที่ตกแต่งแบบสัจวัสดุ เผยพื้นผิวโครงสร้างเหล็ก ไม้ และกระเบื้อง แม้จะเป็นวัสดุที่แตกต่างแต่ก็อยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว แถมยังเปิดพื้นที่เคาน์เตอร์ให้ลูกค้าสามารถนั่งดูเชฟทำอาหารได้แบบใกล้ชิดอีกด้วย

 

 

หรือจะลองแวะมาชิมขนมหวานกันที่ร้าน White Day Patisserie ย่านวัชรพลที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ ”ของขวัญ” โดยมีที่มาจากวัน “White Day” – วันแสดงความรักของชาวญี่ปุ่น ร้านนี้จึงตกแต่งให้มีลักษณะเป็นกล่องๆ ทั้งเหล็กสีขาวที่ประกอบเป็นกล่องของขวัญใบใหญ่ ภายในบรรจุกล่องกระดาษใบเล็กไว้มากมาย เพิ่มความเก๋ไก๋ด้วยการจัดแบ่งพื้นที่ด้วยวัสดุและสีสัน

 

เรื่องโดย: Taliw
ภาพโดย: แฟ้มภาพนิตยสาร room
keyboard_arrow_up