จากซานฟรานซิสโกสู่บางกอก หรูสง่าอย่างมีสไตล์

จากซานฟรานซิสโกสู่บางกอก  หรูสง่าอย่างมีสไตล์

เสียงเพลง I’ve got you under my skin ของ Frank Sinatra ดังแว่วออกมาจากห้องชุด พร้อมกับที่เจ้าของห้องซึ่งอยู่ในชุดอยู่บ้านที่ดูมีสไตล์ เปิดประตูออกมาต้อนรับทีมงานด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม 

ใครที่เป็นสาวกวงการแฟชั่นคงคุ้นชื่อของแบรนด์ TAWN C. และหากเคยแวะไปแฟลกชิป สโตร์ที่ศูนย์การค้าเกษร ก็คงอยากจะทราบว่า บ้านของนักออกแบบแฟชั่นแบรนด์นี้มีหน้าตาเป็นอย่างไร คุณธรณ ชัชวาลวงศ์ คือดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์ดังกล่าว เขาเล่าถึงที่มาที่ไปของห้องชุดแห่งนี้ให้ฟังว่า

พี่รู้ว่าตัวเองเป็นคนที่ใช้ชีวิตแบบคนเมือง จึงมองหาทำเลของคอนโดตามแนวรถไฟฟ้า เพราะเดินทางสะดวก ส่วนตัวแล้วชอบบรรยากาศของซอยสุขุมวิท 53 เพราะร่มรื่นและสงบ ก็มองหาตึกที่ไม่สูงจนเกินไป ห้องขนาดไม่ใหญ่มากนัก ในที่สุดก็มาลงตัวที่นี่” 

ระหว่างที่ทีมงานกำลังชื่นชมบรรยากาศที่สวยงามของห้องชุดแห่งนี้ ก็อดถามไม่ได้ว่าอะไรคือแรงบันดาลใจในการตกแต่ง คุณธรณให้คำตอบว่า 

น่าจะมาจากตอนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ซานฟรานซิสโก ตอนนั้นอยู่อพาร์ตเมนต์ที่ตกแต่งในสไตล์วิกตอเรีย รู้สึกประทับใจทั้งฟังก์ชันและการตกแต่งของสไตล์นี้ที่ดูคลาสสิก” 

การตกแต่งภายในจึงออกมาในสไตล์คลาสสิก เห็นได้จากผนังสีเทาเข้มแต่งด้วยคิ้วไม้สีขาว และพื้นไม้สีเข้มซึ่งใช้แพตเทิร์นอมตะอย่างลายก้างปลา (Herringbone) ภายในห้องนั่งเล่น เจ้าของบ้านจัดวางเฟอร์นิเจอร์แบบสมมาตร ทำให้บรรยากาศของห้องดูหรูหรา แสงธรรมชาติที่ส่องผ่านม่านเข้ามาแบบสลัวๆยังให้ความรู้สึกเหมือนอาศัยอยู่ในต่างประเทศ รวมถึงการออกแบบให้มีเตาผิงจำลอง โดยใช้เป็นมุมวางงานศิลปะและแจกันใบสวยสำหรับใส่ดอกไม้ที่คุณธรณมักจัดเสมอๆ ก็ช่วยสร้างบรรยากาศให้ห้องได้เป็นอย่างดี 

คุณธรณยังบอกอีกว่าตอนใช้ชีวิตอยู่ที่ซานฟรานซิสโกนั้นชอบประตูบานเลื่อนรูปแบบวิกตอเรียเมื่อคิดปรับปรุงห้องชุดแห่งนี้จึงเลือกนำมาใช้สร้างบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวขณะเดียวกันก็เปิดโล่งได้ด้วยทำให้มีพื้นที่กว้างขึ้นโดยเพิ่มลูกเล่นด้วยการเดินคิ้วบัวเป็นลายกราฟิกกลายเป็นงานตกแต่งที่ดูสวยงามอีกด้วย

ประตูบานเลื่อนนี้กั้นระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องรับประทานอาหาร และยังขนาบด้วยตู้สูงกรุกระจกใสสไตล์คลาสสิก เมื่อก่อนห้องนี้จะตกแต่งในแนววินเทจ สีของห้องและเฟอร์นิเจอร์เป็นสีอ่อน เมื่อเปลี่ยนอารมณ์ของห้องใหม่ จึงนำตู้ทั้งสองใบไปเปลี่ยนลุคด้วย โดยเพิ่มกรอบคิ้วบัวสีทองที่ดูหรูหรา และมีลวดลายต่อเนื่องกับประตูบานเลื่อนด้วย

นอกจากเรื่องแฟชั่นแล้ว คุณธรณยังชอบงานออกแบบตกแต่งภายในของ Tony Duquette  นักออกแบบชาวอเมริกันเป็นพิเศษ ประทับใจผลงานของเขา งานน่าทึ่งมาก มีพลังและรายละเอียดเยอะ  รู้สึกคล้ายกันตรงที่เราเป็นคนประเภท perfectionist ลงลึกถึงรายละเอียด อย่างงานเสื้อผ้าที่ทำก็สะท้อนให้เห็นในที่อยู่อาศัยด้วย

ห้องนี้ได้รับการปรับปรุงเป็นครั้งที่สองแล้ว โดยได้รับคำแนะนำจากเพื่อนของคุณธรณ ซึ่งเป็นนักออกแบบภายใน เดิมมีห้องนอน 2 ห้องและมีโถงกลาง การปรับปรุงครั้งแรกนั้นรื้อผนังทั้งหมดและเปลี่ยนฟังก์ชันใหม่ให้เป็นไปตามไลฟ์สไตล์ ตอนที่เริ่มออกแบบก็ทำ mood board เหมือนคอลเล็กชั่นเสื้อผ้า หาภาพที่ตัวเองชอบ เพื่อให้มัณฑนากรไปตีความและออกแบบ” 

ในส่วนของห้องรับประทานอาหารนั้นคุณธรณใช้เป็นห้องทำงานด้วย จากมุมนี้จะเห็นภาพรวมทั้งหมดของห้องชุดแห่งนี้ รวมถึงห้องครัวที่ออกแบบเคาน์เตอร์เป็นรูปตัวยู  (U) แม้จะมีพื้นที่จำกัดประมาณ 3 x 3 เมตร แต่ก็มีการใช้งานครบถ้วน และมีพื้นที่เก็บของได้มากกว่าครัวรูปแบบอื่น 

สมัยที่อยู่ซานฟรานซิสโกต้องทำอาหารรับประทานเองและเราก็ชอบที่จะทำด้วย เมื่อกลับมาไทยจึงมีเครื่องครัวติดกลับมาด้วย บางครั้งครัวนี้ก็ต้องปรุงอาหารเลี้ยงแขกประมาณ10 คนขึ้นไป จึงเป็นครัวที่ทำได้ตั้งแต่ของหวานถึงของคาว ถ้าเปิดตู้จะเห็นว่ามีวัตถุดิบพร้อม” 

คุณธรณเปรียบชีวิตเหมือนกับการเดินทาง การได้พบเห็นสิ่งสวยงามในที่ต่างๆช่วยหล่อหลอมให้กลายเป็นตัวตนของเราได้ และจากความชอบส่วนตัวนั้นเองก็กลายมาเป็นการตกแต่งภายในที่มีส่วนผสมของกลิ่นอายแบบตะวันตกและตะวันออก ผสานกับรสนิยมแบบแฟชั่นดีไซเนอร์ที่มีสไตล์เฉพาะตัว จึงทำให้การเดินทางครั้งนี้มีทั้งความสนุกสนานและน่าค้นหาได้ไม่รู้จบ

เรื่องโดย : ลลิตพรรณ เชื่อมไธสง
ภาพโดย : สิทธิศักดิ์ น้ำคำ

keyboard_arrow_up