ความจริง ความงาม ความรู้สึก

ความจริง ความงาม ความรู้สึก

ว่ากันว่าศิลปะคือการสื่อสาร เป็นการแสดงออกถึงความคิด อารมณ์ และความรู้สึก ผ่านสารพันวิธีการ แล้วแต่มนุษย์จะรังสรรค์ปั้นแต่งขึ้น งานออกแบบสถาปัตยกรรมหรือแม้แต่บ้านหลังเล็กๆก็ถือเป็นงานศิลปะเอกชิ้นหนึ่งที่สะท้อนถึงความคิด ตัวตน และรสนิยมของผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี

แสงแดดในเดือนเมษายนนั้นจ้าพอที่จะสะท้อนให้เห็นมุมมองตื้นลึก รวมถึงแสงและเงาของบ้านและสำนักงานสถาปนิกที่ไม่ธรรมดาแห่งนี้ ซึ่งเจ้าของก็คือ คุณสุริยะ อัมพันศิริรัตน์ สถาปนิกผู้ก่อตั้งบริษัท Walllasia และ Kyai – Suriya เจ้าของรางวัลศิลปาธร สาขาสถาปัตยกรรม ประจำปี พ.ศ. 2557 หรือ “พี่ยะ” ของสถาปนิกรุ่นน้องอย่างผม

“ผมตัดสินใจซื้อบ้านทาวน์เฮ้าส์อายุกว่า 30 ปี ขนาด 64 ตารางเมตรหลังนี้ เพื่อทำเป็นสำนักงานออกแบบเล็กๆ ต่อมาผมก็อยากจะซื้อบ้านที่ติดกันด้านหลังด้วย โชคดีมากที่สุดท้ายเขาขายบ้านด้านหลังจริงๆ ทุกอย่างจึงเป็นไปตามที่ผมคิดไว้ ถือว่าสะดวกมากๆ เพราะบ้านสองหลังที่ซื้อก็อยู่ตรงข้ามกับบ้านพี่สาวที่ผมเคยอยู่มาก่อน”

บ้านเหล็กสีดำอันขรึมเข้มหลังนี้ดูสะดุดตาและแตกต่างจากบ้านทาวน์เฮ้าส์โดยรอบ เป็นงานต่อเติมที่ดูสุดโต่งทางความคิด แต่เต็มไปด้วยอารมณ์และความน่าสนใจ จนผมต้องรีบเดินเข้าไปเยี่ยมชมภายใน

หน้าบ้านหลังแรกซึ่งเป็นฝั่งสำนักงาน ออกแบบทางเข้าเป็นประตูกรอบเหล็กขนาดใหญ่ กรุแผ่นเหล็กฉีกสีดำดูโปร่ง ลดความแข็งกระด้างด้วยไทรและต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ปลูกประกบอยู่สองด้าน ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นโพรงลึกลับในป่าใหญ่

แม้พี่ยะจะใช้เหล็กเป็นวัสดุหลักในการต่อเติมบ้านนี้ แต่ก็ยังมีใจรักความเป็นธรรมชาติด้วย จึงนำต้นไม้และบ่อน้ำมาแทรก ทำให้บ้านดูนุ่มนวลขึ้น

“ได้แนวคิดมาจากดอกไม้ในแจกันเหล็ก (ขึ้นสนิม) เป็นความอ่อนโยนในความดิบอันเรียบง่าย บ้านนี้เป็นเหมือนสนามทดลองทางสถาปัตยกรรมของผม มันเล่นกับความรู้สึกและการรับรู้ของคน ทุกจุดมีสุนทรียภาพทางอารมณ์อยู่ในนั้น นอกเหนือจากการใช้สอยในชีวิตประจำวัน”

จากบ้าน 2 หลังกลายมาเป็นบ้านหลังเดียวกันที่ยาวตลอดแนว มีคอร์ตเปิดโล่งตรงกลาง ซึ่งเคยเป็นที่ว่างหลังบ้านของทั้งสองหลังมาก่อน ชั้นล่างฝั่งหนึ่งเป็นพื้นที่สำนักงาน ส่วนอีกฝั่งเป็นห้องประชุมใหญ่ ต่อเนื่องไปยังโรงรถที่เป็นเสมือนเวิร์คชอปงานช่างและอู่ซ่อมมอเตอร์ไซค์ Harley Davidson สีดำคันโปรด ขณะที่ชั้นสองเป็นห้องประชุมขนาดเล็กและพื้นที่ส่วนตัว ได้แก่ ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องหนังสือ พร้อมต่อเติมระเบียงเหล็กเป็นมุมนั่งเล่น และมีสะพานเหล็กขนาดเล็กเชื่อมบ้านทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกัน

ไฮไลต์ของบ้านนี้ยังอยู่ที่คอร์ตกลางซึ่งเป็นส่วนที่นำแสงธรรมชาติเข้ามาสู่ตัวบ้านทั้งสองฝั่ง และยังเป็นบันไดกลางแจ้งของบ้านอีกด้วย ผมชอบการออกแบบให้มีบ่อน้ำตื้นๆขนาดใหญ่ แล้วปิดด้วยแผ่นเหล็กฉีก ซึ่งเสริมโครงสร้างด้วยเหล็กกล่องเป็นช่วงๆ  ทุกครั้งที่เดินผ่านให้ความรู้สึกเหมือนเดินลอยอยู่บนผืนน้ำ มองเห็นปลาแหวกว่ายไปมา รวมถึงยังได้ยินเสียงน้ำหยดที่เกิดจากการรดน้ำสวนแขวน โดยน้ำจะไหลผ่านโซ่ที่ทำหน้าที่เหมือนท่อระบายน้ำมาสู่ต้นไม้ในแต่ละระดับของสวนแขวน เป็นการใช้ประโยชน์จากน้ำได้อย่างคุ้มค่า

นอกจากประโยชน์ใช้สอยที่ครบครันในด้านการอยู่อาศัยแล้ว การนำเหล็กมาใช้สร้างงานศิลปะทางสถาปัตยกรรม รวมถึงการนำต้นไม้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในงานตกแต่ง ก็ช่วยสร้างสุนทรียภาพทางใจได้เช่นกัน จึงเป็นบ้านอีกหลังที่ผมประทับใจในแนวคิดการออกแบบจริงๆครับ

เรื่องโดย : ศุภชาติ บุญแต่ง
ภาพโดย : ฤทธิรงค์ จันทองสุข

keyboard_arrow_up