Think and Things

Think and Things

 

 

คงดีหากเราลบทุกสิ่งที่ไม่ชอบออกได้ด้วยยางลบ และสร้างสิ่งที่ชอบขึ้นใหม่ได้ง่ายดายเหมือนวาดภาพ แต่ในโลกของความเป็นจริงไม่ง่ายอย่างนั้น ในบ้านเราเองก็อาจมีทั้งส่วนที่เราชอบและไม่ชอบ ในเมื่อสิ่งของไม่ได้ลบกันได้ง่ายๆ และคงเป็นเรื่องยากหากต้องสร้างใหม่ทั้งหมด เช่นนั้นแล้วเราควรทำอย่างไรดี…

เช้าวันนี้อากาศสดใส เราเดินทางไปยังย่านคู้บอนบนถนนรามอินทรา ผ่านการจราจรที่หนาแน่นน่าสับสนเข้าไปยังหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งซึ่งดูสุขสงบต่างจากภายนอก ในที่สุดเราก็มาถึงบ้านแสนรักของ คุณหลา-อารีย์และคุณเมี่ยว-รุ่งคนานต์ สัมฤทธิ์จินตนา

บ้านหลังนี้ได้รับการปรับปรุงโดยฝีมือการออกแบบของคุณหลา มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 210 ตารางเมตร ภายนอกมีการเพิ่มเติมรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ลงตัวกับสถาปัตยกรรมเดิมซึ่งเป็นบ้านจัดสรรที่มีกลิ่นอายโคโลเนียลนิดๆ ดูสบายตาเหมือนบ้านพักตากอากาศในต่างจังหวัด ทั้งยังเข้ากับบริบทรอบๆได้อย่างกลมกลืน ข้างบ้านมีสวนขนาดเล็กที่ตกแต่งได้น่ารัก และทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างบ้าน ที่จอดรถ และห้องทำงานด้านนอกเข้าด้วยกัน คุณหลาเล่าถึงเหตุผลที่ซื้อบ้านหลังนี้ให้เราฟังว่า

“ตอนที่เราเห็นบ้านหลังนี้ประกาศขายครั้งแรกก็ตัดสินใจซื้อแทบในทันที บ้านเดิมของเราก็อยู่ในหมู่บ้านนี้ แต่บ้านหลังนี้ดีตรงที่เราจะได้พื้นข้างบ้านเพิ่มขึ้น สามารถทำสวนและต่อเติมส่วนที่ต้องการได้มากขึ้น อีกอย่างก็ทำให้บ้านของเราไม่ติดกับบ้านที่อยู่ข้างๆจนเกินไป”

ประตูไม้สีเขียวอ่อนเผยออกให้เห็นห้องนั่งเล่นและห้องรับแขกในบรรยากาศเรียบง่าย ผนังห้องประดับด้วยแผ่นไม้เทียมทาสีขาวดูสบายตา สิ่งที่สะดุดตาเราทันทีคือโซฟาลวดลายดอกกุหลาบสีแดงซึ่งวางเด่นอยู่ตรงหน้า ให้สีสันตัดกับสีเขียวของประตูบ้าน นอกจากนี้เรายังพบลวดลายดอกกุหลาบสีแดงบนหมอนอิงและผ้าม่าน ทำให้การตกแต่งภายในบ้านดูเข้ากันมากยิ่งขึ้น เมื่อเราซักถามถึงที่มาของโซฟาสวยเก๋ตัวนี้ คุณหลาขยายความว่า

“เฟอร์นิเจอร์เกือบทั้งหมดเป็นของจากบ้านเก่า พอย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้เราแทบไม่ซื้อเฟอร์นิเจอร์เพิ่มเลย เมื่อเราเลือกใช้โซฟาตัวนี้ ก็พยายามหาผ้าสีเดียวกันมาทำเป็นผ้าม่าน สีเขียวอ่อนของประตูก็เป็นคู่สีตรงข้ามกับลายกุหลาบสีแดงของโซฟา รวมถึงเรื่องสไตล์เราก็ดึงกลิ่นอายของโคโลเนียลมาใช้”

ถัดจากห้องนั่งเล่นผ่านประตูบานเฟี้ยมกระจกกรอบสีเขียวเข้าไปคือห้องครัวและห้องรับประทานอาหารซึ่งเป็นพื้นที่ครัวเดิมที่มากับตัวบ้าน แต่จัดให้เป็นสัดส่วนเรียบร้อย เน้นเป็นครัวทำอาหารง่ายๆหรือใช้เตรียมอาหาร ขณะที่ส่วนหลังบ้านก็ต่อเติมเป็นครัวไทยประกอบอาหารหนัก นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นทางเดินเชื่อมต่อระหว่างลานซักล้างกับห้องทำงานของคุณหลาอีกด้วย ทันทีที่ประตูกรงเหล็กหลังบ้านในส่วนซักล้างเปิดออก “เจ้าแซนดี้” สุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ สมาชิกอีกตัวหนึ่งของบ้านก็ออกมาเดินเล่นซุกซนกับผมและทีมงานอย่างเป็นมิตร กินเวลาอยู่ครู่ใหญ่ก่อนที่เราจะเดินต่อไปยังห้องทำงานของคุณหลา

ภายในห้องทำงานนี้จัดให้ดูโปร่งโล่งด้วยชั้นหนังสือและที่วางของที่อยู่ติดผนัง ตรงกลางมีโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่ใช้เขียนแบบและทำงานได้อย่างสะดวกสบาย เหมาะกับการใช้งานของสถาปนิกอย่างคุณหลา เบื้องหน้าเป็นประตูบานใหญ่ที่เดิมเป็นประตูไม้หน้าบ้าน แต่ย้ายมาเป็นประตูของห้องนี้ที่เปิดออกไปสู่ลานพื้นแข็งในสวน ซึ่งเป็นพื้นที่นั่งเล่นพบปะกับลูกค้าได้ นอกจากนี้คุณหลากับคุณเมี่ยวมักใช้เป็นมุมฝึกโยคะในช่วงเย็นอยู่เสมอ เพราะได้ร่มเงาจากตัวบ้านพอดี

แม้เป็นช่วงเวลาสั้นๆที่มาบ้านหลังนี้ แต่ผมก็ได้มุมมองดีๆมากมายจากคุณหลา เป็นเรื่องง่ายที่สถาปนิกจะออกแบบบ้านให้สวยงามโดยการลบทุกอย่างเป็นศูนย์แล้วสร้างใหม่ แต่การเปลี่ยนแปลงโดยคิดใหม่จากของเดิมที่มีอยู่ แล้วต่อยอดเป็นความสวยงามเฉพาะตัว คงไม่ใช่เรื่องง่ายนักหากคนผู้นั้นไม่มีความผูกพันกับข้าวของเหล่านี้จริงๆ แม้ว่าอาจดูไม่สวยเนี้ยบหรือหวือหวา แต่ก็เต็มไปด้วยความสุข เพราะที่สุดแล้วความงามคือสิ่งที่เรารับรู้และสัมผัสได้

ก็ใครล่ะจะตอบได้ดีเท่ากับตัวผู้อยู่อาศัยเอง

เรื่องโดย : ปัญชัช ชั่งจันทร์

ภาพโดย : ชัยพฤกษ์ โพธิ์แดง

keyboard_arrow_up