Denfinitely LOVE

Denfinitely LOVE

DENFINITELY-LOVE-01

 

ฉันเชื่อเสมอว่า ความสุขอยู่ใกล้ตัวเรานี่แหละ ครอบครัวและบ้านเป็นสิ่งเกื้อหนุนชีวิต วันนี้ฉันมีโอกาสได้ไปเยี่ยมบ้านแสนรักของครอบครัวเล็กๆย่านหนองจอก ซึ่งระหว่างทางมีทุ่งนาสวยๆ ให้เห็นเป็นระยะ เจ้าของบ้านคือคุณอูฐ – ธีระพล เรืองไพสิฐพร ศิลปินอิสระ คุณแพต – พัชนีย์ จตุรัฐพลลูกเรือสายการบินฮ่องกงแอร์ไลน์ส และ น้องแสนดี – เด็กหญิงภคพร เรือง-ไพสิฐพร  

บนเนื้อที่ 200 ตารางวาเป็นที่ตั้งของบ้านชั้นเดียวขนาดกะทัดรัดหลังนี้ซึ่งต่อเติมเพิ่มจากบ้านเก่าที่มีขนาดเล็กเพียงสองห้องนอน เนื่องจากมีพื้นที่ว่างเหลือพอสมควรจึงสามารถจัดสวนปลูกต้นไม้ และเจ้าของบ้านก็สนุกกับการสร้างงานศิลปะในสวนไปด้วย เมื่อปรับตัวบ้านใหม่ก็มีการต่อเติมสตูดิโอซึ่งเดิมเป็นพื้นที่สวน และห้องรับประทานอาหารซึ่งเดิมเป็นโถงทางเข้า ติดกับส่วนจอดรถที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ครอบครัวนี้ใช้วิธีค่อยๆ สร้าง พอมีไอเดียก็ค่อยๆ ทำ จึงทำให้พื้นที่ในบ้านตอบโจทย์การใช้งานได้ทั้งหมด

ช่วยกันคิด ช่วยกันลงมือ

จากที่เคยอยู่บ้านคุณพ่อคุณแม่ย่านลาดพร้าว คุณแพตเล่าให้ฉันฟังว่าย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้ได้เกือบเจ็ดปีแล้ว ตั้งแต่คลอดน้องแสนดีได้สามเดือน ด้วยอาชีพของคุณแพตซึ่งเป็นลูกเรือประจำสายการบินฮ่องกงแอร์ไลน์ส จึงเลือกทำเลของบ้านอยู่ใกล้สนามบิน ซึ่งช่วยประหยัดเวลาได้มากและลดสภาวะความเครียดจากรถติด

“แม้จะย้ายมาอยู่ใกล้ที่ทำงาน แต่เราก็ไม่อยากให้ใกล้เกินไปเพราะเสียงดังและตอนนั้นลูกก็ยังเล็ก เราอยากอยู่ที่ที่ห่างไกลความเจริญหน่อย ที่สำคัญไม่ต้องอยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้าแล้ว”

ฉันยิ้มเห็นด้วยแบบเต็มที่เมื่อคุณแพตบอกว่า “ครอบครัวเราชอบเดิน ตลาด ชอบตลาดสด ชอบอะไรเรียบง่ายธรรมดา”

สำหรับการทำบ้านหลังนี้ เจ้าของบ้านทั้งสองก็ช่วยกันคิดช่วยกันทำ โดยหลักๆ คุณแพตจะเป็นผู้บอกโจทย์ความต้องการ ส่วนคุณอูฐเป็นผู้ออกแบบและสานฝัน ซึ่งเป็นการแบ่งหน้าที่ที่ลงตัว

“บ้านนี้เราช่วยกันคิด ช่วยกันออกไอเดีย แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ศิลปินของคุณอูฐด้วย หากคิดออกว่าจะทำอะไร คุณอูฐก็จะสเก็ตช์ภาพและลงมือทำทันที อย่างเก้าอี้สไตล์จีนหน้าบ้านก็เป็นฝีมือของเขา”

ต้นไม้และสิ่งมีชีวิต

คุณอูฐชอบอยู่บ้านมากกว่าออกไปข้างนอก รวมทั้งยังทำงานที่บ้านด้วย จึงมีเวลาใส่ใจบ้านได้มากกว่าใคร โดยเฉพาะการปลูกต้นไม้ซึ่งทำให้โลกใบเล็ก ของครอบครัวนี้น่าอยู่ยิ่งขึ้น

“ผมชอบอยู่บ้าน จากที่เคยอยู่ในเมือง พอมาอยู่ที่นี่รู้สึกเหมือนมีเวลามากขึ้น พอไปทำธุระในเมืองก็จะรู้สึกว่ารถติดเกินไป ผมว่าอยู่บ้านสบายกว่าเยอะ อยู่ในเมืองต้องเผื่อเวลา ผมชอบเห็นนาข้าว ที่นี่ก็ไม่ไกลเมืองมาก ออกต่างจังหวัดก็สะดวก”

คุณแพตเสริมว่า “ตอนเราอยู่ในเมืองรู้สึกร่างกายไม่แข็งแรงเท่าตอนนี้ไอจามอยู่บ่อยๆ แต่พอได้อยู่ในบ้านที่มีต้นไม้ก็ไม่เป็นภูมิแพ้เหมือนเมื่อก่อนช่วงเวลาเย็นๆ แสนดีกลับมาจากโรงเรียนก็มาเล่นกับห่านในสวน ได้เรียนรู้ธรรมชาติแบบใกล้ตัว” 

“ต้นไม้ก็คือออกซิเจนดีๆ นี่เอง ยิ่งเราซื้อมาตั้งแต่ต้นเล็กๆ ค่อยๆ ปลูกและดูแล ก็จะยิ่งเห็นความสำคัญ ต้นไม้ยังเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงให้ทุกคนทำกิจกรรมร่วมกัน และพวกเราก็จะคอยมองต้นไม้เติบโตอย่างสวยงาม”เสียงคุณอูฐบอกเล่าถึงข้อดีของต้นไม้

ความรักและความใส่ใจ

ฉันเชื่อว่าความรักและความใส่ใจส่งต่อถึงกันได้ผ่านการกระทำ และฉันก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนจากครอบครัวนี้ อย่างน้องแสนดีที่สนุกสนานกับการได้สังเกตปลาตัวเล็กๆ ในบ่อ เล่นกับ “เจ้าทอง” ห่านประจำบ้าน หรือกระรอกตัวน้อยๆ เป็นความสุขเล็กๆ ที่หาได้จากสิ่งรอบตัว ซึ่งคุณอูฐบอกว่าพอใจกับ วิถีชีวิตแบบนี้

“ครอบครัวเราภูมิใจกับการใช้ชีวิตแบบนี้ ไม่ต้องรวยล้นฟ้า แต่เราก็มี ความสุขล้น แสนดีชอบอยู่บ้าน บางครั้งชวนไปซื้อของ เขาก็จะตอบมาว่าอยาก อยู่บ้าน ไม่ร้องออกไปข้างนอก ไม่ชอบไปห้างสรรพสินค้า อยากอยู่บ้าน อ่านหนังสือหรือวาดรูปเล่นมากกว่า”

ฉันชอบแนวทางการใช้ชีวิตของครอบครัวนี้จริงๆ ค่ะ และอยากส่งต่อไปให้คนอื่นได้รับรู้ด้วยว่า ความสุขนั้นเกิดขึ้นจากใจล้วนๆ

“เราอยากให้แสนดีมีความสุข คิดง่ายๆ ว่า ถ้าพ่อแม่มีความสุข ลูกก็มีความสุข จิตใจเป็นเรื่องสำคัญที่สุด อยากให้เขามีจิตใจแข็งแรง เข้มแข็ง และเสียสละ เท่านี้ก็พอแล้วค่ะ”

ขอให้ทุกครอบครัวมีความสุขค่ะ

เรื่องโดย : อัจฉรา จีนคร้าม
ภาพโดย : ฤทธิรงค์ จันทองสุข

keyboard_arrow_up