at work, at home

at work, at home

AT-WORK-AT-HOME-01

เชื่อว่าหลายคนอาจเคยมีความรู้สึกเดียวกับฉัน ทุกเช้าวันจันทร์อยากจะหายตัวแล้วไปโผล่ที่ออฟฟิศได้แบบด่วนๆ วันนี้ฉันมาเยี่ยม ครอบครัวพันธุ์ทวีเกียรติ ซึ่งอาศัยอยู่ในโฮมออฟฟิศย่านประตูน้ำ ตัวอาคารมีกลิ่นอายของตึกแถวเก่าต้นยุค 1970 บ้านหลังนี้เป็นสถานที่ที่รวมตัวกันของสมาชิกในบ้านทั้งหมด 6 คน ทั้งรุ่นคุณพ่อคุณแม่ รุ่นลูก และรุ่นหลาน โดยมี คุณเอก – เอกลักษณ์พันธุ์ทวีเกียรติ มัณฑนากร บริษัท Studio Wall to Wall เจ้าของบ้านรุ่นลูก เป็นผู้ลงมือออกแบบและตกแต่งบ้านสามชั้นกว้าง 4 เมตร แต่มีความลึก 20 เมตร แบบตึกแถวรุ่นเก่าเองทั้งหมด คุณเอกเล่าที่มาของบ้านหลังนี้ให้ฟังว่า 

“ผมอยู่บ้านหลังนี้มาตั้งแต่เรียนชั้นประถมปีที่ 4 อายุประมาณ 8 ขวบตอนนี้ก็ 24 ปีแล้ว เมื่อก่อนครอบครัวเราอยู่ย่านมาบุญครอง ที่ย้ายมาตรงนี้เพราะคุณอาเปิดอู่ซ่อมรถยนต์แถวนี้ จึงตัดสินใจย้ายมาอยู่ใกล้ๆ กัน”

Traditional Memories

สิ่งแรกที่ฉันสัมผัสได้เมื่อเข้ามาในบ้านหลังนี้คือ การได้เห็นเรื่องราวและความมีชีวิตจากของใช้ภายในบ้านที่ผสมผสานทั้งความเก่าและใหม่เข้าด้วยกัน แม้บ้านจะมีขนาดไม่ใหญ่ แต่คุณเอกก็ออกแบบให้มีผนังเบาบานเลื่อนกั้นระหว่างโถงทางเดินเล็กๆ กับห้องทำงานได้อย่างเป็นสัดส่วน เพื่อแยกพื้นที่ของคนในบ้านและแขก ฉันนั่งเพลินๆ ที่โต๊ะไม้ทรงกลมที่ให้อารมณ์แบบสภากาแฟในยุคโก๋หลังวัง ซึ่งเป็นของเก่าอีกชิ้นหนึ่งที่ได้รับการชุบชีวิตใหม่ สังเกตว่า แม้พื้นที่จะจำกัด แต่ก็รู้สึกสบายๆ เหมือนอยู่บ้านมากกว่าออฟฟิศ

คุณเอกบอกว่า “ผมตั้งใจเก็บหน้าตาของตึกแบบเดิมไว้ ด้านนอกเปลี่ยนแค่ติดกระจก หน้าต่างไม้ และประตูบานสูง ให้ดูสวยงามขึ้น ส่วนภายในผมรื้อคานที่ใช้รับประตูออก โชคดีที่ฝ้าเพดานเดิมของตึกแถวในยุคเก่านั้นสวยอยู่แล้ว จึงตั้งใจเปิดโชว์ ส่วนพื้นบ้านก็ยกความสูงขึ้นอีก 60 เซนติเมตร เพื่อให้ดูโปร่งตาและน่าอยู่ขึ้น” 

Work Happiness  

จากความตั้งใจที่จะปรับบ้านเป็นออฟฟิศ ทำให้เกิดการปรับปรุงบ้านครั้งใหญ่ ไม้ที่นำมาใช้ในการตกแต่งส่วนใหญ่เป็นไม้เดิมตอนรื้อบ้าน ส่วนที่ปรับใหม่คือส่วนหน้าบ้านทั้งหมด มีการเปลี่ยนห้องน้ำจากเดิมอยู่ใต้บันไดด้านซ้ายก็สลับด้านเพื่อความสะดวก ส่วนพื้นที่ใต้บันไดก็ปรับเป็นห้องเก็บของและห้องควบคุมระบบไฟแทน รวมถึงทำช่องแสงเพิ่มในส่วนครัว ทำให้ฉันรู้สึกว่า หากมีการวางผังการใช้งานที่ดีก็ทำให้การใช้งานในบ้านสะดวกยิ่งขึ้น

คุณเอกเล่าเสริมว่า “จากการไปทำงานที่สิงค์โปร์เกือบเจ็ดปี ทำให้ได้ประสบการณ์ในการทำงานมาหลากหลายจนตกผลึก และคิดว่าถึงเวลาที่จะทำงานของตัวเองได้แล้ว จึงตัดสินใจเปิดออฟฟิศที่บ้าน เมื่อเริ่มวางแปลนของบ้าน ผมลองวางหลายๆ แบบและคิดว่าแบบไหนน่าจะสบายที่สุด แต่ พอวางเสร็จก็ทำให้นึกถึงร้านเกม เพราะเราวางเป็นแนวยาว มีพื้นที่ทำงานได้เยอะขึ้น สามารถนั่งทำงานได้ถึงหกคน เพราะมีเพื่อนมานั่งเล่นที่นี่เป็นประจำด้วย”

ถึงตรงนี้ ฉันได้รับคำยืนยันจาก คุณปิ๊ก – จักรกฤช แดงรัศมีโสภณ คู่หูในการทำงานของคุณเอกว่า “ข้อดีของการทำงานกับเพื่อนคือความรู้สึกสบายใจคุยกันง่ายๆ ไม่จุกจิก แค่ทำงานให้เสร็จตรงเวลาก็พอแล้ว เราแยกการทำงานแบบทำตามความถนัด ใครทำได้ดีกว่าก็ทำไป”

The Good Old THINGS

ฉันสังเกตว่า ในบ้านหลังนี้มีการเลือกใช้ของตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ซึ่งมีเรื่องราวของครอบครัวแฝงอยู่ เช่น เก้าอี้กลมตัวเก่าจากร้านกาแฟของคุณปู่เครื่องชั่งน้ำหนักจากร้านขายของชำของคุณพ่อ ซึ่งทำให้บรรยากาศในโฮมออฟฟิศแห่งนี้ดูอบอุ่นเอามากๆ

คุณเอกส่งท้ายการสนทนาด้วยคำพูดที่ทำให้ฉันแอบอิจฉาเล็กๆ ว่า

“ข้อดีของการทำงานที่บ้านคือ ทำให้มีเวลาช่วงเช้าแบบสบายๆ ตื่นมาเล่นเกม ดื่มกาแฟ ก่อนจะลงมาทำงาน ไม่ต้องเดินทาง นอนดึกตื่นสายได้ทำงานได้เต็มที่ ที่สำคัญ มีเวลาอาหารเย็นกับครอบครัวได้แบบไม่จำกัด”

เป็นข้อสรุปสั้นๆ แต่โดนใจจริงๆ ค่ะ

เรื่องโดย : อัจฉรา จีนคร้าม
ภาพโดย : ปิยะวุฒิ ศรีสกุล

keyboard_arrow_up