กรอบ(ภาย)นอก สุข(ภาย)ใน

กรอบ(ภาย)นอก  สุข(ภาย)ใน

ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ผมและทีมงานนิตยสารบ้านและสวนมีโอกาสขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวที่จังหวัดเชียงใหม่ เพราะรุ่นพี่ผมคนหนึ่งแนะนำให้ไปเยี่ยมชมบ้านของสถาปนิกท่านหนึ่งซึ่งมีอัตตลักษณ์น่าสนใจ เรานั่งรถผ่านประตูหมู่บ้านแห่งหนึ่งในตำบลแม่เหียะ เข้าไปไม่ไกลก็ได้พบบ้านหลังนี้ซึ่งตัวบ้านดูแปลกตาด้วยการใช้วัสดุปูนเปลือยขัดมันทั้งหลัง ดูแตกต่างจากบ้านหลังอื่นที่อยู่โดยรอบ พื้นที่ด้านซ้ายของบ้านเป็นที่ดินว่างเปล่ามีต้นหญ้าเตี้ยๆขึ้นปกคลุมเต็มทั้งหมด สีเขียวของต้นหญ้าตัดกับสีเทาของผนังรั้วปูนเปลือย เป็นภาพที่ทำให้บ้านหลังนี้ดูน่าสนใจและเชิญชวนให้ผมอยากเข้าไปชมด้านในทันที

             คุณเอก – สาริน นิลสนธิ สถาปนิกหนุ่มไฟแรงจาก Deekwa Design Studio คือเจ้าของบ้านหลังนี้ คุณเอกเล่าว่าแนวคิดในการออกแบบบ้านมาจากการที่อยากมีบ้านที่สามารถใส่เสื้อผ้าสบายๆเดินอยู่ในบ้านโดยไม่ต้องกลัวคนมองเห็น เป็นโลกส่วนตัวของการใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ
             “ได้แรงบันดาลใจและต่อยอดแนวคิดการอออกแบบมาจากบ้านของเพื่อนผมอีกหลังหนึ่งซึ่งสร้างก่อนไม่นาน ที่ประทับใจคือเขาจะวางผังเน้นความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย ออกแบบขนาดของช่องเปิด ที่ว่าง และฟังก์ชันการใช้สอยต่างๆ ตามการใช้งานจริง”
             บ้านหลังนี้ออกแบบเป็นสองชั้น มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 100 ตารางเมตร รอบบ้านตั้งใจทำรั้วทึบเป็นพื้นผิวปูนเปลือยอารมณ์ดิบเท่เกือบทั้งหมด เพื่อปิดบังมุมมองจากภายนอก เปิดเป็นรั้วโปร่งขนาดเล็กเฉพาะบริเวณด้านหลังเพียงฝั่งเดียว ด้านหน้าบ้านทำช่องเปิดเป็นประตูทางเข้าหลักขนาดกว้างประมาณ 3 เมตร เมื่อเราเดินผ่านส่วนจอดรถเข้ามาด้านในจะพบโถงโล่งซึ่งจัดเป็นส่วนรับแขกที่มีความสูงประมาณ 6 เมตร ฝ้าด้านบนทำผิวปูนเปลือยใต้ท้องพื้นแผ่นหลังคาซึ่งมีความลาดชันไปตามรูปทรงหลังคาแบบเพิงหมาแหงน (Lean-to) มองไปทางหน้าบ้านผ่านบานหน้าต่างขนาดใหญ่จะพบสวนกรวดสไตล์เซนซึ่งปลูกต้นไม้เพียงไม่กี่ต้น เทคนิคการสร้างพื้นที่คอร์ตแบบนี้ช่วยให้ภายในบ้านดูเชื่อมโยงกับธรรมชาติโดยรอบ แต่ยังคงความเป็นส่วนตัวด้วย
             ในส่วนของการแบ่งพื้นที่ใช้สอยก็เน้นความเรียบง่าย มีส่วนรับแขกอยู่ตรงกลางเชื่อมระหว่างครัวและห้องน้ำฝั่งหนึ่งกับห้องนอนใหญ่อีกฝั่งหนึ่ง ชั้นบนเป็นส่วนทำงานและห้องนอนแขก
             บ้านหลังนี้ไม่ได้มีดีแค่การวางผังและจัดวางฟังก์ชันเท่านั้น รายละเอียดการก่อสร้างรวมไปถึงการตกแต่งก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เจ้าของบ้านซึ่งเป็นสถาปนิกด้วยให้ความสำคัญกับขั้นตอนการเทคอนกรีต โดยใช้ไม้เก่าที่ได้จากการรื้อถอนอาคารมาทำเป็นไม้แบบและยังนำมาใช้ทำผนังและกรอบประตูส่วนเก็บของต่อ เมื่อถอดไม้แบบแล้ว ก็นำไม้แบบชนิดที่เป็นไม้อัดยางพารามาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ได้เกือบทั้งหมด เป็นการใช้วัสดุที่มีอย่างคุ้มค่า คุณเอกยังเล่าทิ้งท้ายด้วยว่า
             “มีความสุขและสบายใจทุกครั้งเมื่อได้กลับมาบ้าน ที่นี่เป็นเสมือนกรอบที่เราสร้างขึ้น ผมเชื่อว่าพื้นที่สำหรับความเป็นอิสระและความสบายใจในการใช้ชีวิตควรเป็นนิยามและคำจำกัดความของพื้นที่ที่เรียกว่า ‘บ้าน’”
             “บ้านคือวิมานของเรา” ยังคงเป็นคำพูดที่ใช้ได้ดีกับทุกยุคทุกสมัย บ้านไม่จำเป็นต้องใหญ่โตแต่ต้องใช่ในความรู้สึกและการใช้งานของเจ้าของบ้าน เพราะบ้านเป็นดังกรอบแห่งความสุขของเราและครอบครัว
              คุณผู้อ่านเห็นด้วยไหมครับ

เรื่องโดย : ศุภชาติ บุญแต่ง
ภาพโดย : สิทธิศักดิ์ น้ำคำ

keyboard_arrow_up