วิถีชีวิต ความจริง และความงาม

วิถีชีวิต ความจริง และความงาม

 

บ้านสำหรับบางคนอาจมีประโยชน์มากกว่าแค่การใช้สอยทางกาย หากช่วยเติมเต็มความรู้สึกทางใจได้อีกด้วย เหมือนดังเช่นบ้านที่ผมจะพาคุณผู้อ่านมาเยี่ยมชมในครั้งนี้ครับ 

หน้าตาภายนอกของบ้านหลังนี้ดูทันสมัยด้วยรูปทรงที่นำกล่องสี่เหลี่ยมมาซ้อนเหลื่อมกันไปมาจนเกิดเป็นส่วนปิดทึบและเปิดโล่ง รวมถึงการเลือกใช้สีเทาเข้มที่ให้ความรู้สึกหนักแน่นและเฉียบคม คุณไกรลาศและคุณอัจฉราพร สาระบุตร เจ้าของบ้าน เล่าถึงที่มาที่น่าสนใจของบ้านนี้ให้ฟังว่า

“ตอนตัดสินใจจะสร้างบ้านหลังนี้ เราหาไอเดียกันเยอะมาก จนมาเจอบ้านที่เคยลงนิตยสารบ้านและสวน เป็นผลงานของ คุณกิ๋น – กศินร์ ศรศรี เห็นแล้วชื่นชอบมาก จึงติดต่อให้มาออกแบบบ้านหลังนี้ ส่วนตัวผมชอบวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงอยากให้บ้านมีกลิ่นอายแบบนี้ ซึ่งสถาปนิกก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว”

คุณกศินร์ สถาปนิกของบ้านหลังนี้ก็ขอเล่าบ้างว่า “ผมเริ่มออกแบบบ้านคุณไกรลาศที่อยู่ฝั่งขวาของที่ดินก่อน ตามด้วยบ้านญาติซึ่งต่อออกไปทางซ้าย ดูผ่านๆเหมือนเป็นบ้านหลังเดียวกัน เราออกแบบด้วยภาษาที่เรียบง่าย แต่เล่นกับสัจจะวัสดุ อย่างการใช้ไม้เก่าที่มีลวดลายเสี้ยนไม้สวยงาม รวมถึงการฉาบแต่งพื้นผิวอาคารให้คล้ายกับผิวปูนเปลือย ทำให้บ้านมีบรรยากาศผ่อนคลาย มีความงามตามธรรมชาติที่แทรกซึมอยู่ในทุกส่วน คล้ายกับบ้านของชาวญี่ปุ่นที่รักและเคารพในธรรมชาติ”

บ้านสามชั้นหลังนี้และบ้านของญาติมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 660 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนที่ดินขนาดครึ่งไร่ในย่านลำลูกกา สถาปนิกใช้สถิติระดับน้ำที่เคยท่วมเป็นจุดอ้างอิงในการยกระดับพื้นและอาคารขึ้นอีกประมาณเกือบ 2 เมตร

เมื่อเข้ามาในบริเวณบ้าน ผมชอบการออกแบบชานก่อนเข้าสู่ตัวบ้าน สถาปนิกกำหนดให้มีมุมนั่งเล่นทำกิจกรรมหลายมุม ไม่ว่าจะเป็นบนโต๊ะไม้หรือแม้แต่พื้นที่ยกสูงขึ้นมาจนนั่งห้อยขาเล่นๆได้ บริเวณนี้ยังมีบ่อปลาคาร์ปขนาดใหญ่ที่เจ้าของบ้านและ น้องนิวตัน ลูกชาย ชอบมานั่งมองปลาแหวกว่าย รอบบ้านปลูกต้นไม้ไทยที่เจ้าของบ้านชื่นชอบ อาทิ พะยอม พุดภูเก็ต เศรษฐี และตีนเป็ดแดง ช่วยให้ร่มเงาแก่ตัวบ้าน

ภายในบ้านมีครัวและส่วนรับประทานอาหารอยู่ในบริเวณเดียวกัน เป็นส่วนกลางของบ้านในชั้นล่าง ถัดมาเป็นส่วนนั่งเล่นที่คุณไกรลาศนำของสะสมจากประเทศญี่ปุ่นมาตกแต่ง แต่ที่สะดุดตาผมมากที่สุดคือตุ๊กตาซามูไรตัวใหญ่มือสองซึ่งซื้อมาในราคาถูกมาก มีการติดมู่ลี่ไม้ไผ่สไตล์ญี่ปุ่นสร้างความเป็นส่วนตัวให้พื้นที่นี้แทนการใช้ผ้าม่านธรรมดา ทำให้ห้องดูมีเอกลักษณ์แบบบ้านชาวญี่ปุ่นมากขึ้น

ไฮไลต์ของบ้านหลังนี้ยังไม่จบนะครับ บนชั้นสองยังมีห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งแบบญี่ปุ่นจริงๆ โดยนำเสื่อทาทามิมาปูพื้นห้องเกือบทั้งหมด ซึ่งทุกคนในครอบครัวจะมานอนพร้อมหน้ากันในห้องนี้ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ชั้นนี้ยังมีมุมโชว์หุ่นยนต์ Gundam ซึ่งคุณไกรลาศบอกว่าเป็นมุมที่เขาคิดอยากจะทำตั้งแต่เริ่มสร้างบ้าน เนื่องจากเป็นทั้งงานอดิเรกและของสะสมที่ชื่นชอบมาก

นั่นทำให้ผมคิดว่านอกจากประโยชน์ใช้สอยในด้านการดำเนินชีวิตแล้ว บ้านควรมีพื้นที่ให้เราได้ต่อยอดการใช้ชีวิตและความฝัน เพื่อสร้างสุนทรียภาพในการอยู่อาศัย เหมือนเช่นบ้านหลังนี้ที่มีการใช้งานได้ดี ภายใต้สถาปัตยกรรมที่สะท้อนความสวยงามผ่านพื้นผิวอันเป็นสัจจะวัสดุ

Design Details
A. ระแนงไม้แดง ซึ่งกรุเข้ากับโครงเหล็กที่มีล้อเลื่อน เพื่อให้เปิด-ปิดได้ตามต้องการ ใช้เป็นแผงกันแดดให้ตัวบ้าน และสร้างความเป็นส่วนตัวให้ผู้อยู่อาศัย
B. โครงเหล็ก+ระแนง ยึดเหล็กกล่องเข้ากับโครงสร้างเสาและคานคอนกรีต จากนั้นนำไม้แดงท่อนยาวมายึดกับเหล็ก โดยเว้นระยะห่างระหว่างแผ่นเล็กน้อย ช่วยเปิดทางให้ลมผ่านได้สะดวก บังสายตาจากมุมมองภายนอกบ้าน แถมยังเกิดเงาสะท้อนที่สวยงามอีกด้วย
C. โต๊ะไม้ตะเคียน คุณไกรลาศซื้อเสาไม้ตะเคียนเก่าขนาดใหญ่มาตัดและออกแบบเป็นโต๊ะและที่นั่งสนาม ใช้งบเพียง 3,200 บาท ดูเข้ากันได้ดีกับต้นบอนไซและชุดน้ำชาเซรามิกสีน้ำตาลแบบญี่ปุ่น
D. ที่วางรองเท้า เว้นช่องขนาดเล็กตรงผนัง ขนาด 50 x 50 เซนติเมตร เป็นที่วางรองเท้าซึ่งหยิบใช้ได้สะดวกมือ
E. ถุงสวมขาเก้าอี้ คุณไกรลาศซื้อมาจากประเทศญี่ปุ่น ใช้กันรอยขีดข่วนบนพื้นได้ดี
F. ตุ๊กตาซามูไร ซื้อจากตลาดของมือสองในประเทศญี่ปุ่น นำมาวางประดับในห้องนั่งเล่น ดูสง่างามราวกับมีชีวิตจริงๆ
G. มุมสวนเล็กๆ ชานพักบันไดชั้นสองปรับเป็นมุมวางตู้เรือนกระจกซึ่งบรรจุพรรณไม้ที่สมาชิกในบ้านชื่นชอบ
H.-I. ประตูรั้วเหล็กหน้าบ้าน ออกแบบเป็นบานเลื่อนเล็กๆเหมือนประตูภายในบ้าน ลดการใช้พื้นที่ด้านข้างเวลาเปิดประตู ทั้งยังดูสวยงามแปลกตาอีกด้วย
J.-K. แต่งฝ้าด้วยไม้เก่า นำแผ่นไม้และกรอบหน้าต่างไม้เก่าที่มีพื้นผิวสวยงามมาตกแต่งบนฝ้าภายในบ้านในลักษณะเป็นระแนงไม้ ช่วยลดความแข็งกระด้างของสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นได้ดี
L. กำแพงไม้ไผ่ ใช้ร่วมกับโครงสร้างและตัวยึดที่ทำจากเหล็ก ทำให้บ้านกลางเมืองมีมุมมองผ่อนคลาย ดูสบายตาเสมือนอยู่ในรีสอร์ต

เรื่องโดย : ศุภชาติ บุญแต่ง
ภาพโดย : ฤทธิรงค์ จันทองสุข

keyboard_arrow_up