การดูแลสระว่ายน้ำด้วยตนเอง

การดูแล สระว่ายน้ำ
การดูแล สระว่ายน้ำ

สระว่ายน้ำที่ได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ จะมีคุณภาพน้ำที่ใสสะอาด ปราศจากคราบตะกอน สร้างความมั่นใจในการใช้สระว่ายน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สำหรับบ้านที่มีสระว่ายน้ำขนาดเล็ก เราสามารถดูแลสระว่ายน้ำด้วยตนเองได้ไม่ยาก เพียงแค่มีอุปกรณ์ดูแลและบำรุงรักษาสระว่ายน้ำ ก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานทำความสะอาดรายเดือนได้พอสมควร

อุปกรณ์ดูแลสระว่ายน้ำที่ควรมีติดบ้านไว้

1. สวิงหรือกระชอนช้อนใบไม้

การดูแล สระว่ายน้ำ
สวิงหรือกระชอนช้อนใบไม้

ใช้สำหรับตักใบไม้ ขยะ หรือฝุ่นละอองที่ลอยอยู่บนผิวน้ำหรือเศษใบไม้ที่ร่วงหล่นและจมอยู่ก้นสระว่ายน้ำ

2. แปรงพลาสติกขัดสระว่ายน้ำและหัวแปรงสำหรับต่อกับด้ามดูดตะกอน

การดูแล สระว่ายน้ำ
แปรงพลาสติกขัดสระว่ายน้ำ

ใช้สำหรับขัดพื้นและผนังสระว่ายน้ำ มีให้เลือกทั้งแบบพลาสติก และแสตนเลส

3. หัวดูดตะกอน

การดูแล สระว่ายน้ำ
หัวดูดตะกอน

ใช้สำหรับดูดตะกอนในสระ โดยสวมเข้ากับด้ามและสายดูดตะกอน เพื่อทำความสะอาดพื้นสระว่ายน้ำ มีให้เลือกใช้งานทั้งแบบมีล้อและมีแปรงช่วยทำความสะอาดสระ

4. เครื่องดูดตะกอนสระแบบเคลื่อนที่

การดูแล สระว่ายน้ำ
เครื่องดูดตะกอนสระแบบเคลื่อนที่

ที่มีปั้มน้ำ เครื่องกรอง และอุปกรณ์ทำความสะอาดครบชุดอยู่บนรถเข็น พร้อมใช้งาน เพียงต่อท่อดูด ท่อน้ำจ่ายให้เรียบร้อย ก็สามารถใช้งานได้ทันที

5. สายดูดตะกอน

การดูแล สระว่ายน้ำ
สายดูดตะกอน

ใช้งานร่วมกับเครื่องดูดตะกอน โดยมีความยาวหลายขนาดให้เลือกใช้งาน

6. ชุดทดสอบคุณภาพน้ำ

การดูแล สระว่ายน้ำ
ชุดทดสอบคุณภาพน้ำ

ใช้วัดค่าความเป็นกรด-ด่าง และค่าคลอรีนในสระว่ายน้ำ ใช้งานง่าย แค่นำน้ำในสระมาใส่ในหลอดทดสอบ แล้วหยดน้ำยาลงไปประมาณ 4 หยด แล้วเขย่าให้เข้ากัน จากนั้นวัดผลของสีน้ำที่ได้โดยเทียบกับกับสเกลข้างกระบอก ทั้งนี้การตรวจวัดค่ามาตรฐานของสระว่ายน้ำนั้น ค่า pH (กรด-ด่าง) ควรอยู่ระหว่าง 7.2-7.8 ส่วนค่า CL (คลอรีน) ควรอยู่ระหว่าง 1-3 ppm (part per million)

7. เคมีภัณฑ์ดูแลสระว่ายน้ำ

การดูแล สระว่ายน้ำ
เคมีภัณฑ์ดูแลสระว่ายน้ำ

ใช้สำหรับฆ่าเชื้อโรคและปรับสภาพน้ำ อาทิ น้ำยากำจัดตะไคร่น้ำ ช่วยแก้ปัญหาน้ำเขียว และป้องกันไม่ให้ตะไคร่จับตัวในสระว่ายน้ำ คลอรีนสูตรพิเศษ กลิ่นไม่ฉุน ออกฤทธิ์เร็ว สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และแก้ปัญหาน้ำขุ่น ทำให้น้ำกลับมาใสสะอาดเหมือนเดิม ฯลฯ

อย่างไรก็ดี เราอาจกำหนดระยะเวลาของการทำความสะอาดครั้งใหญ่ ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนน้ำทั้งสระ โดยเฉลี่ยประมาณทุกๆ 5-10 ปี หรือขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้งานและประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำที่เราเลือกใช้

จากที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น เป็นเพียงการแนะนำอุปกรณ์และการดูแลสระว่ายน้ำเบื้องต้นด้วยตนเอง สำหรับสระว่ายน้ำขนาดเล็กในบ้าน แต่ในความเป็นจริงมีรายละเอียดปลีกย่อยในการดูแลและบำรุงรักษาสระว่ายน้ำอีกพอสมควร สำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาดูแลสระว่ายน้ำด้วยตนเอง แนะนำให้เรียกใช้บริการจากมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องสระว่ายน้ำจะดีกว่าครับ เพราะสระว่ายน้ำเป็นสิ่งก่อสร้างถาวรที่ไม่แตกต่างจากอาคารทั่วไป จึงต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ

TIPS:

การดูแลน้ำตามมาตรฐานทั่วไปของสระว่ายน้ำนั้นคือ การทิ้งระยะเวลาให้ฝุ่นผงในสระตกตะกอนแล้วดูดออกผ่านเครื่องกรองน้ำ จากนั้นจึงล้างถังกรองด้วยการ Backwash ซึ่งต้องทำเป็นประจำสม่ำเสมอ ทว่าในการล้างแต่ละครั้ง ทำให้สูญเสียน้ำปริมาณมาก อีกทั้งยังต้องคอยเติมน้ำและสารเคมีเพิ่มลงไปในสระว่ายน้ำ จึงเป็นการสิ้นเปลืองทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย

การดูแล สระว่ายน้ำ
หุ่นยนต์ทำความสะอาดสระว่ายน้ำ

และสำหรับผู้ที่มีเวลาน้อยในการดูแลสระว่ายน้ำ ขอแนะนำหุ่นยนต์ทำความสะอาดสระว่ายน้ำ ผู้ช่วยที่จะทำให้การทำความสะอาดสระว่ายน้ำเป็นเรื่องง่าย อีกทั้งยังช่วยประหยัดเวลาและประหยัดน้ำ ลดภาระในการดูแลรักษาและค่าเคมีภัณฑ์ต่างๆ โดยเมื่อเปิดเครื่องแล้วนำลงสระ เครื่องจะดูดฝุ่นตะกอน กรองเศษขยะ เศษวัสดุแปลกปลอม เช่น กิ่งไม้ ใบไม้ พร้อมทั้งขัดพื้นผิวและผนังสระในคราวเดียว และเมื่อครบกำหนดเวลาที่ตั้งไว้ เครื่องจะหยุดทำงานเองโดยอัตโนมัติ


สนับสนุนข้อมูลโดย บริษัทพูลแอนด์สปา จำกัด

POOL&SPA
พูลแอนด์สปา POOL&SPA

เรื่องแนะนำ

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับระบบบำบัดสระว่ายน้ำ
10 ประเภทสระว่ายน้ำยอดฮิต by POOL&SPA

keyboard_arrow_up