Rosemary House : หอมกลิ่นโรสแมรี่

จากสวนกุหลาบสีหวานปรับเปลี่ยนเป็นสวนสมุน ไพรสวยหอมที่นำมาใช้ประโยชน์ได้มากมาย พี่ติ๋ม – ธนพร ไฮนซ์ อดีตครูสอนภาษาอังกฤษที่เดินทางไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศออสเตรเลียนานร่วม 10 ปี

เมื่อตัดสินใจกลับมาอยู่เมืองไทยได้มองหาทำเลสำหรับปักหลักเป็นบ้านพักผ่อน จนมาถูกใจกับบรรยากาศและความน่าอยู่ของที่นี่ อำเภอปากช่องจังหวัดนครราชสีมา จึงสร้างบ้านพักผ่อนภายใต้สวนสวยที่ชื่อว่า Rosemary House

สภาพพื้นที่
Rosemary House เป็นโฮมสเตย์ในพื้นที่ราว 1 ไร่เศษ แวดล้อมด้วยพื้นที่เกษตรกรรมและทิวเขาอันงดงาม เมื่อแรกเริ่ม พี่ติ๋มได้สร้างบ้านพักไว้หลายหลังสำหรับใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนในหมู่ญาติ ภายหลังจึงปรับเปลี่ยนเป็นโฮมสเตย์รองรับนักเดินทาง บ้านพักหลังแรกซึ่งเป็นไฮไลท์ของที่นี่ ลักษณะเป็นบ้านชั้นเดียวสีขาว มีพื้นที่ด้านหน้าขนาด 10 × 25 เมตร เมื่อสร้างบ้านเสร็จได้ปลูกไม้ใหญ่ อย่าง สนมังกร อะโวคาโด เสลา เพื่อให้ร่มเงาและสร้างขอบเขตของพื้นที่ส่วนภายในสวนก่อนหน้านี้ปลูกกุหลาบที่ชื่นชอบไว้ แต่ภายหลังเมื่อพบว่ากุหลาบต้องการการจัดการสูงและใช้สารเคมีปริมาณมาก และระหว่างนั้นได้ปลูกสมุนไพรฝรั่งอย่างโรสแมรี่แทรกไว้ด้วย ซึ่งมีการดูแลที่น้อยกว่ามากอีกทั้งยังมีสรรพคุณมากมาย จึงปรับเปลี่ยนสวนทั้งหมดเป็นสวนสมุนไพรฝรั่งและเสาะหาสายพันธุ์จากที่ต่าง ๆ โดยมีพระเอกอย่างโรสแมรี่และนางเอก อย่างลาเวนเดอร์เป็นพืชหลัก แทรกด้วยสมุนไพร อย่างไธม์ มินต์ ทาร์รากอน ที่ให้กลิ่นหอมสดชื่น พี่ติ๋มบอกว่ายิ่งนานวันก็ทราบถึงประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นก็ยิ่งหลงใหลในสมุนไพรฝรั่งมากขึ้นทุกที

การจัดสวน
หากจะกล่าววา่ การออกแบบสวนนี้เกิดจากประสบการณ์การเดินทางก็คงไม่ผิดนัก เมื่อพี่ติ๋มได้ไปพบเห็นสวนสวยตามที่ต่างๆ โดยเฉพาะในยุโรป จึงนำความประทับใจเหล่านี้มาแปรเป็นภาพสวน ที่มีบ้านสีขาวชั้นเดียวบนเนินเป็นฉากหลัง มีสวนสีเขียวสบายตาไล่ระดับลงจากเนิน ปลูกต้นไม้ใหญ่รายล้อมเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวและใช้เป็นแนวกันลม พื้นส่วนใหญ่ปูสนามหญ้าสีเขียวที่ดูนุ่มนวลสบายตาทางเดินปูแผ่นหินและไม้ที่หาได้ในท้องถิ่นเพื่อให้เข้าไปใช้งานได้อย่างสะดวก ปลูกพืชสมุนไพรไล่ระดับสูงต่ำอย่างมีมิติ สีเขียวโทนอบอุ่นของโรสแมรี่เป็นสีหลัก แทรกด้วยสีเขียวอมเทาของลาเวนเดอร์และดอกสีขาวของคาลามินต์ บริเวณ หน้าบ้านปลูกกุหลาบมอญแปลงเล็ก เพิ่มสีสะนและนำกลีบดอกมาทำแยมกุหลาบ แต่งเนินดินประดับพื้นโดยใช้หินก้อนใหญ่วางเรียงเป็นแนวเพื่อกันดินสไลด์ ภายในสวนยังสร้างกำแพงรับสายตาแทนกระท่อมหลังน้อยแบบสวนคอตเทจ ด้านในก่อกระบะอิฐกลมสำหรับปลูกไม้ดอกสีม่วงที่มีสรรพคุณเป็นสมุนไพรอย่างต้นอังกาบ อีกทั้งดอกสีม่วงยังช่วยเพิ่มสีสันและเรียกแมลงตัวดีเข้ามาในสวน สร้างจุดเด่น จุดสนใจด้วยสมุนไพรในกระถางดินเผาและรูปปั้นประดับที่วางแทรกอยู่ข้างทางเดินหลักเป็นระยะ

สวนกระถาง
จากคำบอกเล่าของพี่ติ๋ม เมื่อหลายปีก่อนพื้นที่แถวนี้เริ่มเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว บ้านในแถบนี้จึงเปิดเป็นโฮมสเตย์ จนเมื่อปีกลายพี่ติ๋มจึงตัดสินใจเปิดบ้านเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว โดยตัวพี่ติ๋มเองพักอาศัยอยู่ชั้นสองของบ้านหลังใหญ่คอยดูแลและจัดแจงเตรียมอาหารเพื่อรองรับแขกที่มาเข้าพัก ส่วนชั้นล่างเป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับให้แขกได้นั่งรับประทานอาหารเช้าและพูดคุยสนทนาแลกเปลี่ยนกันประสาคนรักธรรมชาติ บริเวณหน้าบ้านหลังนี้จัดเป็นสวนกระถางประดับตกแต่ง มีทั้งไม้อวบน้ำอย่างซัคคิวเลนท์และพืชสมุนไพรฝรั่งในกระถางทรงวินเทจ เมื่อนั่งรับประทานอาหารเช้าสามารถมองเห็นสวนสวยด้านหน้าผ่านสวนกระถางเก๋ ๆ ซึ่งใครเห็นก็อยากมีแบบนี้ที่บ้านบ้าง

สวนมีกลิ่น
แม้จะไม่ใช่สวนไม้ดอก แต่สวนสวยที่เต็มไปด้วยพืชสมุนไพรสีเขียวเฉดต่าง ๆ นี้ก็สร้างกลิ่นหอมสดชื่นให้กับผู้ตั้งใจเข้าไปชื่นชม โดยเฉพาะยามมีลมโชยผ่านหรือขณะรดน้ำ เมื่อลองเอามือระกับต้นจะได้กลิ่นหอมชื่นใจ อีกทั้งยังนำสมุนไพรเหล่านี้มาประกอบเมนูอาหารที่ชื่นชอบมีสรรพคุณมากมาย โดยเฉพาะพระเอกอย่างโรสแมรี่ที่น้ำมันหอมระเหยนอกจากเหมาะนำมาหมักรวมกับเนื้อสัตว์แล้วมีสรรพคุณ ช่วยให้ผ่อนคลายและช่วยในเรื่องความจำ ซึ่งวันนี้พี่ติ๋มเตรียมทำเมนูจากสวน อย่างหมูหมักโรสแมรี่ สลัดมันฝรั่ง และชาสมุนไพร ฯลฯ เสิร์ฟให้กับผู้มาพักได้ลิ้มลอง

การดูแลสวน
สวนสวยแห่งนี้ดูจะเป็นสวนในฝันของใครหลายคน ด้วยบรรยากาศที่ชวนให้นึกถึงสวนเล็กในบ้านหลังน้อยแถบชนบทยุโรป ซึ่งมีข้อดีคือ พืชที่ปลูกส่วนใหญ่มีอายุยืนทำให้สวนแห่งนี้ดูแลไม่ยาก และจากการคลุกคลีอยู่กับสมุนไพรเหล่านี้มานับสิบปี พี่ติ๋มย้ำว่า นอกจากรดน้ำแล้วแทบไม่ต้องดูแลเพิ่มเติม นานครั้งจึงเติมอาหารอย่างปุ๋ยคอกลงไปบ้าง ซึ่งช่วงนั้นจะเห็นว่าโรสแมรี่มีกอใหญ่สวยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่หัวใจหลักยังคงอยู่ที่การให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ และไม่ปล่อยให้ดินปลูกชื้นแฉะ เพราะอาจนำพาโรคโคนเน่าและเชื้อราเข้ามาได้ ซึ่งสวนนี้ก็มีข้อได้เปรียบคือ ปลูกอยู่บนเนินที่ไม่มีน้ำขัง อีกทั้งผสมดินปลูกไว้อย่างดี โดยใช้ดินและปุ๋ยคอกอย่างละ 1 ส่วน เปลือกมะพร้าวสับ 2 ส่วน หากใครที่คิดจะปลูก ต้นโรสแมรี่ไว้ในสวน พี่ติ๋มจึงแนะนำให้ยกแปลงสูงกว่า ระดับพื้นเพื่อไม่ให้เกิดน้ำขัง หรือปลูกลงภาชนะสวย ๆ ตั้งบนที่สูงสักหน่อยตัดเพื่อให้แตก สวนสมุนไพรเหล่านี้ นอกจากสวยงามแล้ว ยังนำไปใช้ประกอบเมนูอาหารต่าง ๆ ที่พี่ติ๋มได้เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กับการปลูกพืชสมุนไพร ซึ่งการตัดไปประกอบอาหารนั้น พี่ติ๋มแนะนำว่า ทั้งโรสแมรี่และลาเวนเดอร์ควรตัดบริเวณปลายยอดสีเขียว โดยเหลือข้อไว้ให้แตกใหม่ เมื่อนำใบไปใช้ทำเมนูแล้ว ส่วนก้านที่เหลือยังนำมาปักชำเพื่อขยายพันธุ์ต่อได้อีกและบ้านหลังนี้ใช่จะปลูกแต่สมุนไพรฝรั่ง แต่ยังแทรกสมุนไพรอื่นๆที่มีประโยชน์ไว้ในบริเวณต่างๆ จิงจูฉ่าย ที่ปลูกไว้เป็นแนวยาวในกระบะข้างบ้านและ
ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ได้แสงเพียงครึ่งวัน พี่ติ๋มมักเด็ดมาโรยหน้าข้าวต้มรับแขกมื้อเช้า และอีกส่วนนำมาอบแห้งเป็นสมุนไพรเพื่อจำหน่าย รวมถึงปลูกพริกไทยให้เลื้อยขึ้นไปพันต้นไม้ใหญ่เพื่อใช้ปรุงเมนูเผ็ดร้อน

เจ้าของ / จัดสวน : คุณธนพร ไฮนซ์
fb : Rosemary House โฮมสเตย์
เรื่อง : ทิพาพรรณ / ภาพ : อภิรักษ์, สิทธิศักดิ์


เรื่องที่น่าสนใจ

สั่งซื้อหนังสือ คลิกที่นี่

keyboard_arrow_up