บ้านอยู่สบาย หลวงพระบาง

บ้านสวยและน่าอยู่ไม่ได้มีแค่ในประเทศไทยเท่านั้นนะครับ ครั้งนี้ผมพาคุณผู้อ่านเดินทางไปสัมผัสกลิ่นอายของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตสบายๆของประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว เป็นประเทศที่มีเสน่ห์ซึ่งใครได้มาเยือนก็ต้องหลงรัก ผมพามาเยี่ยมชมบ้านของศิลปินชาวฝรั่งเศสท่านหนึ่งที่เดินทางมาแล้วเกือบทั่วทุกมุมโลกเพื่อจัดแสดงผลงานและหาแรงบันดาลใจใหม่ๆในการสรรค์สร้างงานศิลปะอยู่เสมอ แต่ที่สุดก็มาตกหลุมรักเมืองเล็กๆอันแสนเงียบสงบอย่าง หลวงพระบาง เข้าอย่างจัง

sabai-baann-2

Mr. Jean Marc Huss ศิลปินชาวฝรั่งเศสผู้เป็นเจ้าของบ้าน และ คุณแดนนี่ ภรรยาชาวไทย เล่าให้ผมฟังว่า
“เดิมบ้านหลังนี้เป็นตำหนักเก่าของพระญาติอดีตกษัตริย์ลาวพระองค์หนึ่ง เป็นอาคารสองชั้นอายุกว่าร้อยปี สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง ตอนเรามาพบทรุดโทรมมาก เนื่องจากบ้านหลังนี้อยู่ในการควบคุมขององค์การยูเนสโก ซึ่งมีกฎระเบียบค่อนข้างมากและต้องใช้งบประมาณสูงในการบูรณะให้อยู่ในสภาพเดิม จึงปล่อยทิ้งร้างมาเป็นเวลานาน เราตัดสินใจซื้อไว้เพราะชอบที่ตั้ง บรรยากาศที่สบาย และคุณค่าของสถาปัตยกรรม”

house-single-03-055

sabai-baann-5

sabai-baann-10

เดิมคุณมาร์กเคยเปิดร้านขายของเก่าในกรุงเทพฯมาก่อนหลายปี รวมทั้งสนใจการออกแบบตกแต่งบ้านอยู่เป็นทุนเดิม ความรักและความสนใจในทั้งสองสิ่งจึงเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของบ้านหลังนี้ ผมเดินผ่านรั้วไม้เตี้ยๆบริเวณหน้าบ้านเข้าไปพบกับสวนสไตล์โมเดิร์นทรอปิคัลขนาดใหญ่ที่ปลูกพืชพรรณไม่ต่างจากบ้านเรา ตัวอาคารหลักทาสีขาวสลับกับมีช่องหน้าต่างไม้ของเก่าตั้งอยู่ทางด้านขวาของที่ดินผืนใหญ่ ด้านหลังมีอาคารครัวอีกหลังหนึ่งซึ่งหน้าตาคล้ายกันแต่ขนาดเล็กกว่า บริเวณติดกันปรับเป็นแปลงพืชผักสวนครัวขนาดย่อม คุณแดนนี่นำเมล็ดพันธุ์จากที่ต่างๆมาปลูกไว้ เช่น พริก กะเพรา ร็อกเก็ต มะเขือเทศเชอร์รี่ ฯลฯ และยังนำไปใช้ประกอบอาหารรับประทานกันในครอบครัว ด้วยความลงตัวของประโยชน์ใช้สอยบริเวณนี้จึงเพิ่มเติมส่วนรับประทานอาหารเช้ากลางสวนครัวริมบ่อบัวขนาดใหญ่ ซึ่งเจ้าของบ้านชื่นชอบบริเวณนี้เป็นอย่างมากและมักใช้งานทุกเช้า

หลวงพระบาง

sabai-baann-16

ผมเดินขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านผ่านบันไดปูนปั้นสีขาวซึ่งตกแต่งด้วยลวดลายดอกไม้อย่างร่วมสมัย ภายในบ้านซึ่งเดิมกั้นส่วนเป็นห้องเล็กๆและใช้วัสดุไม้เป็นหลักทั้งผนังและเพดาน ทำให้ค่อนข้างมืดและทึบ จึงมีการปรับให้เป็นโถงที่กว้าง โดยวางผังใหม่ให้มีส่วนรับแขก ส่วนนั่งเล่น ส่วนรับประทานอาหารที่ติดกับบาร์เครื่องดื่มเล็กๆ ต่อเนื่องกันไปทั้งหมด ผนังเดิมเคยเป็นผนังไม้ไผ่สานคล้ายฝาสำหรวดอย่างไทย ก็ปรับให้เป็นผนังก่ออิฐฉาบปูนด้วยวิธีโบราณแล้วทาสีขาวเพื่อเพิ่มความโปร่งให้พื้นที่มากขึ้น ทั้งยังดูแลรักษาได้ง่ายขึ้นด้วย ภายในตกแต่งอย่างร่วมสมัยด้วยภาพวาดโทนสีสดและโทนร้อนอย่างทองและส้มแดง ซึ่งเป็นผลงานของคุณมาร์กเอง ทำให้บรรยากาศในบ้านดูมีชีวิตชีวามากขึ้น เข้ากันได้กับตั่งและโต๊ะรับประทานอาหารไม้จริงตัวใหญ่กลางโถง
ส่วนบริเวณใต้ถุนด้านล่างปรับเป็นห้องนอนขนาดเล็ก จำนวน 3 ห้อง สำหรับเจ้าของบ้านรวมทั้งเพื่อนๆศิลปินที่มักแวะมาเยี่ยมเยี่ยนกันอยู่เสมอ ข้อดีของที่ตั้งเมืองหลวงพระบางที่ไม่เหมือนใครคือมีแม่น้ำโขงและแม่น้ำคานขนาบอยู่ทั้งสองฝั่ง จึงทำให้มีกระแสลมธรรมชาติจากแม่นํ้าพัดผ่านตลอดปี
“พวกเราชอบบ้านหลังนี้มาก เพราะอยู่แล้วสบายกายและสบายใจ ผู้คนที่นี่มีจิตใจดี เพราะอยู่ในร่มเงาของศาสนาและธรรมชาติ เป็นเมืองสงบ ขนาดของบ้านเมืองไม่ใหญ่เกินสำหรับการเดินหรือขี่จักรยานรอบเมือง แม้จะอยู่ใจกลางเมืองก็แทบไม่ได้ยินเสียงรถยนต์ดังๆเหมือนบ้านเมืองอื่นๆที่เคยพบเจอมา”
คุณมาร์กทิ้งท้ายความประทับใจเกี่ยวกับบ้านของตนไว้อย่างมีแง่คิด ขนาดของบ้านเมืองที่ใหญ่โตและทันสมัยอย่างเมืองศิวิไลท์ที่เราเคยใฝ่ฝันอาจไม่ได้แปรผันตามความสุขในการอยู่อาศัย บางทีความเรียบง่าย ความพอดี และความสงบ อาจเป็นกุญแจดอกสำคัญที่นำเราไปสู่ความสุขอย่างแท้จริงก็เป็นได้…สบายดีครับ

ศุภชาติ บุญแต่ง
ฤทธิรงค์ จันทองสุข

keyboard_arrow_up