มาทำน้ำซุปชาบูน้ำดำ สูตรโฮมเมดกันเถอะ !

ชาบูน้ำดำ
ชาบูน้ำดำ

เจ๊ศิริกลับมาพร้อมหม้อที่เต็มไปด้วยเนื้อสัตว์และผักมากมาย มาทายกันดีกว่า ว่าวันนี้เจ๊ศิริจะงัดอะไรออกมาให้ได้ดูกัน ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก… จะรีวิวหม้อหรอ!? … ไม่ใช่ จะรีวิวสันคอหมูแน่ๆ … ไม่ใช่  หรือจะสอนปลูกผัก โอ้ย!! ไม่ใช่ วันนี้เจ๊จะมาตีมแม่ครัวหัวป่าแบบญี่ปุ่น ๆ หน่อย เจ๊จะมาสอนทำ ชาบูน้ำดำกันจ้า

ไม่ใช่นึกครึ้มอกครึ้มใจอยากจะกิน ชาบูน้ำดำ ขึ้นมาซะเฉย ๆ หรอกนะ คนอย่างเจ๊ต้องมี story คือเดี๋ยวนี้คุณสหมีของเจ๊เป็นอะไรก็ไม่ทราบ หิวเมื่อไหร่ก็ลากเจ๊ไปกินชาบูอยู่เรื่อย จากเอวเอสของเจ๊ตอนนี้จะเป็นเอวโออยู่แล้ว นั้นแหละวันนี้อากาศดีอยากให้คุณสหมีกลับมาทานข้าวที่บ้านไวไว เลยทำชาบูน้ำดำเอาใจหน่อย อิอิ ขั้นตอนก็ง่ายมากกกเจ๊ทำได้ ผู้อ่าน my home  ก็ทำได้ จะหนู เล็ก เด็กนักเรียนที่อยู่หอก็ทำตามเจ๊ได้ เผลอ ๆ นี่ง่ายกว่าเดินไปกินที่ร้านอีกนะยูวว์ ที่สำคัญเลยคือซื้อของรอบเดียว ทำกินได้อีกนานเลย แค่หาเพื่อนมาหารค่าหมู ค่าผัก เบ็ดเสร็จมื้อนี้แบงค์ 500 ยังไม่กระเด็นเลยจ้ะ เจ๊จะบอกให้

 

รู้หรือเปล่าว่า sukiyaki กับ Shabu Shabu ต่างกันยังไง

ชาบูน้ำดำ

เขาว่ากันว่า สุกี้ยากี้ (sukiyaki) ต้นกำเนิดเมนูนี้มาจากประเทศญี่ปุ่น แต่เดิมหม้อสำหรับทำสุกี้ยากี้จะใช้เป็นหม้อเหล็ก ก้นลึก วัตถุดิบที่ใส่เพิ่มลงไปจะมีแค่ เต้าหู้ ผัก เนื้อสไลด์ที่ชิ้นค่อนข้างหนาหน่อย แล้วก็ไข่ จากนั้นก็ราดน้ำซุปลงไป ตั้งไฟให้เดือดก็ทานได้เลย

ส่วน ชาบูชาบู (Shabu Shabu) นั้นเขาบอกว่าเป็นเมนูที่แปลงมาจากเมนูหม้อไฟของจีน ที่ได้รับอิทธิพลมาจากชาวมองโกลอีกที โดยชาบูชาบูนั้นจะใช้ตะเกียบคีบเนื้อที่สไลด์จนบาง แกว่งในน้ำให้สุกและจิ้มน้ำจิ้มกินทีละชิ้น เวลาการจะกินชาบูนั้นก็เลยนานกว่าสุกี้ยากี้ด้วยค่ะ

 

ส่วนผสมของน้ำซุป ชาบูน้ำดำ

ชาบูน้ำดำ

ปลาอบแห้ง (katsuobushi)

สาหร่ายคอมบุ

มิริน

น้ําตาลทรายแดง

ซอสถั่วเหลืองญี่ปุ่น

 

มาเริ่มทำน้ำซุป ชาบูน้ำดำ กันเลยลุย !!

ชาบูน้ำดำ

1. เอาน้ำเปล่าใส่น้ําในหม้อ ตั้งไฟให้น้ำเดือดปุด ๆ แล้วฉีกซองปลาอบแห้งใส่ลงไปในหม้อได้เลย อัตราส่วนก็ น้ำเปล่า 1 ลิตร ต่อปลาอบแห้ง 1 ซอง ปลาอบแห้งสามารถก็ซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตแผนกอาหารญี่ปุ่นเลยจ้ะ เดี๋ยวนี้มีเป็นซุบปลาแบบกึ่งสำเร็จรูปขายด้วยนะ สะดวกแบบไหนก็เลือกได้เลย เจ๊ไม่ติด

ชาบูน้ำดำ

2. อะกลับมาที่คนที่ใช้ปลาอบแห้งต้มซุปแบบเจ๊กันต่อ หลังจากที่ใส่ปลาอบแห้งลงไปในหม้อแล้ว ให้ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 2 – 5 นาที รอให้รสชาติของปลาแห้งละลายลงน้ำแล้วใช้กระบวยช้อนเอาปลาอบแห้งออกจนหมด ให้น้ำซุบใสแจ๋ว

ชาบูน้ำดำ

3.หยิบสาหร่ายคอมบุขึ้นมาใช้กรรไกรตัดสาหร่ายให้เป็นชิ้น ๆ ยาวประมาณ 3 เซนติเมตร กะ ๆ เอาก็ได้จ้ะ ไม่ต้องวิ่งไปหยิบไม้บรรทัดมาวัดเด้อ มันเกินเรื่องไปหน่อย ตัดสาหร่ายซัก 4 ชิ้น ต่อน้ำปริมาณ 1 ลิตร ต้มสาหร่ายต่อให้กลิ่นหอม ๆ ของสาหร่ายค่อย ๆ ละลายลงน้ำไป

ชาบูน้ำดำ

4. เริ่มปรุงรสน้ำซุปของเราด้วยเหล้าหวานสำหรับปรุงอาหาร หรือที่เรียกกันว่า มิริน ประมาณ 1 ทัพพี หรือถ้าครัวบ้านไหนไม่มีมิริน ก็สามารถใช้สาเกแทนได้ค่ะ แต่ต้องเติมน้ำตาลเข้าไปอีกหน่อยนะคะ เพราะรสชาติของมิรินจะออกหวานกว่าสาเกนิดหน่อย

ชาบูน้ำดำ

5. มาถึงขั้นตอนการเพิ่มสีสัน ความคมเข้มให้กับน้ำซุป ชาบูน้ำดำกันแล้ว เบิกตัวกระเอกของเมนูนี้ด้วย ซอสถั่วเหลืองญี่ปุ่น !!!  ใส่ ซอสถั่วเหลืองญี่ปุ่นลงไปในน้ำซุป ประมาณ 3 ทัพพี คนให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน ลองชิมรสชาติดูก่อนจะเติมเพิ่มนะคะ

ชาบูน้ำดำ

6. เมื่อได้รสชาติที่ถูกใจแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายก็เติมน้ําตาลทรายแดง ประมาณครึ่งทัพพีลงไปในน้ำซุป ชาบูน้ำดำ ชิมให้รสชาติโดยรวมออกไปทางหวานนํา แหนะ ! กำลังทำคิ้วขมวดกันอยู่หล่ะซิ ว่าทำไมต้องปรุงน้ำซุป ชาบูน้ำดำให้ออกรสชาติหวาน ก็เพราะว่าเมื่อเราทานไปเรื่อยๆ น้ำในหม้อก็จะเริ่มงวดลงความเค็มจะเพิ่มขึ้น บวกกับรสชาติที่ออกมาจากเนื้อสัตว์ เค็มในเค็มแบบนี้ไม่ดีแน่ ๆ หมดหม้อนี้ไปแอดมิดต่อโรงพยาบาลก็ไม่ไหว จากนี้ก็คีบหมู หนีบเนื้อ โปรยผักตามชอบใส่เข้าไปได้เลยจ้า

 

ออฟชั่นเสริม

  • บ้านไหนที่ชอบทานชาบูน้ำดำกันบ่อย ๆ สามารถใช้สูตรนี้ ทำน้ำซุบเก็บใส่ขวดแช่ไว้ในตู้เย็นก็ได้นะ อยากทานเมื่อไหร่ ก็เปิดเตา เทน้ำซุปชาบูน้ำดำสูตรโฮมแมดลงหม้อ เท่านี้ก็ได้มื้ออาหารที่ใคร ๆ ก็อยากเข้ามานั่งล้อมวงทานกันแล้วค่ะ
  • น้ำซุปชาบูน้ำดำสูตรนี้สามารถนำมาทำเป็นน้ำจิ้มพนซุ (ponzu) ต่อได้อีกนะ แค่เติมน้ำส้มสายชู กับ ซอสถั่วเหลืองญี่ปุ่น เข้าไปอีกหน่อยก็เรียบร้อยแล้ว ใครใคร่โรยกระเทียมลงไปเพิ่มโรย ใครใคร่โรยผักชีก็โรย หรือใครใคร่จะซอยต้นหอมใส่ลงไปก็ทำได้ตามสะดวกเลยจ้า

 

Story : คุณศิริ

Photo  : ศุภวรรณ สอาด

STYLE : วรวัฒน์ ตุลยทิพ

ภาพประกอบ : หนึ่งนุช คล้ายดอน


รวมวิธีเก็บผักให้สดอร่อยและอยู่ได้นานยิ่งขึ้น

วิธีการเลือกซื้ออาหารสด อย่างถูกหลัก

keyboard_arrow_up