WANG HINGHOI ระบบนิเวศป่ากลางเมืองที่สื่อสารผ่านประสบการณ์มื้ออาหารแสนพิเศษ

Wang Hinghoi
Wang Hinghoi

‘วังหิ่งห้อย’ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านอาหาร แต่เป็นสถานที่หมายหมุดใหม่ที่สร้างสรรค์ประสบการณ์ รูป รส กลิ่น เสียง และแสง ผ่านแนวคิดธาตุทั้ง 4 ในพื้นที่ใหญ่ใจกลางเมืองที่จำลองธรรมชาติเพื่อสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ โดยจะเปิดให้บริการเพียง 16 เดือน ตามวงจรชีวิตของหิ่งห้อย

ระบบนิเวศป่ากลางเมือง พื้นที่ส่วนกลางที่จำลองระบบนิเวศป่าที่สมบูรณ์แบบโดยมีดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์นั่นคือ การเจริญเติบโตของหิ่งห้อยกว่า 300 ตัว ภายใต้การควบคุมอุณหภูมิ ความชื้นรวมไปถึงชนิดพันธุ์ของต้นไม้

New Destination of Urban Life

พื้นที่ใจกลางเมืองอย่างย่าน RCA เป็นที่รู้จักกันดีกับความศิวิไลซ์ยามค่ำคืน คงจะดีไม่น้อยถ้าพื้นที่บริเวณนี้ถูกปลุกขึ้นอีกครั้งด้วยสถาปัตยกรรมที่ช่วยยกระดับพื้นที่เมืองด้วยการแทนที่ของ ป่ากลางเมือง ระบบนิเวศภายใต้แนวคิด oasis ที่ไม่ได้มีเพียงแต่บรรดาพฤกษาพรรณแต่ยังสมบูรณ์ด้วยสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มาช่วยเติมเต็มระบบนิเวศป่าแห่งนี้นั่นคือ ‘หิ่งห้อย’

โครงสร้างของร้านแห่งนี้เป็นการก่อโครงสร้างเหล็กแบบถอดประกอบได้ (Fabrication Steel) ใช้เวลาก่อสร้างเพียง 90 วัน โดยมีการออกแบบแพทเทิร์นไว้เป็นโมดูล่าซึ่งทำให้สามารถยกมาประกอบได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

Wang Hinghoi ร้านอาหารไทยฟิวชั่นสไตล์ Fine Dining ที่ผสมผสาน ‘ป่า’ และ ‘เมือง’ โดยจำลองบรรยากาศของระบบนิเวศผืนป่ามาไว้ในเมือง เพื่อเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของชาวเมืองกรุงฯที่จะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น ซึ่ง วังหิ่งห้อย ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านอาหารแต่ยังสื่อสารผ่าน บรรยากาศ อาหาร และองค์ประกอบ โดยมีไฮไลท์อยู่ที่ห้องกระจกขนาดใหญ่ที่จำลองระบบนิเวศธรรมชาติพร้อมให้หิ่งห้อย ซึ่งเป็นตัวแทนวัดค่าความสมบูรณ์ของธรรมชาติเข้ามาอาศัยภายในให้คนเมืองได้ชมแสงระยิบระยับในช่วงเวลากลางคืนพร้อมกับการรับประทานอาหารอร่อย ๆ ที่จะได้สัมผัสทั้งรูป รส กลิ่น เสียง ผ่านการออกแบบสเปซ วัสดุ และองค์ประกอบในคราวเดียวกัน


The Huntsman Story

จุดกำเนิดของ Wang Hinghoi เกิดจากแนวคิดที่ต้องการให้พื้นที่ใจกลางเมืองที่ถูกลืมถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งโดยนำเอาความเป็นธรรมชาติผสมผสานกับไลฟ์สไตล์คนเมือง ถือเป็นโครงการแรกที่เปิดให้บริการเป็น Commercial Space โดยเริ่มต้นจากร้านอาหารที่มีพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร สเปซสาธารณะที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ก่อนที่จะขยับขยายไปยังพื้นที่ส่วนอื่นๆทั้ง Sport Complex และ Community Mall ในอนาคต โดยพื้นที่แห่งนี้ได้รับการออกแบบให้มีธีมและการเล่าเรื่องที่เริ่มจาก ระบบนิเวศ และความเป็นธรรมชาติ ผ่านตัวละครที่ปรากฏในเวลาค่ำคืนอย่าง หิ่งห้อย สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ ที่ประกอบด้วยธาตุทั้ง 4 อย่าง ดิน น้ำ ลม ไฟ ที่หลอมรวมกันอย่างลงตัว ผ่านการออกแบบบรรยากาศร้านที่ล้อไปตามธีมของธาตุต่าง ๆ โดยเริ่มจาก ธาตุดิน กับทางเข้าที่ตกแต่งด้วยกำแพงดินสูงใหญ่ที่นำสายตาเข้าสู่ป่าภายในที่เปรียบเสมือนการเดินตามนายพรานเข้าไปยังป่าปริศนาที่ซ่อนลึกอยู่

ทางเข้าโอ่อ่า สถาปัตยกรรมกำแพงดินด้านหน้าทางเข้า สัญลักษณ์ของธาตุดิน อันเป็นต้นกำเนิดของผืนป่า ที่เปิดเข้าสู่ป่ากลางเมือง โดยออกแบบผนังดินสูงใหญ่ที่ค่อยๆลดขนาดเข้าสู่ทางเข้าอีกหนึ่งเทคนิคที่ช่วยในการปรับสายตาและมุมมองพร้อมลูกเล่นการใส่ไฟตามแนวพื้น
โซนทางเข้าออกแบบทางเดินมุ่งสู่ประตูทางเข้าร้าน โดยเลือกใช้วัสดุแผ่นทองแดงสีสนิม ออกแบบพื้นที่มุมนั่งรับประทานอาหารแบบเอ๊าต์ดอร์ด้วยการเลือกใช้โครงเหล็กตารางสีดำห้อหุ้มสเปซโดยรอบประดับด้วยต้นไม้หลายชนิดเปรียบเสมือนป่าที่เจริญเติบโตอยู่ในเมืองใหญ่

โซนแรกเป็นส่วนนั่งรับประทานอาหารแบบเอ๊าต์ดอร์ที่ดีไซน์โครงสร้างด้วยการเลือกใช้วัสดุอย่าง โครงเหล็กสีดำ สไตล์รัสติกที่เปรียบได้กับเมืองที่ประดับด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ที่สร้างบรรยากาศให้เหมือนป่ามากที่สุด อีกทั้งมีโซนพิพิธภัณฑ์หมุนเวียนที่มีแรงบันดาลใจมาจาก ธาตุแห่งชีวิต จัดแสดงผลงานของศิลปินชื่อดัง

ภายในจำลองบรรยากาศของป่าในเมือง โดยใช้เสาไม้เป็นสัญลักษณ์ของป่าบริเวณผนังซ่อนไฟใต้พื้น กับโครงสร้างเหล็กสีดำเพื่อสื่อถึงความเป็นเมือง ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบลักชัวรี่วินเทจ และล้อมรอบด้วยกำแพงกระจกที่มองเห็นป่าจำลองอันเป็นตัวแทนของธรรมชาติ

ภายในร้านอาหารตกแต่งในบรรยากาศของป่า ด้วยการเลือกใช้เสาไม้ สัญลักษณ์ของป่า ผสมกับโครงสร้างเหล็กสีทึบตัวแทนของเมืองล้อมรอบด้วยช่องเปิดกระจกบานใหญ่ที่มองทะลุเห็นระบบนิเวศป่าจำลองภายนอก โดยออกแบบพื้นที่ให้มีแสงสว่างเพียงเล็กน้อยเพื่อปรับระดับสายตาก่อนที่จะเดินทางเข้าไปพบกับจุดสุดท้าย ‘วังของหิ่งห้อย’ ห้องกระจกขนาดใหญ่ที่จำลองระบบนิเวศป่าได้สมบูรณ์เสมือนจริงทั้ง ชนิดพืชพันธุ์และอุณหภูมิ เพื่อรองรับการอยู่อาศัยของหิ่งห้อยนับร้อยตัว ซึ่งจะบินและเปล่งแสงอยู่รอบๆในช่วงเวลาพลบค่ำ เป็นการเดินทางช่วงสุดท้ายหลังจากจบมื้ออาหารแสนพิเศษที่ตั้งใจออกแบบเรื่องราวให้สอดคล้องกับธีมของร้านที่จะเปลี่ยนไปทุกๆ 4 เดือน โดยเริ่มจาก “ธาตุดิน” จุดกำเนิดแห่งป่าและพืชพรรณเป็นโจทย์หลักของเมนูอาหารและบรรยากาศจำลองภายในร้าน

ห้องรับประทานอาหารออกแบบในสไตล์รัสติกโดยเน้นสีดำที่ตัดป่าสีเขียว ประดับด้วยช่อดอกไม้แห้งขนาดใหญ่จำลองบรรยากาศให้เหมือนป่ามากที่สุด และตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบวินเทจกับเคาน์เตอร์เตรียมอาหารท๊อปหินขัดสีดำ ในห้องแบบส่วนตัวที่แขกจะได้นั่งชมวิวป่าในเมืองผ่านช่องเปิดกระจกใสบานใหญ่อย่างใกล้ชิด

ไปดูอีกหนึ่งไฮไลท์ของวังหิ่งห้อย หน้าถัดไป คลิก

keyboard_arrow_up