สวนพม่า ที่มัณฑะเลย์

          รถตู้พวงมาลัยขับซ้ายจากโรงแรม Mandalay Hill Resort โยกตัวไปตามจังหวะที่คนขับชาวพื้นเมืองต้องบังคับหลบหลุมบ่อที่เป็นมาตรฐานของถนนลาดยางในประเทศพม่า เสียงภาษาอังกฤษสำเนียงพม่าของคนนำทางที่ทำหน้าที่ขับรถด้วยดังขึ้นเป็นระยะ เพื่อคอยตะโกนบอกชื่อเรียกสถานที่ที่ผ่านไปให้คณะเราฟัง ภาพสองข้างทางทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาอยู่ในโลกอดีต จังหวะเวลากำลังเคลื่อนผ่านไปอย่างช้าๆ ผู้คนแต่งกายด้วยชุดพื้นบ้าน วิถีชีวิตค่อยๆ ดำเนินไปอย่างเรียบง่ายจนเมื่อรถมาหยุดตรงลานจอดรถด้านหน้าของโรงแรม?พนักงานต้อนรับกล่าวทักทายว่า “Min-ga-la-ba”ซึ่งเป็นคำทักทายว่า “สวัสดี” ในภาษาพม่านั่นเอง
          เมื่อหลายปีก่อน คุณปรีดา ตุ้ยต๋าจม สถาปนิกอิสระจากเชยสตูดิโอ จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับมอบหมายให้เข้ามาปรับปรุงภูมิสถาปัตยกรรมโดยรอบของโรงแรม Mandalay Hill Resort ซึ่งตั้งอยู่
บริเวณเชิงเขามัณฑะเลย์ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวังมัณฑะเลย์ ทางเข้าด้านหน้าโรงแรมออกแบบให้เห็นอาคารที่พักอย่างชัดเจน แบ่งแยกพื้นที่อำนวยความสะดวกต่างๆ ไว้ด้านหลัง ประกอบด้วยสระว่ายน้ำ ลานเวทีสำหรับการแสดงพื้นเมืองต่างๆ ลานบาร์บีคิว และสนามเทนนิสโดยมีบรรยากาศของสวนช่วยส่งเสริมให้ส่วนต่างๆ มีความต่อเนื่องดูเป็นหนึ่งเดียวกัน รวมทั้งมีความกลมกลืนกับทิวทัศน์ของเมืองและเจดีย์เล็กใหญ่สีทองอร่ามบนยอดเขามัณฑะเลย์ ซึ่งทำหน้าที่เป็น ฉากหลังให้โรงแรมด้วย
          เมื่อโรงแรมขยายส่วนของ Mandara Spa and Villa คุณปรีดายังคงรับหน้าที่วางผังบริเวณและออกแบบสิ่งก่อสร้างทั้งหมดในส่วนขยายนี้ โดยกำหนดคอนเซ็ปต์การออกแบบให้กลมกลืนต่อเนื่องกับของเดิมมากที่สุด มีการจำลองบรรยากาศพระราชวังมัณฑะเลย์ ศิลปวัฒนธรรมและงานช่างแบบพม่าไว้ด้วยกัน หลังจากเลือกพื้นที่ที่อยู่ระหว่างสระว่ายน้ำกับสนามเทนนิสของโรงแรมมาปรับปรุงเป็นส่วนต่อเติมใหม่ได้แล้ว
          คุณปรีดาเริ่มลงมือออกแบบผังบริเวณโรงแรมด้วยการกำหนดแนวแกนหลักของพื้นที่ให้ทอดไปในทิศทางเดียวกับเจดีย์และวิหารที่อยู่บนยอดเขา แล้วนำแกนหลักนี้ไปใช้เป็นแนวของทางเข้าหลัก
และโถงต้อนรับของสปาและวิลล่า มีศาลานวดและอาคารที่พักซึ่งนำสถาปัตยกรรมแบบพม่ามาใช้ในการออกแบบ วางขนาบอยู่ทั้งสองด้านของโถงต้อนรับ?สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างของงานแลนด์สเคปในส่วนสร้างใหม่นี้ คือ คุณปรีดาขุดบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่ด้านหน้า เพื่อใช้ผืนน้ำเป็นจุดเด่นของส่วนนี้ ทำทางเดินผ่านน้ำระหว่างโถงต้อนรับกับอาคารที่พักและศาลานวด โดยประดับประติมากรรมและงานทองเหลืองที่เป็นศิลปะพม่าทั้งสองข้างทางเดิน
          ส่วนพรรณไม้ต่างๆ ที่เลือกใช้ในการจัดสวน แม้ว่าพม่าจะมีพรรณไม้ใกล้เคียงกับบ้านเรา แต่ลักษณะภูมิประเทศของพม่าส่วนใหญ่เป็นที่ราบสู ประกอบด้วยเทือกเขาเป็นส่วนใหญ่ และดินเป็นดินทราย พรรณไม้จึงมีความหลากหลายน้อยกว่าบ้านเรา การเลือกใช้พรรณไม้จึงต้องถูกจำกัดไปโดยปริยาย แต่โชคดีที่ในเขตรอบๆ เมืองมัณฑะเลย์เป็นแหล่งผลิตต้นไม้จัดสวน จึงหาต้นไม้มาปรับใช้ตามคอนเซ็ปต์ที่วางไว้ได้ไม่ยาก คุณปรีดายังคงเน้นใช้ไม้ใบเป็นส่วนใหญ่ เพื่อสะดวกต่อการดูแลรักษาในระยะยาว และช่วยทำให้ภาพรวมของสวนดูเป็นสวนเมืองร้อน ซึ่งเข้ากันได้ดีกับศิลปะและสถาปัตยกรรมแบบพม่า เช่น บอนกระดาด พลับพลึง เฮลิโคเนีย กาบหอยแครง การะเกดเขียว เตย และวาสนาส่วนไม้ใหญ่มีบางส่วนเป็นไม้ยืนต้นที่มีอยู่เดิมอย่างหางนกยูง ส่วนมะพร้าว ลั่นทม และอโศกอินเดียเป็นไม้ยืนต้นที่ปลูกเพิ่มภายหลัง
          แม้ว่าจะออกแบบโดยสถาปนิกจากเมืองไทย แต่เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าสวนพม่าที่เมืองมัณฑะเลย์แห่งนี้มีกลิ่นอายของขนบประเพณีและวัฒนธรรมที่น่าอัศจรรย์ปรากฏอยู่ อย่างน้อยภาพความรุ่งเรืองในอดีตของบัลลังก์นกยูงแห่งอาณาจักรพม่า น่าจะติดตาติดใจนักเดินทางกลับไป

สายสุนีย์
สิทธิศักดิ์ น้ำคำ

keyboard_arrow_up