ศิลปะ ของการจัดสวน

ศิลปะ ของการจัดสวน
          หลักการจัดสวนที่ดีนั้นจะต้องนำหลักการทางศิลปะมาใช้ด้วย โดยควรคำนึงถึงการวางองค์ประกอบและการกำหนดมุมมอง นอกจากนี้ก็ต้องเข้าไปศึกษาสภาพแวดล้อมของสถานที่ก่อน จากนั้นก็ใช้ความรู้เรื่องธรรมชาติของต้นไม้ เพื่อกำหนดตำแหน่งที่จะลงต้นไม้ได้อย่างเหมาะสม ทั้งหมดนี้เป็นหลักการที่ คุณปริย เชนะกุล ภูมิสถาปนิกและหุ้นส่วน นำมาใช้ในการออกแบบสวนให้โรงแรมอริยศรมวิลล่า สุขุมวิทซอย 1 
          แม้จะเป็นโรงแรม แต่เป้าหมายของการจัดสวนนี้ก็เพื่อให้ดูเป็นบ้านหลังที่สองที่จะช่วยสร้างความรู้สึกอบอุ่นให้ผู้มาเยือน ซึ่งคุณปริยพยายามเปรียบเปรยความรู้สึกของตัวเองเพื่อที่จะใส่ลงไปในทุกมุมสวนอย่างจริงใจ
          “จะเห็นว่ามีต้นไม้อยู่หลายชนิดมากในแต่ละพุ่มแปลง เพราะคอนเซ็ปต์ของสวนต้องการให้ความรู้สึกว่ามีแมกไม้ และมองเห็นต้นไม้ในทุกบริเวณที่เข้าไป เหมือนมีต้นไม้อยู่รอบๆ ตัวเรา เราอยากให้ผู้ที่เข้ามารู้สึกว่านี่เป็นสวนของเขาเอง เป็นสวนสำหรับคนชอบสะสมต้นไม้ ชอบต้นไหนก็หาซื้อมาปลูกและสะสม เมื่อเดินเข้าไปก็เหมือนเราอยากเห็นทุกต้นในสวน และต้นไม้ก็อยากออกดอกทักทายเราด้วย”
          เมื่อได้แนวคิดหลักแล้ว คุณปริยจึงใช้ความชอบต้นไม้มาเป็นตัวกำหนดพุ่มแปลง เมื่อได้พุ่มแปลงและตำแหน่งที่ชัดเจนแล้ว จึงเลือกชนิดต้นไม้ที่ชอบทั้งหมดมาเตรียมไว้ เพื่อนำลงปลูกในตำแหน่งที่วางไว้
          “ความยากในการเลือกลงต้นไม้ของเราก็เหมือน พ่อครัวที่เลือกใช้เครื่องเทศปรุงรส ว่าจะเลือกใช้อย่างไร ใส่เท่าไรกลิ่นหรือรสจะไม่ตีกันให้ดูกลมกลืนกลมกล่อมไม่แตกแยก หรือหากเราเป็น นักจัดดอกไม้ ไม่ใช่เพียงแค่นำดอกไม้มาปักๆ ในแจกัน เราต้องคำนึงว่าต้นไม้จะปรับตัวอยู่ร่วมกันได้อย่างไร เราต้องเข้าใจธรรมชาติของต้นไม้แต่ละต้น เพราะบางต้นก็มีหลายปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง เช่น บางต้นชอบแดดช่วงเช้า บางต้นชอบแดดช่วงบ่ายหรือเที่ยง บางต้นโดนแดดได้ แต่โคนต้นต้องเปียก บางต้น โคนต้นต้องแห้ง นอกจากนี้ก็ยังมีเรื่องของศัตรูพืช?เพราะหากเกิดโรคแล้วจะระบาดไปทั้งแปลง สวนนี้จึงเป็นสวนสำหรับคนที่รักและเข้าใจต้นไม้จริงๆ
          “คอนเซ็ปต์อีกอย่างที่ใช้ในการออกแบบ คือ การสร้างอารมณ์ตามแบบของศิลปะในยุคอิมเพรสชั่นนิสม์ เช่น มีการลงต้นไม้เป็นจุดๆ การใช้สีของดอกและใบที่ขับอารมณ์ร่วมไปกับสีของตัวอาคาร มีการเน้นคุณภาพความสมบูรณ์ของสีและแสง บางคนอาจมองว่ายุ่ง เพราะใช้สีสันมากเกินไป จนอาจทำให้เกิดความสับสน แต่จริงๆ แล้วถ้าเราเข้าใจเลือกใช้ สีของต้นไม้ก็เปรียบเหมือนกับแพตเทิร์นอย่างหนึ่ง ถ้าเราใช้รอบๆ คือลงทั้งหมดด้วยวิธีการเดียวกัน ก็จะเกิดเป็นอารมณ์ที่สอดคล้องกันไปทั้งสวน แต่หากเราลงแค่จุดเดียว ส่วนที่เหลือเป็นแบบเรียบๆ หมด อารมณ์ของภาพรวมจะดูขัดตามากกว่า เหมือนว่าเราวาดรูปบนผืนผ้าใบเดียวกัน แต่ใช้คนละเทคนิค วิธีนี้จะช่วยสร้างบรรยากาศให้ในทุกฤดูกาล เมื่อมองเข้าไปในสวนไม่ว่าจะมุมไหน เราก็จะเห็นสีสันของดอกไม้บานทักทายเราทุกวัน”
          แต่ถึงจะสวยสักแค่ไหน แต่หากเมื่อเข้ามาในสวนแล้วสภาพแวดล้อมไม่สามารถเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับสถานที่ได้ สวนก็จะขาดความรู้สึกทางด้านอารมณ์ไปอีกหนึ่งมิติ ทำให้ดูสวยงามแบบฉาบฉวย ไม่ถาวร และอยู่ได้ไม่ทน
          “สวนแบบของเรานี้จะไม่ค่อยได้เห็นในบริษัทออกแบบสวน เพราะการจัดการค่อนข้างยุ่งยาก ต้องใส่ใจ ดังนั้นอารมณ์สวนของเราจะเห็นได้จากนักสะสมต้นไม้เท่านั้น ไม่ใช่นักออกแบบ?ถึงบางครั้งสุนทรียภาพอาจดูไม่เด่นแต่คนที่เห็นจะสัมผัสถึงจิตวิญญาณของสวนได้”
          ภาพสวนที่เราได้เห็นมาทั้งหมดนี้ถือเป็นงานศิลปะที่จิตรกรได้บรรจงแต่งแต้มสวนในแต่ละมุมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ แม้ว่าอาจต้องตีความหมายของภาพในแต่ละมุมมองบ้าง แต่เชื่อเถอะว่างานศิลปะชิ้นนี้จะไม่หยุดนิ่ง เพราะสามารถเปลี่ยนสีสันได้ตามฤดูกาล แล้วแต่ว่าธรรมชาติจะรังสรรค์ไปอย่างไร

อรรถ
ชัยพฤกษ์ โพธิ์แดง

keyboard_arrow_up