สร้างบ้าน ซื้อบ้าน จำเป็นต้องมีถังดักไขมันไหม?

ถังดักไขมัน จำเป็นไหม? บ้านที่เคยประสบปัญหาท่อระบายน้ำในครัวอุดตันบ่อยๆ แม้จะกรองเศษอาหารออกก่อนจะล้างจานแล้วก็ตาม บางคนอาจเคยได้ยินคำแนะนำที่ให้ลองติดตั้ง ถังดักไขมัน แต่ก็คิดว่าบ้านพักอาศัยไม่น่าจำเป็นจะต้องติดตั้ง

เพราะคงมีไขมันไม่มากขนาดนั้นจริงๆแล้วบ้านของเราจำเป็นต้องมี ถังดักไขมัน หรือไม่หากติดตั้งแล้วจะช่วยแก้ปัญหาท่ออุดตันได้จริงหรือ มาดูคำตอบกันครับ

ถังดักไขมัน

ก่อนอื่นต้องขอตอบว่า จำเป็นครับ เพราะน้ำเสียจากครัวไม่ควรปล่อยทิ้งออกไปโดยไม่ผ่านถังดักไขมัน เพราะทั้งผิดกฎหมายและทำลายสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้สาเหตุที่ท่อระบายน้ำในครัวและท่อระบายน้ำสาธารณะอุดตัน นอกจากเศษอาหารเศษวัสดุที่ค้างอยู่ตามท่อแล้วยังเกิดจากคราบไขมันที่ปนเปื้อนมากับน้ำทิ้งแล้วตกค้างอยู่ภายในท่อ ปัญหาอาจเริ่มจากเรื่องกลิ่นเน่าเหม็น หนักเข้าก็กลายเป็นเมือกไขมันที่หนาขึ้น แล้วไปอุดตันตามท่อระบายน้ำในที่สุดทำให้ท่อระบายน้ำสาธารณะนอกบ้านเกิดการอุดตันเร็วขึ้นกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในวงกว้างได้


แก้ปัญหา (ท่อน้ำทิ้ง) อ่างซิงค์อุดตัน ไม่ยากอย่างที่คิด


แนะนำให้ใช้ ถังดักไขมัน สำเร็จรูปแทนการก่อขึ้นเอง เพราะสะดวกและดูแลง่ายกว่า “ถังดักไขมัน” (grease trap) ภายในครัวเรือนเป็นอุปกรณ์ที่มีตะแกรงดักเศษอาหารและช่วยดักไขมันไม่ให้ไหลออกไปกับน้ำทิ้งและไปยังรางระบายน้ำสาธารณะนอกบ้านทันทีแต่จะช่วยกักเก็บเพื่อให้น้ำและไขมันได้แยกตัวออกจากกันแล้วจึงค่อยปล่อยน้ำทิ้งที่มีความสะอาดเพียงพอออกสู่รางระบายน้ำสาธารณะราคาของถังดักไขมันมีตั้งแต่หลักพันต้นๆ ขึ้นไป

ภาพจาก https://pantip.com/topic/35866812

ถังดักไขมัน มีให้เลือกทั้งชนิดวางใต้อ่างล้างจานตั้งพื้น และชนิดฝังใต้ดิน มีตั้งแต่ขนาด 15 ลิตร 40 ลิตร 50 ลิตร 90 ลิตรและ 140 ลิตร ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน เช่น การใช้งานภายในครัวเรือนที่มีปริมาณไขมันไม่มาก หรือภายในร้านอาหารที่มีไขมันปนเปื้อนอยู่มากกว่าให้คำนวณจากจำนวนคนและมื้ออาหารจนได้ปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้น

ถังดักไขมันชนิดฝังดิน
ถังดักไขมันชนิดตั้งพื้น

อ่างล้างจาน…เลือกไม่ยากอย่างที่คิด


 

โดยทั่วไปบ้านพักอาศัยที่มีสมาชิกประมาณ 4-5 คนใช้ถังดักไขมันขนาด 15 ลิตรก็เพียงพอแล้ว ซึ่งผู้จำหน่ายจะมีตารางเปรียบเทียบเพื่อช่วยให้เราเลือกขนาดถังที่เหมาะสมทั้งนี้ถังดักไขมันชนิดตั้งพื้นจะใช้งานสะดวกและดูแลรักษาได้ง่ายกว่า แต่อาจต้องหาที่วางที่เหมาะสม เช่น ใต้เคาน์เตอร์ครัวก็ดูไม่เกะกะมากนัก ส่วนชนิดฝังใต้ดินจะดูเรียบร้อย  สวยงามเหมาะสำหรับบ้านหรือร้านอาหารที่มีพื้นที่จำกัด แต่การดูแลรักษาก็ทำได้ยากกว่า

 

นอกจากนี้ควรหมั่นดูแลรักษาโดยตักเศษอาหารที่ดักไว้หน้าตะแกรงออกเป็นประจำทุกวัน หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และเมื่อชั้นไขมันหนาเกิน 2 เซนติเมตร ควรตักออกทุก 7-10 วัน และล้างทำความสะอาดเพื่อประสิทธิภาพการใช้งานที่ดียิ่งขึ้นและช่วยลดกลิ่นเหม็นสะสมได้ครับ

 

เรื่อง สุพจน์ เพชรศักดิ์วงศ์


ห้องน้ำมีกลิ่น จากชักโครกและท่อน้ำทิ้ง เกิดจากอะไร

คำนวณขนาดถังบำบัดน้ำเสียให้ถูกใจบ้าน


 

keyboard_arrow_up