พึ่งพา อาศรัย

พึ่งพา อาศรัย

 

การเจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเมืองใหญ่ ทำให้พื้นที่ชีวิตและพื้นที่อาศัยแคบลงทุกที มีผู้คนมากมายเข้ามาอยู่และหาเลี้ยงชีพ หันไปทางใดก็ไม่เคยเงียบเหงา ดูแล้วน่าจะอบอุ่น ทว่าในความเป็นจริง แต่ละบ้านแต่ละคนกลับดูห่างเหินและไม่รู้จักกัน ต่างจากสังคมไทยในอดีตที่แม้ตัวบ้านจะห่างกันมาก แต่กลับรู้จักกันดี พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน หรือสังคมไทยแบบพี่ๆน้องๆจะหมดไปแล้วจริงๆ 

ทีมงานนิตยสารบ้านและสวนมีโอกาสดีได้กลับมาเยี่ยมบ้านหลังนี้ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลโป่งตาลอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ไม่ไกลจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ บ้านนี้เคยลงในฉบับเดือนมีนาคม 2557 มาแล้ว แต่เวลาเกือบปีที่ผ่านมา ที่นี่มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ พี่ใหม่ – คุณอิศราภรณ์ ประสงค์กิจ เจ้าของบ้านและสถาปนิก เล่าให้ผมฟังว่า

“พี่โชคดีที่ได้มาอยู่ที่นี่ เพราะธรรมชาติยังสะอาดบริสุทธิ์และสวยงาม พี่จึงอยากชวนคนรู้จัก คนที่รักและอยู่กับธรรมชาติอย่างเข้าใจให้มาอยู่ใกล้ๆกัน แบ่งปันพื้นที่ร่วมกัน เป็นชุมชนคนเมืองเล็กๆที่นี่”

คุณใหม่ซื้อที่ดินเพิ่มเติมซึ่งห่างจากบ้านหลังเดิมไม่มากนัก ออกแบบเป็นบ้านพักสไตล์โมเดิร์นสองชั้น มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 300 ตารางเมตร โดยใช้เหล็กเป็นวัสดุหลัก เพื่อการก่อสร้างได้รวดเร็ว ไม่รบกวนสิ่งแวดล้อมมากนัก ภายนอกดูคล้ายกล่องกระจกใสสามใบวางซ้อนกัน แต่ปรับให้ดูนุ่มนวลด้วยหลังคาทรงปั้นหยาและมุงหลังคาไม้เนื้อแข็งสีน้ำตาลอ่อนดูผ่อนคลาย คุมโทนสีในกลุ่มเอิร์ธโทน ให้ความรู้สึกสบายตาและไม่แปลกแยกไปจากบริบทโดยรอบ

คุณใหม่ตั้งชื่อบ้านกลุ่มนี้ว่า “บ้านอาศรัย” โดยได้แรงบันดาลใจจาก “อาศรัยสถาน” บ้านพักตากอากาศแห่งแรกของประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ 4 ตั้งอยู่บริเวณอ่างศิลา จังหวัดชลบุรี ซึ่งคำว่า “อาศรัย” ในสมัยนั้นยังเขียนโดยมีตัว ร อยู่ มีความหมายเหมือนคำว่า “อาศัย” ในปัจจุบัน

ผมชอบบ้านหลังนี้ตรงที่เมื่อมองจากภายนอกจะเห็นเป็นเพียงบ้านโมเดิร์นที่เรียบง่าย แต่ภายในกลับมีรายละเอียดการออกแบบน่ารักๆอยู่มาก ทั้งเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน เช่น พรมปูพื้น หมอนอิง หรือชุดจานชาม คุณใหม่และสามี (คุณเกษม อมตวณิชย์) ลงทุนไปเลือกซื้อและออกแบบด้วยตัวเองเกือบทั้งหมด อาจเป็นเพราะคุณใหม่สนใจงานออกแบบผลิตภัณฑ์ รวมถึงถนัดการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ครัวเป็นทุนเดิม จึงช่วยให้บรรยากาศในบ้านดูอบอุ่นและน่าอยู่

ภายในบ้านกั้นห้องเฉพาะห้องนอนและห้องน้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวเท่านั้น พื้นที่อื่นๆจะพยายามเปิดมุมมองไปยังธรรมชาติให้มากที่สุด โดยใช้บานกระจกใสกรอบอะลูมิเนียมสีดำขนาดใหญ่แทนผนังทึบ ส่วนนั่งเล่นชั้นล่างออกแบบให้มีโถงเพดานต่อเนื่องขึ้นไปยังชั้นสอง สูงเกือบ 10 เมตร เปลือยฝ้าใต้หลังคาโชว์โครงสร้างจันทันและแปเหล็ก มีมุมนั่งเล่นเอ๊าต์ดอร์ ส่วนรับประทานอาหาร และครัวไอส์แลนด์ต่อเนื่องไปยังที่จอดรถที่อยู่ด้านข้างบ้าน รวมถึงห้องนอนใหญ่ด้านในสุด

คุณใหม่วางตำแหน่งห้องนอนทั้งสองชั้นไว้ด้านในสุด เพื่อให้เห็นทิวทัศน์สุดลูกหูลูกตาของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ สร้างความสุขทุกครั้งที่ได้มองเห็นธรรมชาติอันเขียวขจีในตอนกลางวันและอิ่มใจที่ได้ชมหมู่ดาวบนท้องฟ้าในยามค่ำคืน ในอนาคตคุณใหม่ตั้งใจสร้างกลุ่มสังคมคนเมืองเล็กๆขึ้นที่นี่ เป็นกลุ่มบ้านไม่กี่หลังที่แบ่งปันพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกันคล้ายๆสังคมไทยในอดีต เป็น Co – Housing Space ซึ่งมีการพึ่งพาอาศัยกัน ไม่อยู่อย่างโดดเดี่ยวเหมือนคนในเมืองใหญ่ นับเป็นแนวคิดที่น่ารักและน่าสนใจมากเลยทีเดียว

ผมว่าคงไม่มีใครอยู่ตัวคนเดียวได้ในโลกใบนี้ การมีเพื่อนให้พูดคุยปรับทุกข์และแบ่งปันความสุขจึงเป็นสิ่งที่ดี อย่าให้เวลาชีวิตหมุนเร็วเกินไปจนหลงลืมสิ่งนี้นะครับ

เรื่องโดย : ศุภชาติ บุญแต่ง
ภาพโดย : ศุภกร ศรีสกุล

keyboard_arrow_up